เมื่อวันที่ 3 เมษายน กรณี ผู้บัญชาการทหารบก แถลงข่าวแสดงความเห็นทางการเมือง ขอให้นักการเมืองเลิกวาทกรรมแบ่งฝ่าย และเตือนไปยัง นิสิต นักศึกษา อาจารย์ นักเรียนนอก ที่ไปศึกษาต่างประเทศมา อย่าคิดเปลี่ยนแปลงการปกครอง เพราะไทยมีประชาธิปไตยแบบไทย ล่าสุด นายรังสิมันต์ โรม ผู้ช่วยเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ว่าที่ส.ส.แบบปาร์ตี้ลิสต์ โพสต์ข้อความ โต้ ผบ.ทบ. ระบุว่า
ข้อโต้งแย้งถึงผบ.ทบ.
ล่าสุดมีการให้สัมภาษณ์สื่อของผู้บัญชาการกองทัพบก โดยมีประเด็นที่ผมเห็นว่าสำคัญดังนี้
1. คุณอภิรัชต์ อ้างว่าได้พูดกับสื่อต่างชาติเมื่อหลายเดือนก่อนว่า “กองทัพจะต้องกลับมาอยู่ในส่วนของกองทัพบก มาพัฒนากองทัพบก มาเป็นทหารมืออาชีพ”
ในจุดนี้เอง ผมเห็นว่าสิ่งที่คุณอภิรัชต์และกองทัพกำลังกระทำอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันนั้นสวนทางกับคำพูดของคุณเองอย่างชัดเจน เพราะในประเทศที่เจริญแล้ว ทหารมืออาชีพจะไม่ยื่นมือเข้ามายุ่งกับการเมือง ไม่มีสิทธิจะให้สัมภาษณ์กับสื่อถึงประเด็นทางการเมืองเช่นนี้ การที่ผมยังต้องมานั่งโต้เถียงกับคุณอภิรัชต์นั้นสะท้อนให้เห็นดีว่าไม่มีสิ่งใดจะใกล้เคียงกับสิ่งที่ไปกล่าวอ้างกับสื่อมวลชนต่างประเทศเลย
การที่คุณอภิรัชต์ยังนำกองทัพออกมาฮึ่ม ๆ ขู่รัฐประหารบ้าง แสดงตัวเป็นคู่ขัดแย้งทางการเมืองบ้าง ล้วนแต่เป็นการกระทำของทหารที่ไม่มีวันจะเข้าสู่ความเป็นทหารอาชีพได้เลย สิ่งที่คุณและกองทัพกระทำมีแต่จะขัดขวางวัฒนธรรมและกระบวนการเปลี่ยนผ่านไปสู่ประชาธิปไตยที่มีความเป็นสากลทั้งสิ้น การทำรัฐประหารและครองอำนาจที่ผ่านมา 5 ปีย่อมพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าไม่ได้ช่วยให้ประเทศไทยที่เรารักพัฒนาขึ้นเลย รังแต่จะทำให้น่าละอายท่ามกลางสังคมโลก เป็นการดูถูกประชาชนไทยว่าต้องอาศัยกองทัพในการเลือกทางเดินที่ถูกต้องให้กับคนไทย
<p style=”text-align: center;”>เกาะติดการเมือง กับ Line@มติชนการเมือง
<img class=”aligncenter” src=”http://qr-official.line.me/L/W4f0aNFHKK.png” width=”167″ height=”167″ /></p>
<a href=”https://line.me/R/ti/p/%40wob1371z”><img class=”aligncenter” src=”https://scdn.line-apps.com/n/line_add_friends/btn/en.png” alt=”เพิ่มเพื่อน” width=”151″ height=”47″ border=”0″ /></a>
ผมขอแนะนำให้กองทัพทำสิ่งที่จะช่วยให้ประเทศไทยเข้าสู่ความเป็นประชาธิปไตยได้ง่ายขึ้น คือ เลิกดูถูกสติปัญญาของคนไทยเสียที และการอยู่เฉย ๆ ไม่สอดรู้ทางการเมืองจะเป็นสิ่งที่ถือว่าเป็นคุณกับสังคมไทยมากที่สุด
2. คุณอภิรัชต์ขอให้ยอมรับผลการเลือกตั้ง หยุดวาทกรรม ‘ประชาธิปไตย-เผด็จการ’ คุณอภิรัชต์กล่าวว่าการไม่ยอมรับกติกา กกต. ทำหน้าที่ เปรียบเหมือนการแข่งขันฟุตบอล ถ้าฟุตบอลแพ้ แต่คนเชียร์ไม่แพ้ มันไม่ใช่
