‘รองโฆษกเพื่อชาติ’ หนุนกิจกรรมนศ. ปมล่ารายชื่อถอดถอน กกต. หากทำตามช่องทางกม. แนะ ‘กองทัพ-คสช.’ ควรตรวจสอบการทำงานของ กกต.มากกว่าออกมาปกป้อง ไม่อย่างนั้นจะทำให้คนคิดได้ว่าเป็นพวกเดียวกัน
เมื่อวันที่ 31 มีนาคม นายรยุศด์ บุญทัน รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ (พช.) กล่าวถึงกรณี พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ระบุไม่เห็นด้วยกับการชุมนุมล่ารายชื่อปลด คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) บริเวณแยกราชประสงค์ และ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ พร้อมทั้งมั่นใจ ไม่มีใครชี้นำ กกต.ได้ ขอให้ทุกฝ่ายให้เวลากับ กกต. ว่า ตอนนี้ตนรู้สึกสงสัยเหลือเกินว่า พ.อ.วินธัย เป็นโฆษก กกต.อีกตำแหน่งหนึ่งหรือไม่ นอกจากกรณีออกมาปกป้อง กกต.ของโฆษก คสช.แล้ว ก่อนหน้านี้ ผบ.เหล่าทัพ ก็ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อการทำงานของ กกต. ในทำนองเดียวกัน สร้างความน่าสงสัย ในความเชื่อมโยงระหว่าง กองทัพ คสช. และ กกต.ยิ่งนัก ไม่ว่าใครมองการทำงานของ กกต.ชุดนี้ก็จะเห็นข้อผิดพลาดมากมาย เข้าขั้นร้ายแรง จนเกิดกระแสข้อสงสัยจากประชาชนว่ามีการโกงเลือกตั้งหรือไม่ แบบไม่สนใจสายตาชาวไทยและชาวโลกว่าจะคิดอย่างไร มิหนำซ้ำอาจจะทำการเลือกตั้งครั้งนี้กลายเป็นโมฆะ รวมถึงนำไปสู่การดำเนินคดีแพ่งและอาญา กับ กกต.ชุดนี้ก็เป็นได้
นายรยุศด์ กล่าวอีกว่า จากการทำงานของกกต.ทำให้เกิดกระแสการต่อต้าน และสร้างความไม่พอใจจากประชาชนโดยทั่วกัน โดยเฉพาะกับกลุ่มนิสิต นักศึกษา ที่เริ่มมีการตั้งโต๊ะ ล่ารายชื่อถอดถอน กกต. อย่างไม่ลดละ มีแต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แม้จะมีอุปสรรค ที่มีผู้บริหารบางมหาวิทยาลัยไม่ให้ความร่วมมือ ซึ่งตนคิดว่า การทำเช่นนี้ของ นักศึกษา เป็นเรื่องที่ดี เป็นการต่อต้านและแสดงออกตามช่องทางทางกฎหมาย มิได้สร้างความวุ่นวาย แตกแยกอะไรเลย มิเห็นควรที่ผู้ใหญ่หลายคนไม่เห็นด้วย แสดงอาการขัดขวาง แม้กระทั่งการนัดชุมนุมอย่างสงบ แสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ต่อต้านการทำงานของ กกต. ตนก็ไม่เห็นว่าจะสร้างความวุ่นวาย แตกแยกอย่างไร เมื่อทำกิจกรรมอย่างสงบ ตามกรอบของรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ การที่กองทัพจะออกมาจับตาดูการชุมนุมของประชาชนนั้น ตนคิดว่า กองทัพควรจะไปตรวจสอบการทำงานของ กกต.ก่อนมากกว่า เพราะเป็นการกระทำที่สร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติอย่างเห็นได้ชัด อย่าทำให้สังคมต้องเคลือบแคลงสงสัยว่า กองทัพ คสช. และ กกต. คือ พวกเดียวกัน ดังที่มีการตั้งข้อสังเกตจากหลายฝ่ายไว้ ว่า กกต.ทำงานเช่นนี้เพื่อช่วย คสช. สืบทอดอำนาจ ซึ่งตนก็ไม่อยากคิดเช่นนั้นเหมือนกัน ตนอยากให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อไปได้ ดังนั้นการเลือกตั้งจะเป็นทางออกสุดท้ายของประเทศได้หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับทุกฝ่าย ทุกองค์กรที่เกี่ยวข้องต้องร่วมมือกันจัดการให้เกิดความบริสุทธิ์ยุติธรรมเป็นที่ยอมรับของประชาชน และสังคมโดยรวมให้มากที่สุด

