“เพื่อไทย” แจงสูตร คำนวณ ส.ส.ชี้จะเอาคะแนนไปแจกพรรคที่ได้ต่ำกว่า 71,000 คะแนน ไม่ได้!
เมื่อเวลา 15.45 น.วันที่ 1 เมษายน ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) แกนนำพรรค พท.นำโดย นายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค พท. นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรค พท. นายโภคิน พลกุล นายนพดล ปัทมะ คณะทำงานฝ่ายกฎหมาย นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา นายวัฒนา เมืองสุข ร่วมแถลง
โดยนายนพดล กล่าวว่า แถลงการณ์พรรคเพื่อไทย เรื่องขอให้เปิดเผยผลคะแนนของหน่วยเลือกตั้ง ชี้แจงจำนวนบัตรที่เพิ่ม และเปิดเผยวิธีการคำนวณ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อที่ถูกต้อง ดังนี้ 1.พรรคขอเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้งเปิดเผยผลการนับคะแนนรายหน่วยเลือกตั้งโดยพลัน เนื่องจากประชาชนมีสิทธิที่จะตรวจสอบความถูกต้องของจำนวนผู้มาใช้สิทธิ จำนวนบัตรดีและบัตรเสีย รวมทั้ง คะแนนที่แต่ละพรรคการเมืองได้รับ เพื่อพิสูจน์ว่าตัวเลขที่คณะกรรมการการเลือกตั้งได้แถลงนั้นถูกต้องหรือไม่ ซึ่งในประเด็นนี้ พรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย 6 พรรค ได้ทำหนังสือยื่นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อเปิดเผยผลคะแนนดังกล่าวแล้วตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม 2562 แต่ขณะนี้ กกต. ยังไม่ได้ดำเนินการใดๆ 2.จากการที่คณะกรรมการการเลือกตั้งได้แถลงเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 ว่ามีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งจำนวน 33,775,230 คน (65.96% ของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง) แต่ 4 วันต่อมา คณะกรรมการการเลือกตั้งกลับแถลงว่า มีจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งเท่ากับ 38,268,375 คน (74.69% ของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง) จึงมีคำถามว่าทำไมจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์จึงแตกต่างและมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 4,493,145 คน (ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 8.73%) ซึ่งทราบรายงานข่าวว่า กกต.ชี้แจงว่า บัตรเลือกตั้งที่เพิ่มขึ้นมาถึงกว่า 4 ล้านใบนั้น เป็นเพราะจำนวนผู้มาใช้สิทธิที่แถลงไปในวันเลือกตั้ง ยังไม่ครบผู้มาใช้สิทธิทั้งหมดและยังไม่ได้รวมจำนวนบัตรเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตราว 2.3 ล้านใบ และบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรราว 100,000 ใบ พรรคเพื่อไทยเห็นว่าการเปิดเผยตัวเลขผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง ควรสามารถกระทำได้ภายใน 2-3 ชั่วโมงหลังปิดหีบเลือกตั้ง ไม่ควรปล่อยเวลาให้ผ่านไปถึง 4 วันภาย หลังจากที่มีการเรียกร้องจากหลายฝ่าย ค่อยเปิดเผยเช่นนี้ทำให้ประชาชนยังเคลือบแคลง และตั้งคำถามว่ากระบวนการจัดการและการนับคะแนนเลือกตั้งมีความโปร่งใสหรือไม่ ซึ่งถ้าไม่มีคำอธิบายที่รับฟังได้ จะเป็นการยากที่ประชาชนจะยอมรับว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เสรีและเป็นธรรม และจะเป็นทางออกให้กับประเทศ

นายนพดล กล่าวอีกว่า 3.จากที่มีกระแสข่าวว่าอาจมีการคำนวณคะแนนและจัดสรรที่นั่ง ส.ส. ตามระบบบัญชีรายชื่อให้แก่พรรคขนาดเล็กจำนวนมาก ซึ่งอาจส่งผลถึงการรวบรวมเสียงเพื่อจัดตั้งรัฐบาล พรรคขอเรียกร้องให้ กกต. ชี้แจงข้อเท็จจริงในประเด็นนี้ว่าเป็นไปตามข่าวหรือไม่ พรรคมีความเห็นว่าการคำนวณที่นั่ง สส. ระบบบัญชีรายชื่อ ให้แต่ละพรรคการเมืองนั้น มีกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนแน่นอน มิอาจกระทำได้ตามอำเภอใจ โดยต้องกระทำตามบทบัญญัติมาตรา 91 แห่งรัฐธรรมนูญและมาตรา 128 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดย รัฐธรรมนูญ มาตรา 91(4) บัญญัติว่า “ถ้าพรรคการเมืองใดมีผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เท่ากับหรือสูงกว่าจํานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พรรคการเมืองนั้นจะพึงมีได้ตาม (2) ให้พรรคการเมืองนั้น มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามจํานวนที่ได้รับจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และไม่มีสิทธิได้รับ การจัดสรรสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ และให้นําจํานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชี รายชื่อทั้งหมดไปจัดสรรให้แก่พรรคการเมืองที่มีจํานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ต่ำกว่าจํานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พรรคการเมืองนั้นจะพึงมีได้ตาม (2) ตามอัตราส่วน แต่ต้องไม่มีผลให้พรรคการเมืองใดดังกล่าวมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเกินจํานวนที่จะพึงมีได้ตาม (2)” ซึ่งความตอนท้ายของมาตรา 91(4) ที่ระบุว่า “แต่ต้องไม่มีผลให้พรรคการเมืองใดดังกล่าวมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเกินจํานวนที่จะพึงมีได้ตาม (2)” เป็นสาระสำคัญที่ห้ามมิให้จัดสรรที่นั่งให้แก่พรรคที่ไม่มี ส.