หน้าแรก การเมือง 2 นักวิชาการ ...

2 นักวิชาการ โต้ ‘บิ๊กแดง’ ปมเตือนวาทกรรม

2.04.19 | 18:38 น.

หมายเหตุ “มติชน” : ความคิดเห็นนักวิชาการต่อคำเปิดใจของ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.และสารของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่แสดงความคิดเห็นต่อสถานการณ์บ้านเมือง

โอฬาร ถิ่นบางเตียว

โอฬาร ถิ่นบางเตียว
คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ ม.บูรพา

การที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกสารแบบนี้เพราะข้อมูลฝั่งนายกฯ คงเห็นว่าสถานการณ์การเมืองหลังการเลือกตั้งอาจมีภาวะตึงเครียดค่อนข้างสูง เพราะมีตัวแปรเข้ามาหลายอย่าง ทั้งจากภายนอกและภายในประเทศ ไม่ว่าจะกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ผลการเลือกตั้งที่ยังไม่สามารถสรุปได้

รวมทั้งสังคมตั้งคำถามต่อการบริหารจัดการการเลือกตั้งของ กกต. ตลอดจนท่าทีการสืบทอดอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ ความซับซ้อนเหล่านี้ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์และฝ่ายความมั่นคงต้องออกสารแบบนี้มา

แต่การทำแบบนี้ไม่ได้คลี่คลายในทางที่ดีขึ้น กลับทำให้ซับซ้อนขึ้นไปอีก เสมือนรัฐบาลวางสถานะเข้ามาเป็นคนจัดการ ขอให้ทุกคนช่วยกันดูแล แต่อีกด้านของสังคมมองว่า พล.อ.ประยุทธ์คือเงื่อนไขของความขัดแย้งหลัก เท่ากับว่าสารที่แสดงออกมายิ่งเพิ่มความซับซ้อนของปัญหา ยิ่งวันนี้ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ออกมาพูด ยิ่งซ้ำเติมเข้าไปอีก

Advertisement

ตอนนี้สังคมไทยอยู่ในภาวะตึงเครียดกับการเลือกตั้งมากพอแล้ว การสื่อสารของรัฐบาลต้องชัดเจนมากกว่านี้ ไม่ใช่เพิ่มความขัดแย้ง รัฐบาลมีสิทธิกังวลใจหรือห่วงใย แต่ลักษณะแบบนี้เท่ากับว่ารัฐบาลมีส่วนบิดเบือนข้อมูลเช่นกัน โดยเฉพาะบิดเบือนในมุมที่สังคมคลางแคลงใจเรื่องการบริหารการเลือกตั้ง บิดเบือนเรื่องโอกาสที่ท่านจะสืบทอดอำนาจ

ดังนั้น ท่านไม่ควรพูดอะไรเลย ควรอยู่นิ่งๆ ให้กระบวนการดำเนินต่อไป ฟังสังคม ฟังข้อเรียกร้อง เพื่อให้ กกต.ออกมาชี้แจง น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด กรณีนายทักษิณหรือเงื่อนไขอื่นๆ ควรให้กระบวนการทางการเมืองหรือศาลทำหน้าที่ปกติ

เชื่อว่าในโลกโซเชียลมีกระบวนการบิดเบือนข้อมูลแน่นอน แต่เราต้องมีความเชื่อมั่น ต้องมั่นใจว่าคนหนุ่มสาวบริโภคข้อมูลข่าวสารอย่างมีสติ หากมองเยาวชน คนหนุ่มสาวเป็นเด็ก ก็จะเป็นเด็กตลอดเวลา ถ้ามองว่าเป็นอนาคตของชาติ เป็นผู้ใหญ่ มองด้วยความไว้วางใจ ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไรก็ต้องเชื่อมั่นเขา