ในฐานะแฟนบอลคนหนึ่งก็อยากจะบอกว่า คุณอภิรัชต์ไม่สามารถนำไปเปรียบง่าย ๆ เช่นฟุตบอลได้ เพราะกฎกติกาในการอยู่ร่วมกับสังคมอย่างรัฐธรรมนูญในยุคสมัยนี้ควรผ่านการทำประชามติที่ให้อิสระในการรณรงค์และมีความยุติธรรม แต่ที่ผ่านมาก็ปรากฎให้เห็นชัดว่าผู้ที่ลงประชามติถูกจับเข้าคุก ถูกดำเนินคดีมากมาย การที่คุณอภิรัชต์เป็นหนึ่งในผู้มีส่วนกับการสร้างกฎออกมากล่าวเช่นนี้ ผมถือว่าไม่มีความละอายในการเอ่ยคำต่าง ๆ เหล่านั้นออกมาเลย ไม่ว่าจะเป็นการบอกให้ยอมรับกติกาที่ไม่มีความเป็นธรรมแต่แรก และการออกมาพูดกล่าวสนับสนุนอย่างพร้อมเพียงกันต่อกกต. ราวกับว่ากกต. เป็นส่วนหนึ่งของกองทัพนั้นผมเห็นว่ายิ่งไม่มีความเหมาะสมและไร้ซึ่งศักดิ์ศรีอย่างยิ่ง
ในขณะที่วันนี้ กกต. ที่ได้งบไปมากมายมหาศาล กลับไม่มีแม้แต่สูตรคำนวณคะแนนเสียงที่ชัดเจนแต่แรก สังคมย่อมมีสิทธิจะสงสัย ตั้งคำถาม รวมถึงออกมาท้วงติงและประณามการทำงานอันไร้ประสิทธิภาพ หลักการนี้รวมถึงหน่วยงานหรือองค์กรใดก็ตามที่รับภาษีของประชาชนไปใช้
ประเด็นประชาธิปไตยกับเผด็จการนั้นก็มิใช่เพียงวาทกรรม หากแต่เป็นเรื่องจริงที่เราต้องทำให้ชัดเจนต่างหาก การเลือกตั้งไม่ใช่กระบวนการฟอกขาวของเผด็จการ ซึ่งพรรคการเมืองบางพรรคได้พยายามใช้กระบวนการนี้ฟอกตัวเอง และต่อลมหายใจให้กับผู้นำที่มาจากการยึดอำนาจ มากไปกว่านั้นผู้นำคนนี้นี่เองได้สร้างระเบียบวิธีการที่ล่วงละเมิดสิทธิเสรีภาพและประชาธิปไตย ดังนั้น การแบ่งแยกฝ่ายประชาธิปไตย และฝ่ายเผด็จการ จึงเป็นสิ่งสมควรที่ต้องอธิบายให้ประชาชนได้เห็นว่าประเทศไทยกำลังเผชิญกับอะไร
3. คุณอภิรัชต์กล่าวว่า การลงสัตยาบันของพรรคการเมืองนั้นเดี๋ยวก็ฉีกทิ้ง ประชาชนกำลังถูกชี้นำโดยนักการเมืองซ้ายตกขอบ ทำไมต้องมาทะเลาะกันให้ชาวโลกตลกด้วย
การถกเถียงเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนต่างหากที่โลกสากลยอมรับและนับถือ การเงียบเฉยและปล่อยให้ทหารอย่างคุณอภิรัชต์พูดหรือออกมามีบทบาททางการอยู่ทุกวันต่างหากที่ต่างประเทศเขารู้สึกตลก เขาต่างรู้สึกตลกว่าประเทศไทยทำไมจึงยอมให้ทหารที่มีความคิดล้าหลังเช่นนี้ออกมามีทบาททางการเมืองได้ ไม่ได้มีการสั่งสอนให้ทหารมีความเป็นมืออาชีพและมีความเป็นประชาธิปไตยหรืออย่างไร ฉะนั้นหากจะมีใครเป็นที่ตลกในโลกสากลก็คงมี ผบ.ทบ.นี่แหละที่เป็นที่น่าละอายของประเทศไทยในการกระทำเช่นนี้
4.อย่าดัดจริตคิดเปลี่ยนแปลงการปกครอง
“..ระบอบประชาธิปไตยในโลกนี้ล้วนแล้วแต่มีวัฒนธรรมในระบอบประชาธิปไตยของตนเอง เราอยู่กันแบบไทยๆ นี่คือวัฒนธรรมของระบอบประชาธิปไตยแบบไทยๆ ขอให้รักกันเถิดครับ ท่านจะไปร่ำไปเรียนที่ไหนมา ไปเอาตำราประเทศไหนมา เอาเขามาแล้วมาดูด้วยว่า ควรจะมาดัดแปลงอะไรอย่างไร แต่ไม่ใช่พยายามมาเปลี่ยนแปลงการปกครอง..”
