หน้าแรก การเมือง “วิทยา”ร้องกก...

“วิทยา”ร้องกกต. สอบ ว่าที่ส.ส.พปชร. ใช้ข้อมูลเท็จหาเสียง อ้างจบป.เอก-เป็นเลขาฯพิจิตต รัตตกุล

5.04.19 | 11:45 น.

“วิทยา” ร้อง กกต. สอบ ว่าที่ ส.ส. พปชร.นครศรีธรรมราช ปมใช้ข้อมูลเท็จหาเสียง ชี้ อย่าพยายามหาสูตรคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลีสต์ เห็นใจพรรคเล็กก็ควรมี ส.ส. รอ กก.บห.ปชป.เลือกข้าง


เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 5 เมษายน ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายวิทยา แก้วภราดัย ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ เข้ายื่นคำร้องคัดค้าน นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ที่ได้รับเลือกตั้งมาด้วยคะแนนเสียงอันดับ เนื่องจากมีการเผยแพร่เอกสารแนะนำตัวด้วยข้อความอันเท็จ ด้วยการบุว่าเป็นด็อกเตอร์ และเป็นเลขาฯ ของอดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายพิจิตต รัตตกุล ซึ่งถือว่าไม่เป็นความจริง เป็นการหาเสียงโดยไม่สุจริต ผิดเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดไว้ ข้อเท็จจริงประจักษ์ชัด ไม่ยุ่งยากที่ กกต.จะวินิจฉัย ซึ่งก็แล้วแต่กกต.จะพิจารณาว่าข้อมูลดังกล่าวจะให้ใบส้ม ใบเหลืองได้หรือไม่

นายวิทยา กล่าวถึงปัญหาการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ว่าเมื่อกฎหมายต้องการให้ทุกคะแนนมีความหมาย พรรคเล็กๆเขาก็มีคะแนนของเขา ก็ควรจะได้รับการพิจารณาด้วย การได้คะแนนไม่ถึงค่าเฉลี่ย ส.ส. 1 คน เมื่อคำนวณไปแล้ว ค่าเฉลี่ยของพรรคใหญ่ก็เหลือ 3-4 หมื่น เมื่อพรรคใหญ่ได้ พรรคเล็กก็ควรจะต้องได้ เพราะต่อให้ปัดเศษอย่างไร ก็ไม่มีท่าที่พรรคไหนจะได้ถึง 7 หมื่น มันเป็นหลักธรรมดาของคณิตศาสตร์ อย่าไปคิดให้มากเรื่อง เพราะที่ผ่านมาเราคิดมาก ก็เกิดปัญหาจนมาคิดสูตรการเมืองกัน ซึ่งก็เกิดปัญหาขึ้นอีก จึงอยากให้คิดกันธรรมดา ทั้งนี้ยอมรับว่าหากคิดแบบนี้พรรคประชาธิปัตย์จะได้คะแนนลดลงก็ไม่เป็นไร ก็ต้องยอมรับ

เมื่อถามถึงท่าทีของพรรคประชาธิปัตย์ จะสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ หรือไม่ นายวิทยา กล่าวว่า ส่วนตัวเท่าที่ฟังจากชาวบ้าน พรรคที่เป็นตัวแทนนายทักษิณ กับพล.อ.ประยุทธ์ เขาบอกว่า เขาเอาประยุทธ์มากกว่า เรื่องนี้ในทางการเมืองไม่มีความอิสระหรือเป็นกลางหรอก อย่างเช่นในปี 31 พรรคพลังธรรมบอกว่าตัวเองเป็นกลาง ก็เท่ากับคะแนนเป็นศูนย์เป็นคะแนนที่พึ่งพาไม่ได้ แต่ในทฤษฎีทางการเมืองเป็นไปไม่ได้ เป็นเรื่องของพวกโลกสวย

Advertisement

เมื่อถามต่อว่านายอภิสิทธิ์ประกาศจุดยืน ว่าจะไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ นายวิทยา กล่าวว่า มันเป็นการประกาศของนายอภิสิทธิ์ และฟังดูแล้วก็เหมือนว่ากรรมการบริหารพรรคไมได้เห็นด้วย และนายอภิสิทธิ์ก็พ้นตำแหน่งไปแล้ว ซึ่งที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคจึงให้เป็นหน้าที่ของกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ก็ต้องรอดูการตัดสินใจของกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่