‘นึกว่าละครหลังข่าว’ ปฏิกิริยาอันเนื่องมาจากกรณี’กวางจู’

22.05.16 | 11:10 น.
ภาพจากเฟซบ๊ก sutee Kunavichayanont

เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม เฟซบุ๊กแฟนเพจ “ชาติพันธุ์นิพนธ์” ซึ่งมีผู้ดูแลคือ ผศ.ดร.ยุกติ มุกดาวิจิตร อาจารย์คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ม.ธรรมศาสตร์ ได้เผยแพร่ข้อความมีเนื้อหาระบุถึง “ลำดับความอับจนของใจกลางแวดวงศิลปะไทย” สืบเนื่องจากในขณะนี้มีประเด็นที่นักวิชาการ 209 รายในนาม “นักกิจกรรมวัฒนธรรมเพื่อประชาธิปไตย” (กวป.) ส่งจดหมายเรียกร้อง “ภัณฑารักษ์” พิพิธภัณฑ์ศิลปะกวางจู เกาหลีใต้ ให้ออกมาอธิบายถึงเหตุที่ผลที่นำผลงานชุดหนึ่งในจำนวน 4 ชุดของ รศ.สุธี คุณาวิชยานนท์ ศิลปินชื่อดัง ร่วมแสดงในนิทรรศการ ชุด ‘The Truth_ to Turn It Over’ ในเทศกาลประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน และสันติภาพ เพื่อรำลึกเหตุการณ์ 18 พฤษภาคม ค.ศ.1980 ระหว่างวันที่ 10 พ.ค.-15 ส.ค.นี้

โดยมองว่าเป็นผลงานที่ไม่สอดคล้องกับการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย กลุ่ม กวป.ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับแนวทางศิลปะของ รศ.สุธี กับจุดยืนทางการเมือง และจิตวิญญาณการต่อสู้ของชาวกวางจู โดยมีรายชื่อส่วนใหญ่เป็นศิลปิน นักวิชาการด้านวัฒนธรรม นักเขียน และอาจารย์มหาวิทยาลัย

ทั้งนี้ รศ.สุธีได้ส่งจดหมายชี้แจงไปยังภัณฑารักษ์พิพิธภัณฑ์ดังกล่าว โดยปฏิเสธว่าการเคลื่อนไหวทางการเมืองของตน ไม่ได้สนับสนุนทหาร แต่เป็นการต่อต้านการใช้อำนาจในทางมิชอบของรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

ต่อมามีกลุ่มศิลปินเผยแพร่จดหมายถึงภัณฑารักษ์เช่นกัน โดยมีเนื้อหาสนับสนุน รศ.สุธี ข้อความตอนหนึ่งระบุว่า ผลงานของ รศ.สุธีไม่มีความผิด และไม่เกี่ยวข้องกับการรัฐประหาร โดยเป็นผลงานที่เกิดขึ้นในบริบทของการประท้วงรัฐบาล ณ ขณะนั้น จึงขอเรียกร้องให้มีความอดทนต่อกระบวนการ “ใส่ร้ายป้ายสี” ทำลายเกียรติยศและชื่อเสียงของศิลปินผู้ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยตลอดมา ซึ่งล่าสุดมีการรวบรวมรายชื่อผู้สนับสนุน รศ.สุธี ด้วย

สำหรับข้อความจากเพจ “ชาติพันธุ์นิพนธ์” ได้ระบุถึงสถานการณ์ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ตั้งแต่เกิดประเด็นดังกล่าว ซึ่งกลายเป็นกระแสในโซเชียลเน็ตเวิร์ก โดยส่วนหนึ่งของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คือ มีการเผยแพร่ข้อความที่ชวนให้เคลือบแคลงว่ามีการนำชื่อบุคคลบางรายมาใส่ในจดหมายของ กวป. โดยไม่รับอนุญาตหรือไม่ รวมถึงมีการโจมตีสื่อมวลชนที่นำเสนอข่าวด้วย

Advertisement

ข้อความมีดังนี้

ลำดับความอับจนของใจกลางแวดวงศิลปะไทย
1. ไล่ลบรูปเพื่อลบอดีตของตนเองก็แล้ว แต่คนอื่นเขาก็ยังเอามาสาวไส้ให้ได้ดูกัน
2. โจมตีคนที่หยิบประเด็นมาประท้วง ว่าดึงไปเป็นเรื่องการเมืองก็แล้ว ก็ยังฟังไม่ขึ้น
3. ยกศิลปะให้ลอยอยู่พ้นสังคมพ้นการเมืองก็แล้ว ก็ยิ่งดูล้าหลังหนักเข้าไปอีก
4. ก็เลยหันมาโจมตีว่าคนคนเดียวถูกแอบอ้างชื่อ อ้าวแล้วอีกตั้งเกือบร้อยคนที่เพิ่มชื่อมาล่ะ แล้วรู้ไหมว่าคนคนนั้นเขาก็ไม่ได้ถูกแอบอ้างชื่อมาด้วย
5. ล่าสุดก็เลยมาไล่กล่าวหาว่าใครเป็นคนแอบอ้างชื่อ จากหลักฐานแค่คนหนึ่งเขียนชื่อคนหนึ่ง แต่คนกล่าวหาน่ะไม่รู้หรอกว่าคนเขียนชื่อนั้นเขาเอาชื่อมาจากไหนอะไรยังไง
6. แล้วแถมยังมาโจมตีสื่อมวลชน ซึ่งก็มีเพียงเจ้าเดียวที่เสนอข่าวทั้งฝ่ายตนและฝ่ายที่ประท้วงพวกตน ไม่คิดบ้างเลยหรือว่าต่อจากนี้เขาจะยังอยากลงข่าวฝ่ายตนเองให้อีกไหม

นึกว่ากำลังดูละครหลังข่าว ขาดอีกสักตอนสองตอนก็คงมีตบกันละ

 

ชาติพันธุ์นิพนธ์