ปิดแคมเปญล่าชื่อถอน กกต. หน้าหอศิลป์ ยอดรวม 7 พัน เว็บทะลุ 8.5 แสน เตรียมยื่น 11 เม.ย.นี้

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 5 เมษายน ที่บริเวณหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มแนวร่วมประชาชนเพื่อการเลือกตั้งที่เป็นธรรม นำโดยนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว และนายธนวัฒน์ วงค์ไชย หรือบอล จัดกิจกรรมรวมพลครั้งใหญ่ล่ารายชื่อเพื่อถอดถอนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แม้ว่าก่อนหน้านี้ทางหอศิลป์ฯ จะไม่อนุญาตให้ใช้สถานที่ แต่ทางด้านนายสิรวิชญ์ยืนยันที่จะจัดกิจกรรมต่อไป โดยมีการตั้งโต๊ะรวบรวมรายชื่อร่วมถอดถอน กกต. พร้อมทั้งกล่าวเชิญชวนประชาชนร่วมลงชื่อ โดยเน้นย้ำด้วยว่าการลงชื่อถอดถอน กกต.จะไม่ส่งผลให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการดำเนินกิจกรรมเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย มีประชาชน นักศึกษาและผู้สัญจรบริเวณใกล้เคียงเข้าร่วมลงชื่ออย่างไม่ขาดสาย ท่ามกลางการสังเกตการณ์ของเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบ โดยประชาชนที่ร่วมลงชื่อส่วนมากได้เตรียมสำเนาบัตรประชาชนมาด้วย ทั้งนี้ยังมีบางส่วนที่ไม่ได้เตรียมสำเนาบัตรประชาชนมา จึงไปถ่ายสำเนาบัตรประชาชนบริเวณสนามกีฬาแห่งชาติก่อนจะมาร่วมลงชื่อ

จากนั้น เวลา 17.00 น. ได้มีการสรุปยอดจำนวนผู้ร่วมลงชื่อถอดถอน กกต. พร้อมทั้งชี้แจงแนวทางการดำเนินการ

นายสิรวิชญ์กล่าวว่า ตามที่แนวร่วมประชาชนเพื่อการเลือกตั้งที่เป็นธรรมและแคมเปญรณรงค์รณรงค์ 1 ล้านรายชื่อ ได้ดำเนินการล่ารายชื่อเพื่อพิจารณาถอดถอน กกต.จากการที่ไม่สามารถจัดการเลือกตั้งให้บริสุทธิ์ โปร่งใส เสรี และเป็นธรรมได้ ทั้งยังเต็มไปด้วยข้อกังขาและปัญหามากมาย โดยได้เริ่มล่ารายชื่อตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม และได้มีการแถลงข่าวเปิดแคมเปญล่ารายชื่ออย่างเป็นทางการในวันที่ 30 มีนาคมที่ผ่านมานั้น ตลอดระยะเวลามีการขยายพื้นที่และกิจกรรมไปตามมหาวิทยาลัยต่างๆ และพยายามที่จะเข้าไปในสถานที่ที่มีประชาชนสัญจรทั่วไป เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมทั้ง 2 ช่องทาง เนื่องจากช่องทางเว็บไซต์ change.org ยังไม่มีการรับรองเพื่อยื่นเป็นหลักฐานประกอบขั้นตอนตามกฎหมายได้ จึงเปิดอีกแคมเปญคือการล่ารายชื่อถอดถอนผ่านแบบถอดถอน เพื่อยื่นเป็นคำร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช ซึ่งเป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญมาตรา 234 (1) ในส่วนที่ 2 ของรัฐธรรมนูญที่ระบุว่า ในกรณีที่มีความประพฤติผิดอย่างร้ายแรงต่อกฎหมายและผิดต่อธรรมนูญและมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ประชาชนก็มีสิทธิที่จะลงชื่อเข้าคำร้องถอดถอน กกต.ได้ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 235 (1)

“เราต้องการรายชื่อจำนวนมาก แม้ว่าตามรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 กับปี 2550 จะมีความแตกต่าง จากเดิมประชาชนต้องเข้าชื่อก่อนถอดถอน 20,000 รายชื่อ แต่ในรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 กี่รายชื่อก็ได้ แต่ไม่ใช่การถอดถอนโดยตรง เป็นการยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. เพื่อให้ศาลถอดถอน ดังนั้นเราจึงต้องการสร้างปรากฏการณ์คำร้องต่อ ปปช.ที่มีประชาชนร่วมลงชื่อมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา เราเชื่อว่าการลงชื่อจำนวนมากย่อมมีพลังมากกว่าการยื่นทีละใบ แม้ว่าการเคลื่อนไหวทางเว็บไซต์จะไม่มีผลทางกฎหมายได้เต็มที่ แต่ก็จะยื่นแนบไปด้วยว่ายังมีประชาชนเกือบ 1 ล้านคนที่ต้องการให้ ปปช.ดำเนินการเรื่องนี้อย่างรวดเร็ว ไม่ดองเรื่องให้ยาวนานอีกต่อไป” นายสิรวิชญ์กล่าว

