หน้าแรก การเมือง สั่งรายงานสถา...

สั่งรายงานสถานการณ์ฝุ่นภาคเหนือ ถึงนายกฯทุกวัน เพื่อนำทูลเกล้าฯในหลวงทรงรับทราบ

2.04.19 | 13:22 น.

“บิ๊กตู่” เอาจริงแก้วิกฤตฝุ่นภาคเหนือ สั่ง ผวจ.ใช้อำนาจเด็ดขาดตรวจสอบกำนัน-ผญบ. พบพื้นที่ไหนไม่แก้ไข ลงโทษ-ปลดออก ทำรายงานสถานการณ์ถึงนายกฯทุกวัน เพื่อนำทูลเกล้าฯในหลวงรับทราบต่อไป ยกปฏิบัติการถ้ำหลวงเป็นแม่แบบ จัดพื้นที่เซฟตี้โซนเป็นศูนย์พักพิงให้ ปชช.กลุ่มเสี่ยง ฝากเอกชน-นักวิชาการ-ครูอาจารย์สร้างจิตสำนึกประชาชน นักเรียนนักศึกษา ระดมสร้างความดีให้ประเทศ

เวลา 09.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์การจัดการและแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือ ณ ห้องประชุมอาคารอเนกประสงค์ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

ก่อนการประชุม นายกฯกล่าวว่า วันนี้เรามาในฐานะรัฐบาล ซึ่งที่ผ่านมาได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการทั้งหมดดูแลพื้นที่ตามขั้นตอน ซึ่งวันนี้ที่มาเพราะต้องการจะรับฟังการแก้ปัญหาและอุปสรรคของการทำงานในช่วงที่ผ่านมา พร้อมขอทราบแนวทางการปฏิบัติงานทั้งหมด ซึ่งในช่วงท้าย ตนจะกำชับในการปฏิบัติงานทั้งหมดอีกครั้ง โดยวันนี้มีรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมติดตามสถานการณ์การแก้ปัญหาหมอกควันและไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือด้วย จะมาช่วยกันระดมสติปัญญาแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้ครบทุกมิติ ซึ่งจะต้องแก้ปัญหานี้ให้ได้ภายใน 7 วันข้างหน้า ทั้งในป่าภูเขา พื้นที่การเกษตร และพื้นที่เขตเมือง ที่จะต้องได้รับการแก้ปัญหาในทุกมิติ ทั้งนี้ ตนได้ทราบรายละเอียดการทำงานที่ผ่านมาโดยละเอียดอยู่แล้ว แต่วันนี้จำเป็นจะต้องทำงานที่ลงในรายละเอียดมากยิ่งขึ้น ให้สามารถแก้ปัญหาเร็วขึ้น ยืนยันถ้ามีปัญหาอุปสรรคใดๆ รัฐบาลพร้อมที่จะสนับสนุน และยืนยันว่าไม่มีปัญหาในเรื่องของงบประมาณที่จะลงมาในพื้นที่ เพื่อแก้ปัญหาได้ตามเป้าหมาย

จากนั้น นายกฯได้เปิดโอกาสให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรายงานความคืบหน้าถึงสถานการณ์การแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่า โดยภายหลังการรับฟังแนวทางการปฏิบัติงาน ปัญหา อุปสรรคการแก้ปัญหาหมอกควันและไฟป่าในพื้นที่จังหวัดทางภาคเหนือ นายกฯได้กล่าวฝากให้ภาคเอกชน นักวิชาการ รวมถึงครู อาจารย์ ช่วยกันสร้างจิตสำนึกให้กับประชาชน และนักเรียน นักศึกษา พร้อมกับขอให้ช่วยกันระดมสร้างความดีให้กับประเทศชาติ โดยการจัดกิจกรรมออกค่ายอาสาให้เห็นข้อปัญหาข้อเท็จจริง เพื่อขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง รวมถึงช่วยกันชี้แจงทำความเข้าใจ เพราะปัญหาส่วนใหญ่อยู่ที่การขาดความเข้าใจและขาดความร่วมมือของทุกคน

นายกฯกล่าวว่า ในส่วนของหน่วยงานภาครัฐ ขอให้ทำงานแบบบูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วน ยกตัวอย่างการทำงานถ้ำหลวง เป็นแบบอย่างการทำงานที่ดี พร้อมกับมอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจเด็ดขาดในการแก้ไขปัญหา ตรวจสอบการทำงานของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในพื้นที่ที่ยังเกิดปัญหา หากไม่มีการแก้ไขให้ลงโทษและปลดออกตามลำดับ รวมถึงให้ทำรายงานสรุปสถานการณ์ประจำวันให้เห็นถึงความเคลื่อนไหว เสนอตามสายงานและส่งให้นายกรัฐมนตรี เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับทราบต่อไป ส่วนการทำงานในพื้นที่ ขอให้ระดมเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน รวมทั้งอาสาสมัครลงพื้นที่เข้าไปยังจุด Hotspot แก้ไขปัญหาให้ได้อย่างทันท่วงที จัดเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนไม่ให้ขยายพื้นที่ออกไป ทั้งนี้ การทำงานต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก ระมัดระวังไม่ให้เกิดความสูญเสีย โดยในระยะสั้น นายกฯได้กำชับจังหวัดและกองทัพในพื้นที่ เพิ่มความถี่ในการฉีดพ่นละอองน้ำเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นในอากาศ จัดพื้นที่เซฟตี้โซนสำหรับประชาชนกลุ่มเสี่ยงเพื่อใช้เป็นศูนย์พักพิงสำหรับประชาชน โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ เด็กและผู้สูงอายุ ให้มีการตรวจและการปราบปรามการลักลอบเผาป่าและจับกุมผู้กระทำความผิด บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด

Advertisement

ต่อมา เวลา 11.15 น. นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ เดินทางไปยังวัดบุพพาราม ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อตรวจการเตรียมความพร้อมแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่จะจัดให้มีการประกอบพิธีพลีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์ โดยนายกรัฐมนตรีได้ไหว้พระประธาน และสักการะรูปปั้นสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และเข้ากราบนมัสการพระมหาดวงรัตน์ ฐิตรตโน เจ้าอาวาสวัดบุพพาราม พร้อมสนทนาธรรม โดยนายกฯได้สอบถามความเป็นมาของวัดดังกล่าว จากนั้น นายกฯได้เข้าไปยังบ่อน้ำทิพย์ แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ และชมนิทรรศการบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ โดยมีเจ้าอาวาสอธิบายความเป็นมาของน้ำศักดิ์สิทธิ์แต่ละแหล่งที่มา และในเวลา 13.00 น. นายกรัฐมนตรี และคณะ เดินทางถึงท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จุดประตูท่าแพ นายกฯ พร้อมคณะ ไม่ได้จอดรถลง โดยได้นั่งรถผ่านให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานลดปัญหาหมอกควันในพื้นที่ตัวเมืองเชียงใหม่ ทั้งนี้ เหตุที่นายกรัฐมนตรีไม่จอดลง เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดปัญหาการจราจรติดขัด เนื่องจากขบวนของคณะนายกรัฐมนตรีมีเจ้าหน้าที่ติดตามค่อนข้างมาก