หากแหวกม่านแห่งวาทกรรมประเภทซ้ายตกขอบ ซ้ายดัดจริต ไปยังคำตอบต่อคำถามของผู้สื่อข่าวต่างประเทศไปยังจุดยืนรัฐประหารจากผบ.ทบ.ที่ว่า
“ปัจจุบันการทำรัฐประหารไม่ใช่เรื่องง่าย ทุกอย่างขึ้นอยู่กับสถานการณ์”
ถือได้ว่าสั้นกระชับและตรงเป้า
สะท้อนให้เห็นความรับรู้ต่อสภาพการณ์ของการรัฐประหารได้อย่างคมเฉียบ สอดรับกับสภาพความเป็นจริง ไม่ว่าจะเป็นรัฐประหารเมื่อปี 2534
และโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายนปี 2549 และรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557
นั่นก็คือ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับสถานการณ์
ต้องยอมรับว่ารัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 กับ รัฐประหาร เมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 แตกต่างไปจากรัฐประหารเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2534
สถานการณ์เมื่อปี 2534 เป็นความขัดแย้งระหว่างชนชั้นนำกับชนชั้นนำและจบลงด้วยการรัฐประหาร
ขณะที่สถานการณ์ก่อนรัฐประหารปี 2549 และก่อนรัฐประ หารปี 2557 ด้านหลักเป็นความขัดแย้งระหว่างชนชั้นนำกับชนชั้น นำด้วยกันแต่อาศัยการเคลื่อนไหวของมวลชนมาปูทางและสร้างเงื่อนไข
ปี 2549 อาศัยการเคลื่อนไหวของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
ปี 2557 อาศัยการเคลื่อนไหวของกปปส.
เมื่อการเคลื่อนไหวของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
ขึ้นถึงจุดหนึ่งกองทัพจึงลากปืนและรถถังออกมา เมื่อการเคลื่อน ไหวของกปปส.ถึงจุดหนึ่งกองทัพจึงลากปืนและรถถังออกมา
จะเข้าใจรัฐประหารจึงมีความจำเป็นต้องศึกษาสถานการณ์ก่อนการรัฐประหาร
สถานการณ์ในปัจจุบันอาจมีความเห็นต่างๆระหว่างแต่ละพรรค การเมืองต่อการบริหารจัดการเลือกตั้งของกกต.ภายใต้กฎกติกาอันกำหนดโดยคสช.
แต่ปัญหานี้ก็มิได้จำกัดเฉพาะพรรคการเมืองหากแต่มีประชาชนได้รับผลกระทบโดยตรง
นี่เป็นสถานการณ์ทางการเมืองที่ต้องใช้การเมืองแก้ไข