กรณีคำพูดอย่าเป็นซ้ายตกขอบของ ผบ.ทบ.ยิ่งทำให้สังคมเกิดความสับสนมากขึ้น หากเราวางตัวเป็นกลางในสังคมประชาธิปไตยซึ่งมีความคิดหลากหลายได้ เชื่อว่านักการเมืองหรือนักวิชาการที่พูดในการศึกษานั้นเขามีเหตุผล ควรเปิดใจให้กว้าง เชื่อว่าข้อเสนอเขาเหล่านั้นไม่ได้ซ้าย เพียงแต่ต้องการจัดระเบียบสถาบันทางการเมืองให้อยู่ในกติกาที่เหมาะสม ต้องเชื่อมั่นว่าประชาชนในประเทศรักประเทศ แต่การรักประเทศนั้นเรามีวิธีการรักที่หลากหลาย การยัดเยียดว่าซ้ายตกขอบเป็นการพูดในลักษณะผูกขาดความรักประเทศไทยเกินไป ใครก็ตามที่ไม่รักประเทศไทยตามแนวทางของฉัน คนนั้นไม่ใช่คนดี

ส่วนเหตุการณ์กลุ่มนักศึกษาหรือกลุ่มเรียกร้องประชาธิปไตยออกมาเคลื่อนไหว หากมองจากสายตาของรัฐบาลหรือฝ่ายความมั่นคงคงเห็นว่าเพิ่มความขัดแย้งแน่นอน แต่ถ้ามองว่าการบริหารจัดการของรัฐมีปัญหา ทุกคนมีโอกาสตั้งคำถาม ออกมาเคลื่อนไหว ทวงถามถึงหลักการบริหารการเลือกตั้งที่มีธรรมาภิบาลได้ นี่เป็นเรื่องปกติของสังคมประชาธิปไตย

แต่ปัญหาคือ กกต.ต้องเคลียร์ให้ชัดเจน การเมืองเรามีความขัดแย้งหลายกลุ่ม รวมทั้งไม่ได้เป็นประชาธิปไตยกับเผด็จการระบบปกติ แต่เป็นเรื่องของกลุ่มทุนเก่า กลุ่มนายทักษิณ และอีกปีกหนึ่งที่คู่กันมาในร่มเงาของประชาธิปไตยอยู่ด้วย ทำให้คนกลุ่มหนึ่งมองว่าการออกมาของนิสิต นักศึกษา หรือกลุ่มต่างๆ มีนายทักษิณหรือผู้อื่นอยู่เบื้องหลัง ควรแยกออกจากกันว่าความขัดแย้งทางการเมืองครั้งนี้เป็นความขัดแย้งที่มีความซับซ้อนมาก มีตัวแปรเข้ามาในเรื่องความขัดแย้งเยอะมาก

ธเนศวร์ เจริญเมือง

ธเนศวร์ เจริญเมือง
คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

การที่ผู้อยู่ในตำแหน่งที่สังคมเรียกว่าเป็นฝ่ายต้องการสืบทอดอำนาจ ออกมาปราม โดยใช้คำว่า ขอให้ช่วยกันอย่าให้บ้านเมืองวุ่นวาย เนื่องจากอยากให้การบริหารประเทศที่ดำเนินอยู่ในช่วง 5 ปี และการสืบทอดอำนาจยังดำเนินต่อไปได้ นี่คือสารสำคัญที่ท่านผู้นำทั้งหลายออกมาเอ่ย

ปัญหาคือมีบางเรื่องที่เกิดขึ้นและดูไม่ปกติ จากการปฏิบัติงานของ กกต. เช่น การนับคะแนนไม่จบในคืนเลือกตั้ง ตัวเลขผู้ลงคะแนนไม่ตรงกับผู้มาใช้สิทธิจนแซวกันว่าเป็นการผสมพันธุ์ของบัตรเลือกตั้งในหีบ ยังมีเรื่องของบัตรจากนิวซีแลนด์ไม่นำมานับ เป็นเรื่องที่คนในสังคมไทยบอกว่า