ส.ที่พึงมีตั้งแต่ต้น กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือพรรคการเมืองที่ได้รับการจัดสรรที่นั่ง ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อเพิ่มเติมนั้น จะต้องเป็นพรรคการเมืองที่มี ส.ส.พึงมีอย่างน้อย 1 คนขึ้นไปเท่านั้น ดังนั้น พรรคจึงขอเรียกร้องให้ กกต.เปิดเผยแนวทางและวิธีการคำนวณ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อที่ถูกต้องให้แก่สาธารณชนได้ทราบ มิใช่ปล่อยให้คลุมเครือ และมีการตีความบทบัญญัติแห่งกฎหมายเพื่อวัตถุประสงค์ทางการเมืองของตนเอง
ด้านนายโภคิน กล่าวว่า วิธีคำนวนส.ส.บัญชีรายชื่อ 150 คน ที่ระบุไว้ในมาตรา 128 ของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ.2561 คือ 1.ให้คำนวนหาก่อนว่า การที่พรรคการเมืองจะพึงมี ส.ส. 1 คน จะต้องไดรับเสียงสนับสนุนเท่าไหร่ โดยการให้นำจำนวนบัตรดีทั้งหมดหารด้วย 500 (จำนวนส.ส.ในสภา) จะได้ออกมา 71,065.3 เท่ากับว่า จะได้ ส.ส. 1 คนจะต้องมีผู้สนับสนุน 71,065.3 ต่อมา 2.ดูว่าแต่ละพรรคการเมืองจะได้ ส.ส.เข้าสภากี่คน โดยการนำคะแนนดิบที่เป็นบัตรดีของแต่ละพรรคการเมืองมาการด้วย 71,065.3 ซึ่งพรรคอื่นๆ ที่เหลือ ที่มีคะแนนดิบต่ำกว่า 71,000 คะแนน จะไม่ได้ ส.ส.ในสภาเลย ซึ่งท่านจะนำคะแนนไปแจกให้พรรคเล็กไม่ได้เด็ดขาด 3.คำนวนว่าแต่ละพรรคควรได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์กี่คน โดยการนำส.ส.พึงมีทั้งหมดมาลบด้วย ส.ส.เขตที่แต่ละพรรคได้ ผลลัพธ์ที่ได้คือ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งพรรค พท.เป็นพรรคเดียวที่ได้ ส.ส.เขต เกินจำนวน ส.ส.พึงมี

ดังนั้น พรรคพท.จะเป็นพรรคเดียวที่จะไม่ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อแล้ว 4.มาตรา 128 (4) ของพ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. ระบุว่า ให้พรรคการเมืองจัดสรรตามจำนวนเต็มที่คำนวนได้ก่อน 5.เมื่อจัดสรรตามข้อ 4 แล้ว ปรากฎว่า ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ของทุกพรรครวมกันได้ 152 ซึ่งเกินจำนวน ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ที่มีๆ ได้ 150 คน ซึ่ง พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. ปี 61 มาตรา 128 (7) ระบุว่า ถ้าจัดสรรตามจำนวนเต็มแล้วเกิน 150 ให้เอาคูณกับจำนวนส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ที่ได้ แล้วหารด้วย 152 เพื่อปรับสัดส่วนใหม่ ซึ่งจะมีเพียงพรรคชาติไทยพัฒนา และพรรคอนาคนใหม่เท่านั้นที่จำนวนส.ส.จะลดลงพรรคละ 1 คน และ 6.นำผลลัพธ์ที่ได้มาจัดสรร ส.ส.ใหม่อีกครั้ง โดยสรุปจะมีเพียง 16 พรรคการเมืองที่ได้ ส.ส.เข้าสภา คือ พรรค พท.ได้ ส.ส.เขต 137 ส.ส.บัญชีรายชื่อ 0 พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้ ส.ส.เขต 97 ส.ส.บัญชีายชื่อ 21 รวม 118 พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ได้ ส.ส.เขต 30 ส.ส.บัญชีรายชื่อ 57 รวม 87 พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้ ส.ส.เขต 33 ส.ส.บัญชีรายชื่อ 22 รวมเป็น 55 พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้ ส.ส.เขต 39 ส.ส.บัญชีรายชื่อ 13 รวม 52 พรรคเสรีรวมไทย ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 11 คน พรรคชาติไทยพัฒนา ได้ ส.ส.เขต 6 บัญชีรายชื่อ 4 รวม 10 พรรคเศรษฐกิจใหม่ ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 6 พรรคเพื่อชาติ ได้ ส.ส.บัญขชีรายชื่อ 5 พรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ได้ ส.ส.เขต 1 คน บัญชีรายชื่อ 4 คน รวม 5 คน พรรคชาติพัฒนา ได้ ส.ส.เขต 1 คน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 2 คน รวม 3 คน พรรคพลังท้องถิ่นไทย ได้ ส.ส.บัญชีราชื่อ 2 คน พรรครักษ์ผืนป่า พลังปวงชนไทย และพลังชาติไทย ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคละ 1 คน พรรคอื่นๆ นอกจากนี้ จะไม่ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อเลย


