หน้าแรก การเมือง แห่กรี๊ด &#82...

แห่กรี๊ด ‘ธนาธร’ แน่นสยาม เคลียร์ชัดไม่ได้พา ‘โรม’ หนี ซัดเล่นแต่มุขเดิม พาไทยจมอดีต

4.04.19 | 18:34 น.

“ธนาธร” เคลียร์ชัด ปมหมายเรียก ยัน ไม่ได้พา“โรม” หลบหนี แค่เจอหัลงถูกปล่อยตัวแล้วไปส่ง ผิด-ถูก โยนสังคมตัดสิน ซัดเผด็จการเล่นมุขเดิมพาไทยจมอยู่ในอดีต

เมื่อเวลา 16.40 วันที่ 4 เมษายน ที่สยามสแควร์ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงกรณีที่ถูกหมายเรียก ในวันที่ 6 เมษายน ว่า ในวันที่ 6 เมษายน ตนจะเดินทางไป สน.ปทุมวัน เวลา 10.00 น. ตามหมายเรียก เพื่อแสดงความจริงใจ ซึ่งกรณีดังกล่าว ตามข่าวที่ปรากฏ ระบุว่า เรื่องดังกล่าวเกิดเมื่อเดือน มิถุนายน 2558 มีกลุ่มนักศึกษาที่ออกมารณรงค์ ครบรอบ 1 ปี รัฐประหาร ในวันที่ 22 พฤษภาคม 2558 ก่อนที่เยาวชนกลุ่มนี้จะโดนคดีความ ทำให้มีประชาชนกลุ่มหนึ่งเข้าไปให้กำลังใจที่บริเวณ หน้าสน.ปทุมวัน ในวันที่ 24 มิถุนายน 2558 เท่าที่ตนจำได้ รถคันที่ใช้ในวันเกิดเหตุ น่าจะเป็นรถของบริษัทที่มีคุณสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นกรรมการผู้จัดการ

“ผมเองก็เป็นหนึ่งในผู้ที่เดินทางไปให้กำลังใจ เยาวชนกลุ่มนี้ด้วย เมื่อตนไปถึง สน.ประมาณช่วง 2-3 ทุ่ม พอตกดึก เมื่อเยาวชนกลุ่มนี้ได้รับการปล่อยตัวมาจาก สน. ผมอยู่ระหว่างเดินทางกลับบ้าน เมื่อพบกับ นายรังสิมันต์ โรม หนึ่งในสมาชิกของเยาวชนกลุ่มนี้ที่ริมถนน ผมเลยถามเขาว่า ออกมาแล้ว กำลังจะไปไหน ผมเลยอาสาไปส่งที่ที่เจ้าตัวต้องการไปให้ เรื่องเป็นแบบนี้ไม่มีอะไรซับซ้อน การที่คุณรังสิมันต์เดินออกมาจาก สน.ได้ แสดงว่า เขาได้รับการอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ใน สน.ออกมาแล้ว ผมไปเจอเขาอยู่ข้างถนน กำลังเรียกแท็กซี่กลับบ้าน ผมจึงอาสาไปส่ง เพื่อให้กำลังจิตกำลังใจกัน ซึ่งผมพร้อมชี้แจงทุกประเด้นในเรื่องนี้”นายธนาธร กล่าว

เมื่อถามว่ามองอย่างที่โดนข้อกล่าวหา มาตรา 116 นายธนาธร กล่าวว่า นี่เป็นการทำลายความน่าเชื่อถือของพรรคอนาคตใหม่ เป็นการพยายามทำลายฝั่งตรงข้ามกับการสืบทอดอำนาจของเผด็จการ ต่อข้อถาม มองว่าแปลกหรือไม่ เมื่อคดีดังกล่าวผ่านมา 4 ปีแล้ว แต่พึ่งจะโดนออกหมายเรียก นายธนาธร กล่าวว่า เรื่องนี้คงต้องให้สังคมช่วยกันพิจารณา ส่วนตัวไม่มีความกังวลใดๆ ทั้งสิ้น พร้อมรับมือทุกสถานการณ์

