เสธ.แมว เย้ย พวกจ้องสืบทอดอำนาจสุดล้าหลัง ดึงเวลารับรองผล หวังใช้กลลดเสียงฝ่ายปชต.

เสธ.แมว ซัด ผบ.ทบ.เป็นทหารอาชีพต้องไม่ยุ่งการเมือง เย้ย พวกจ้องสืบทอดอำนาจสุดล้าหลังดึงเวลารับรองผล หวังใช้เลห์เพทุบายลดเสียงฝ่ายปชต.  

เมื่อวันที่ 3 เมษายน พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร ที่ปรึกษาและคณะทำงานติดตามตรวจสอบการเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการเคลื่อนไหวถอดถอนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า ภาพความเข้มข้นในการถอดถอนกกต.บ่งชี้ว่า คำชี้แจงของกกต.ได้หมดความน่าเชื่อถือลงแล้ว เหลือแต่เพียงการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมและเที่ยงธรรมเท่านั้น จึงจะกู้เกียรติภูมิคืนกลับมาได้ ทั้งนี้ สำหรับการเคลื่อนไหวของขบวนตาสับปะรดต่างๆอันได้แก่นิสิตนักศึกษา นักวิชาการ ภาคประชาสังคม ภาคประชาชน และพรรคการเมืองปีกประชาธิปไตย การปฏิบัติการมีรูปแบบการเดินที่แยกอิสระต่อกัน แต่ได้เห็นพ้องตรงกันว่า 1. วิธีคำนวณคะแนนส.ส.บัญชีรายชื่อมีเพียงแบบเดียวตามที่พรรคการเมืองปีกประชาธิปไตยได้แถลงไปแล้ว เพราะกฎหมายได้ระบุวิธีคิดไว้อย่างชัดเจนเข้าใจได้ไม่ต้องไปตีความอีกและเบี่ยงเบนเป็นอื่นมิได้ เป็นงานของกกต.เองแท้ๆยังจะคำนวณไม่เป็นอีกหรือ 2.ขอให้กกต.ประกาศผลคะแนนดิบการเลือกตั้งส.ส.อย่างละเอียดออกมาเพื่อความโปร่งใส เพราะทุกภาคส่วนมีหลักฐานผลคะแนนไว้รอเทียบเคียงเพื่อให้ประจักษ์ความถูกต้อง 

พล.ท.ภราดร กล่าวว่า และ 3.พรรคการเมืองที่เป็นพันธมิตรต่อต้านการสืบทอดอำนาจยังคงยืนยันสัจจะวาจาที่ให้ไว้กับพี่น้องประชาชนว่า จะไม่สนับสนุนผู้นำที่มาจากการสืบทอดอำนาจอย่างแน่นอน หากพรรคใดเปลี่ยนใจไม่ปฏิบัติตามคำพูดก็เตรียมหมดอนาคตกันไป สำหรับการจับขั้วจัดตั้งรัฐบาลนั้น ขอให้ดูจากการเฉไฉการประกาศรับรองผลคะแนนเลือกตั้งให้ล่าช้ามันเป็นคำตอบในตัวอยู่แล้วแสดงว่า ขณะนี้พรรคการเมืองกลุ่มต่อต้านการสืบทอดอำนาจยังคงมีส.ส.เกิน 250 คน อยู่จึงถูกดึงเวลาให้ล่าช้าเพื่อใช้เล่ห์เพทุบายมาลดจำนวนซึ่งไม่สมกับเป็นยุคดิจิตอล 4.0 ส่วนกรณีที่กรณีที่พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.เรียกร้องขอให้ทุกฝ่ายปฏิบัติไปตามครรลองนั้น ก็ขอเพียงสั้นๆว่าให้กองทัพยึดถือการเป็นทหารอาชีพไม่ควรยุ่งเกี่ยวกับการเมืองเฉกเช่นกองทัพของอารยประเทศและต้องประกาศให้ความเชื่อมั่นกับพี่น้องประชาชนว่า กองทัพจะเคารพเสียงและเคียงข้างรับใช้ประชาชน จากนั้นก็ต้องปฏิบัติตามที่ได้ประกาศไว้ให้ได้ด้วย 

เกาะติดการเมือง กับ Line@มติชนการเมือง

เพิ่มเพื่อน

บทความก่อนหน้านี้เผยโฉมเชื้อโรค ร้ายแรงที่สุดในโลก
บทความถัดไปราชบัณฑิตยสภา เผยแพร่ถ้อยคำถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว