เมื่อวันที่ 29 มีนาคม แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ กรรมการในคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม โพสต์เฟซบุ๊ก Porntip Rojanasunan ว่า
กว่าจะถึงวันที่ 9 พฤษภาคม ที่จะมีการยืนยันคะแนนเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ คนไทยคงต้องเผชิญกับประเด็นรายวันที่ผุดขึ้น เพื่อสร้างความชอบธรรมให้ตัวเอง อยากชวนให้ใช้เป็นโอกาสทบทวนธรรมะในตัวเรา ศึกษาแก่นของปัญหาที่เกิดขึ้น ถ้าไม่เอาใจเราไปผูกกับผลการเลือกตั้ง นี่คือโอกาสที่จะเห็นตัวตนของนักการเมืองทั้งหลายที่พยายามเสนอตนมาบริหารประเทศ
เรื่องแรก การเลือกตั้งครั้งนี้มีการวางแผนแตกแบ๊งค์พัน ออกเป็นแบ๊งค์ย่อยที่ชัดเจนโดยผู้วางแผนที่ไม่ใช่ประธานยุทธศาสตร์พรรคใหญ่แน่นอน แล้วใคร คือ ผู้บงการ แสดงว่าผู้สมัครในพรรคต้องรับรู้และยินยอม การที่มีอดีตนักการการเมืองที่เป็นที่ปรึกษาพรรคที่ถูกยุบให้สัมภาษณ์ในเชิงว่า ไม่เคยทราบเรื่องการดึงฟ้าต่ำแต่กลับมาแสดงความก้าวร้าว ตำหนิติเตียนคนอื่นทั้งที่ความล้มเหลวเกิดจากตัวเขาเองไม่ใช่รัฐธรรมนูญหรือระบบแต่อย่างใด
ประเด็นที่สอง มีการวางแผนคลาดเคลื่อนแบบตกม้าตายทั้งตอนต้นและตอนจบ แล้วแบบนี้จะสามารถบริหารประเทศไปสู่ความรุ่งเรืองได้หรือ
ประเด็นที่สาม การเมืองต้องใช้เงิน บางพรรคเลี้ยงโต๊ะจีนจนมีประเด็นครหา แต่อีกหลายพรรคไม่เห็นสื่อไปขุดคุ้ยตรวจสอบโดยเฉพาะนโยบายแตกแบ๊งค์พัน ว่างบที่ใช้มาจากไหน สัจธรรมที่แน่นอน คือ เมื่อลงทุนก็ต้องเอาคืน ระยะหลังประเทศไทยมีธุรกิจประชาธิปไตยจนนำพาไปสู่หายนะหลายเรื่องแล้ว
ประเด็นที่สี่ ผู้ที่เป็นผู้นำพรรคต่างๆมีบุคคลิกทั้งเงียบแบบสุภาพ เงียบแบบคุมเชิง หลายคนก้าวร้าว เกรี้ยวกราดดุดันแบบด่ากราด บางคนดูต่ำทราม แบบนี้จะบริหารบ้านเมืองได้อย่างไร ที่ผ่านมาคนไทยจำนวนมากก็สะท้อนมาตลอดว่าไม่ชอบผู้นำเจ้าอารมณ์
ประเด็นที่ห้า ท่าทีของอดีตนายกที่หนีคดีแสดงความเห็นแสดงอารมณ์ ที่สำคัญที่สุดให้สัมภาษณ์ทำลายประเทศไทยอย่างบิดเบือนแบบตัวอยู่ไกล ฟังเพียงการรายงาน แต่กลับพูดเหมือนตัวเองอยู่ในเหตุการณ์ เลือกเชื่อข้อมูลที่ตนเองได้ประโยชน์ คนแบบนี้ไม่ควรได้รับโอกาสกลับมานำประเทศ แต่ต้องกลับมาสู่กระบวนการยุติธรรม เพื่อพิสูจน์ตัวเองก่อนเพราะคนไทยทุกคนก็ต้องอยู่ในกฎกติกานี้กันทุกคน
ประเด็นที่หก พรรคการเมืองที่เป็นระบบพรรคชัดเจนไม่มีนายทุนเฉพาะ แต่ที่ต้องพ่ายในการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่เพราะผู้สมัครไม่ดีแต่ประชาชนห่วงว่าจะจัดการกับปัญหาทางการเมืองที่เป็นอยู่ไม่สำเร็จ เพราะเล่นการเมืองแบบการเมือง ช่วงเวลานี้จึงควรปรับปรุงเพื่อให้เหมาะสมกับการเมืองไทย จากการเป็นข้าราชการมาสามสิบสามปีได้ทำงานกับนักการเมืองทุกรูปแบบ แต่งานที่ขับเคลื่อนได้มากมายกลับเป็นช่วงที่มีรัฐมนตรีทหาร ที่สำคัญไม่ใช่เพราะรัฐบาลปฏิวัติแน่นอน
คุณภาพของคนจึงสำคัญยิ่งกว่าพรรคหรือระบบ

