หน้าแรก การเมือง กลุ่ม ปชช.หนึ...

กลุ่ม ปชช.หนึ่งสิทธิหนึ่งเสียง มอบดอกไม้ให้กำลังใจ กกต.-อีกฝ่ายบุกให้ใบแดง

1.04.19 | 13:03 น.

กลุ่มประชาชนหนึ่งสิทธิหนึ่งเสียง มอบดอกไม้ให้กำลังใจ กกต. วอนทุกฝ่ายให้เวลาทำงาน เคารพกติกาบ้านเมือง

เมื่อ‪เวลา 09.00‬ ‪น.‬ วันที่ 1 เมษายน ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มประชาชนหนึ่งสิทธิหนึ่งเสียง นำโดยนายสมศักดิ์ ผลจันทร์ และตัวแทนประชาชนจากในกรุงเทพฯและจังหวัดยโสธร เดินทางมามอบดอกไม้ เพื่อให้กำลังใจในการทำหน้าที่ของ กกต.ทั่วประเทศ หลังถูกกระแสวิพากษ์วิจารณ์การทำงานในการจัดการเลือกตั้ง โดยนายสมศักดิ์กล่าวว่า ต้องการให้กำลังใจ กกต. ไม่ใช่แค่ส่วนกลาง เนื่องจากเห็นว่าที่ผ่านมาถูกกดดันทั้งประชาชนและฝ่ายการเมือง จึงอยากขอให้ฝ่ายการเมืองและประชาชนที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ จนทำให้บ้านเมืองเสียหาย ให้เวลากับ กกต.ในการทำงาน โดยเฉพาะกลุ่มนักการเมืองควรยอมรับกฎกติกา เพราะไม่เช่นนั้นบ้านเมืองจะเดินไปข้างหน้าได้ยาก การทำงานของ กกต.ดูแลการเลือกตั้งทั่วประเทศ ที่ผ่านมาก็ต้องยอมรับว่า กกต.ทำงานมีข้อบกพร่องเกิดขึ้นบ้าง แต่คือการทำงานที่ต้องทำการเลือกตั้งให้สำเร็จ แม้ว่าการเลือกตั้งจะผ่านไปแล้วก็ยังต้องดำเนินการในเรื่องการรับรองผล

“ทางกลุ่มของผมมองว่าไม่ได้เป็นความล่าช้า แต่การเลือกตั้งเป็นเรื่องละเอียดอ่อนต้องทำอย่างรอบคอบ เพราะหากผิดพลาดขึ้นมาคนรับผิดชอบคือ กกต. จึงอยากให้ทุกคนเคารพกฎกติกาของบ้านเมือง หากนักการเมืองคนใดยอมรับกฎกติกาไม่ได้ ก็ไม่ต้องให้ กกต.รับรอง” นายสมศักดิ์กล่าว และว่า ยืนยันว่าการเดินทางมาให้กำลังใจ กกต.ครั้งนี้ ไม่ได้ต้องการมาเพื่อสร้างความขัดแย้งกับฝ่ายใด แต่อยากให้กำลังใจผู้ปฏิบัติงานและอยากให้ทุกคนคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก

ขณะที่ เมื่อ‪เวลา 11.00 น.‬ วันที่ 1 เมษายน ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายจุติพงษ์ พุ่มมูล เลขาธิการชมรมสื่อมวลชนเพื่อประชาธิปไตย พร้อมด้วยนายพงษ์พิศิษฐ์ คงเสนา รองประธานชมรม ได้เดินทางมายื่นหนังสือถึง กกต. เพื่อมอบใบแดงให้กับการทำงานของ กกต.และให้ กกต.พิจารณาตัวเอง โดยเร่งรัดให้การทำงานให้รวดเร็วมีประสิทธิภาพ พร้อมเร่งรัดรับรอง ส.ส.อย่างเป็นทางการอย่างรวดเร็วและให้ลาออกไป เพื่อไม่ให้บ้านเมืองเสียหายและแตกแยกในอนาคต เนื่องจากทางชมรมฯได้ประเมินการจัดการเลือกตั้งของ กกต.เมื่อวันที่ 17 มีนาคม และ 24 มีนาคม พบว่าการจัดการเลือกตั้งนี้ต่ำกว่ามาตรฐานกว่าการทำงานของ กกต.ทุกชุดที่ผ่านมา โดยเฉพาะการประเมินผลความโปร่งใส แก้ข้อสงสัยและข้อกังขาของประชาชน ในความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพในการทำงาน

“กรณีบัตรเขย่งและจำนวนผู้มีสิทธิลงคะแนนกับบัตรไม่สัมพันธ์กันในวันเลือกตั้ง กับวันประกาศผลอย่างไม่เป็นทางการ ที่มีจำนวนผู้ใช้สิทธิเพิ่มขึ้นหลักล้าน ตลอดจนการทำงานเป็นไปด้วยความล่าช้า และเต็มไปด้วยข้อกังวลของความบริสุทธิ์ยุติธรรม และปรากฏว่ามีพรรคการเมืองขนาดเล็กจำนวนมากได้รับที่นั่ง ส.ส. ซึ่งไม่สอดคล้องกับการประกาศคะแนนในช่วงแรกของการนับในวันแรก นอกจากนี้ พฤติกรรมการขนส่งหีบบัตรหลังนับคะแนนขาดความรอบคอบ ไม่มีความรัดกุมและปลอดภัยเพียงพอ  ขณะเดียวกันก็มีการร้องเรียน การซื้อสิทธิขายเสียงจำนวนมาก และปรากฏชัดว่ามีการทุจริตการเลือกตั้งมากที่สุดเป็นประวัติการณ์” นายจุติพงษ์กล่าว

Advertisement

นอกจากนี้ ยังเห็นพฤติกรรมในการจัดการเลือกตั้งของ กกต.ทั้งในต่างประเทศ การเลือกตั้งล่วงหน้า และการเลือกตั้งในวันที่  24 มีนาคม สร้างความเคลือบแคลงสงสัย ในกระบวนการจัดการเลือกตั้ง ที่อาจจะไม่เกิดความบุริสุทธิ์ยุติธรรมและความโปร่งใส อีกทั้งการจัดการเลือกตั้งใช้งบประมาณมหาศาล แต่กลับได้ผลตรงกันข้าม โดยเฉพาะภาคประชาชน กลุ่มนิสิตนักศึกษา ได้ออกมาล่ารายชื่อเพื่อถอดถอน กกต.ชุดนี้จำนวนมาก และเป็นไปอย่างกว้างขวาง