Advertisement

“ผมคิดว่ามีความเป็นไปได้ 2 อย่าง คือ 1.พยายามเบี่ยงเบนความสนใจของสังคมออกจากเรื่องความผิดปกติของการเลือกตั้ง และความกดดันที่มีต่อ คณะกรรมการการเลือกตั้ง 2.ความพยายามที่จะทำลายพรรคอนาคตใหม่ รูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง จากความกลัว การเติบโตขึ้นของพลังผู้ที่ต่อต้านการสืบทอดอำนาจของเผด็จการ”นายธนาธร กล่าว

นายธนาธร กล่าวอีกว่า ตนเชื่อว่าหากกระบวนการยุติธรรมและโปร่งใสจริง ตนเชื่อว่าคดีที่เกิดกับตน นายปิยบุตร และพรรคอนาคตใหม่ทั้งหมด ไม่มีพื้นฐานทางกฎหมายเพียงพอที่จะลงโทษเราทุกคดี เราเชื่อในความบริสุทธิ์ใจ

เมื่อถามว่า ช่วงสัปดาห์นี้ นายปิยบุตร โดนโจมตีเรื่องเกี่ยวกับ ม.112 ได้มีการคุยกับนายปิยบุตรบ้างหรือไม่ นายธนาธร กล่าวว่า ตนต้องเรียนว่า นายปิยบุตรยังมีกำลังใจเข้มแข็งดี พวกเราพรรคอนาคตใหม่ ยืนยันว่า นายปิยบุตรเป็นเสาต้นที่สำคัญของพรรคอนาคตใหม่ ในเมื่อวาน วันนี้ และวันพรุ่งนี้ต่อไป ซึ่งนายปิยบุตรเองก็ตอบชัดแล้ว ทั้งใน รายการทีวี ในเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว ซึ่งการใช้เรื่องสถาบัน หรือคุณทักษิณ มาโจมตีศัตรูทางการเมืองนั้นเป็นเรื่องเก่า คำถามคือ เราจะอยู่กับอดีตอย่างนี้ไม่เรื่อยๆรึไม่ หรือเราจะเดินหน้าไปสู่อนาคต ที่ยังมีความท้าทายในสังคมไทยอีกเยอะแยะไปหมดที่รอการจัดการ กลุ่มคนที่ใช้การเมืองเก่าเล่นงานคู่ต่อสู้ทางการเมือง คือกลุ่มคนที่พยายามดึงประเทศไว้ให้อยู่ในอดีต พรรคอนาคตใหม่ต้องการพาสังคมไทยเดินสู่อนาคตที่คนเท่าเทียมกัน อย่าใช้ข้อกล่าวหานี้ทำลายคู่ต่อสู้ทางการเมืองอีกเลย เพราะข้อกล่าวหานี้ใช้ไม่ได้ผลแล้ว

“ต่อเนื่องกับกรณีของนาย ปิยบุตร ที่มีประชาชนล่ารายชื่อ ไม่ให้นายปิยบุตรเป็น ส.ส. ทำหน้าที่ในสภา ซึ่งมีประชาชนลงชื่อราวหมื่นกว่าคน ในทางกลับกัน ประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของกกต.แล้วลงชื่ออนไลน์ เกือบถึงหนึ่งล้านคนแล้ว เช่นเดียวกับประชาชนที่ลงชื่อถอดถอน พล.อ.อภิรักษ์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.มีกว่า 30,000 คน ซึ่งเยอะกว่าที่ลงชื่อถอดถอนนายปิยบุตรเสียอีก ดังนั้นก็ชัดเจนว่า เสียงที่สังคมส่งเสียงอยู่ คือเสียงของการเรียกร้องให้ประเทศไทยกลับมาสู่ ความเป็นประชาธิปไตย ความเป็นนิติรัฐ” นายธนาธร กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่สยามสแควร์มีนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนมารอถ่ายรูปร่วมกับนายธนาธรจนแน่น รวมไปถึงบันไดทางขึ้นรถไฟฟ้าบีทีเอส ทำให้ทีมงานของพรรคต้องจัดแถวต่อเพื่อรอถ่ายภาพกับนายธนาธร