นี่คือสิ่งที่คนไทยเรียกว่า มือถือGT200 ปากถือศีล คุณอภิรัชต์บอกว่าจะเป็นทหารมืออาชีพ และก็ออกมาพูดเรื่องการเมือง คุณอภิรัชต์บอกให้ยอมรับกติกา แต่กติกานั้นก็เขียนกันเอง และตอนนี้ก็ยังมาบิดเบือนกันเอง
ผมถามว่านี่คือประชาธิปไตยแบบไทย ๆ ของคสช. ที่จะสืบทอดต่อให้ประชาชนอย่างนั้นหรือ?
และการกล่าวหาว่าเปลี่ยนแปลงการปกครองนี่ ใช่สิ่งที่กองทัพที่ควรวางตัวไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองกระทำอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันเช่นนั้นหรือ?
ประชาธิปไตยแบบไทย ๆ (โดยเฉพาะความหมายที่พยายามพูดกันมาหลายปีนี้) ไม่ใช่ประชาธิปไตยครับ แน่นอนว่าในประชาธิปไตยในหลายประเทศนั้นมีความแตกต่างกันออกไปตามสภาพสังคมต่าง ๆ แต่ทั้งหมดนี้ล้วนมีสิ่งที่เป็นสากลร่วมกันอยู่ เช่น หลักที่ต้องมีการเลือกตั้งที่มีเสรีภาพและมีความยุติธรรม ภายใต้กติกาที่มีความเป็นประชาธิปไตย ต้องมีการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจที่เหมาะสม การให้กองทัพอยู่ภายใต้รัฐบาลพลเรือน ไม่มีอำนาจทางการเมือง เป็นต้น
สิ่งที่เป็นสากลเหล่านี้ต่างหากที่จะทำให้เมื่อยึดถือมั่นได้แล้ว ประเทศไทยจึงได้ชื่อว่าเป็นประชาธิปไตย และการหยิบยกกรณีในต่างประเทศที่เป็นประชาธิปไตยแล้วรวมถึงประเทศที่ยังไม่ได้เป็นประชาธิปไตยมาศึกษาและถกเถียงก็เพื่อที่จะไม่ต้องให้ประเทศไทยต้องไปเดินซ้ำรอยกับความผิดพลาดในประวัติศาสตร์การเปลี่ยนผ่านที่ประเทศต่าง ๆ ได้พบเจอในกระบวนการเปลี่ยนผ่านไปสู่สังคมที่เป็นประชาธิปไตย
มีส่วนใดที่กำลังบ่งบอกเหรอครับว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครอง?
หรือเพราะว่าวันนี้ทั้งเขียนกติกาเองก็แล้ว
อาศัยภาษีของประชาชนในการหาเสียงก็แล้ว
องคาพยพต่าง ๆ ก็อยู่ในมือแล้ว
แต่เมื่อให้ประชาชนตัดสินกลับทำท่าจะแพ้คาที่ จึงต้องออกมาปลุกผี
..ผีทักษิณคราวก่อนขายได้ คราวนี้ก็ปลุกขึ้นมาอีก
..แต่เพื่อให้สมจริงยิ่งขึ้น เลยต้องพยายามปลุกผี ธนาธร-ปิยบุตร เหลือเกิน
หรือเพราะแท้จริงแล้ว กองทัพกำลังรู้ดีว่าพรรคอนาคตใหม่เป็นอันตรายกับพวกคุณยิ่งกว่าพรรคไหนๆ ในการนำเสนอสิ่งที่กองทัพพยายามซุกไว้ใต้พรหมมาตลอด จึงต้องพยายามเข้ามาเล่นบทดุดันขนาดนี้?
ผมคิดว่าคนเขาดูออกครับว่าพวกคุณไม่มีความเป็นทหารมืออาชีพ
ผมสงสารประเทศไทยมากจริงๆ ครับที่มี ผบ.ทบ.ที่ทำตัวน่าละอายขนาดนี้
ผมขอยืนยันนะครับ ว่าข้อเสนอปฏิรูปกองทัพของพรรคอนาคตใหม่ที่จะทำให้กองทัพมีความทันสมัย เป็นกองทัพที่น่าภาคภูมิใจในสากล จะเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อประเทศไทย และจำเป็นต่อพัฒนาการทางการเมืองไทยเพื่อนำไปสู่สภาพสังคมและเศรษฐกิจที่ดีกว่า
รังสิมันต์ โรม
2 เมษายน 2562