1.เขาต้องการความถูกต้อง เพราะมีกฎหมายกำกับว่าการนับคะแนนจะต้องต่อเนื่อง ง่วงอย่างไรก็ต้องสลับเวรกันนับ เพราะไม่รู้ว่าจะมีอะไรมาเกิดขึ้น 2.เขาต้องการคำอธิบายที่มีเหตุมีผล เมื่อ 1.สายการบินไม่ได้ล่าช้า เหตุใดจึงไม่ไปเอาบัตร 2.บัตรที่เพิ่มมาจากไหน และ 3.บัตรเขย่งมีได้อย่างไร

ภารกิจของคนที่มาเลือกตั้งคือกาบัตรและหย่อนลงในหีบจะเอาใส่กระเป๋าออกไปเพื่ออะไร เพราะขนาดทำลายบัตรยังผิด แล้วการเอาบัตรออกมานอกคูหาก็ยิ่งผิดจะเอามานับได้อย่างไร ยังมีบางจังหวัดที่ส่งคะแนนมาทีหลังเหมือนการมานับเพิ่ม แต่ไม่นับบัตรของนิวซีแลนด์

นักศึกษาจึงออกมาถามหาความชัดเจนและความถูกต้อง กกต.เป็นองค์กรที่ทำงานให้กับประชาชน กินเงินเดือน แต่เหตุใดความต้องการความถูกต้องจึงกลายเป็นเรื่องไม่ถูกต้องได้ ส่วนข้อสงสัยขอให้นับคะแนนใหม่คิดว่าเป็นเรื่องธรรมดามาก เหมือนนักมวยขึ้นชกแล้วขอดูคะแนน ฟุตบอลยังมีการรีเพลย์
อย่าลืมว่าการจัดตั้งรัฐบาลก็เพื่อเข้าไปทำงานให้ประเทศ 4 ปีข้างหน้าต้องใช้เงินหลายล้านจึงต้องมีรัฐบาลที่ถูกต้อง โปร่งใส มีเหตุและผล ผู้คนจึงจะยอมรับได้ ดังนั้น การที่นักศึกษาทวงติงจึงเป็นสิ่งที่ถูกต้องและสามารถทำได้

ดังนั้น ภารกิจของนายกฯ และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ คือควรตั้งใจฟังและให้ความเป็นธรรมต่อสังคม ทำเรื่องไม่ถูกให้ถูก ไม่ใช่ออกมาบอกว่าหยุดได้แล้ว ทำแบบนั้นไม่ได้ ทั้งที่ทุกอย่างยังไม่ชัดเจน นอกจากจะไม่ได้ไขความเคลือบแคลงสงสัยของสังคมแล้ว ยังจะทำให้ก้าวต่อไปของการบริหารประเทศมีปัญหามากขึ้น เป็นบรรยากาศอึมครึมลากยาวไปอีกกว่า 4 ปี เหมือนคนกำลังจะแต่งงาน เพียงเพิ่งเริ่มต้นก็อึมครึมเสียแล้ว จะอยู่อย่างไรต่อไปอีกชั่วชีวิต แต่ตอนนี้ประเทศไทยจะอยู่ต่อไปอย่างไรในอีก 4 ปี ข้างหน้า

ผู้นำต้องหนักแน่น สุขุม ในยามที่ทุกคนเคลือบแคลงสงสัยต้องออกมาช่วยทำให้ทุกอย่างกระจ่างขึ้น ไม่ใช่ออกมาเรียกร้องให้เห็นใจ กกต. แต่ต้องบอกว่า ขอให้ กกต.ได้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ แสดงความโปร่งใสให้สังคมได้เห็น ท่านนายกฯ และผู้บัญชาการทหารบก ต้องมอบการบ้านให้ กกต.เพราะทั้งสองท่านก็เป็นประชาชนที่ไปลงคะแนน จึงควรเรียกร้องให้เกิดความโปร่งใสและเป็นธรรมในกระบวนการจัดการเลือกตั้ง ไม่ใช่การเข้าข้าง