ด้านนายธนวัฒน์เปิดเผยว่า ตั้งแต่เริ่มเปิดการล่ารายชื่อ เป็นเวลา 1 สัปดาห์ มีผู้เข้าร่วมลงชื่อเบื้องต้นจำนวนทั้งสิ้น 7,234 รายชื่อ และบนเว็บไซต์ change.org ทั้งหมด 846,488 รายชื่อ ซึ่งอยู่ระหว่างการรวบรวม โดยคาดว่าในสัปดาห์หน้าจะทราบตัวเลขที่แน่นอน เนื่องจากยังมีส่วนที่อยู่ระหว่างการส่งไปรษณีย์และอยู่ระหว่างการรวบรวม

โดยมหาวิทยาลัยที่ร่วมส่งคำร้อง ประกอบด้วย 1.จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 2.มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทั้งวิทยาเขต รังสิต ท่าพระจันทร์ และลำปาง 3.มหาวิทยาลัยขอนแก่น 4.มหาวิทยาลัยแม่โจ้ 5.มหาวิทยาลัยบูรพา 6.มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 7.มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี และหาดใหญ่ 8.มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี 9.มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 10.มหาวิทยาลัยพะเยา 11.มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร 12.มหาวิทยาลัยนเรศวร 13.มหาวิทยาลัยศิลปากร 14.มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน และบางเขน 15.มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา 16.มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ 17.มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม 18.มหาวิทยาลัยสวนดุสิต 19.มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และ 20.มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์
ซึ่งทั้งหมดนี้ได้ติดต่อเข้ามาเพื่อร่วมส่งเอกสารถอดถอน กกต. และยังมีอีกหลายมหาวิทยาลัยที่อยู่ระหว่างการติดต่อและกำลังส่งรายชื่อเข้ามา ซึ่งจะนำเรียนให้ทราบต่อไป

นายธนวัฒน์กล่าวว่า การดำเนินการของนักศึกษา ตามมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ พบปัญหาคือ มีความพยายามขัดขวางไม่ให้นิสิตนักศึกษาได้ทำกิจกรรมภายในมหาวิทยาลัย โดยออกเป็นคำสั่งของมหาวิทยาลัย อ้างว่าเพื่อดำรงความเป็นกลางทางการเมือง และบางมหาวิทยาลัยใช้การโทรศัพท์ต่อสายตรงถึงนิสิตนักศึกษา ล่าสุดที่มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เมื่อวานนี้ เราได้มีการประสานนักศึกษา แต่ปรากฏว่ามีอาจารย์โทรไปหา นศ.เชิงขอร้องแกมบังคับ ไม่ให้เข้ามาร่วมทำกิจกรรมที่ด้านหน้าของมหาวิทยาลัย ส่งผลให้นักศึกษาหลายมหาวิทยาลัยต้องออกไปทำกิจกรรมนอกรั้ว ซึ่งเจอกับเจ้าหน้าที่เทศกิจที่ตามรังควานไม่ให้เข้าไปตั้งโต๊ะ มีการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่รัฐในการกดดันร้านถ่ายเอกสารรอบมหาวิทยาลัย ที่มีกิจกรรม ไม่ให้รับถ่ายเอกสารบัตรประชาชน ทำให้พื้นที่แห่งเสรีภาพในการทำกิจกรรมของนิสิตต้องถูกลดทอนคุณค่าลงไปอย่างมาก นี่เป็นการทำลายกิจกรรมและศักดิ์ศรีของ นศ. จึงขอประนามทั้งผู้บริหารของมหาวิทยาลัยต่างๆ รวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐ ที่ได้ทำการข่มขู่คุกคามทั้งผู้จัดกิจกรรมและร้านถ่ายเอกสาร นอกจากนี้ ยังมีบางกรณีที่เจ้าหน้าที่ติดตามนิสิตนักศึกษาบางมหาวิทยาลัย ที่ไปส่งไปรษณีย์ล่ารายชื่อถอดถอน ตามต่างจังหวัด ซึ่งก็ยังไม่ได้รับคำชี้แจงจากทางไปรษณีย์ไทย ว่าข่าวที่ออกมาว่ามีการไปดักตรวจเอกสารที่ตู้ไปรษณีย์สามเสนเป็นความจริงหรือไม่ จึงขอเรียกร้องให้ทางไปรษณีย์ไทยชี้แจงข่าวลือนี้โดยเร็ว เพราะนอกจากจะกระทบกิจกรรมล่ารายชื่อ ยังกระทบต่อความไว้วางใจ ความเชื่อมั่นที่ประชาชนจะมีต่อการใช้บริการการขนส่ง

นายสิรวิชญ์กล่าวว่า ที่ผ่านมามีปัญหาและอุปสรรคค่อนข้างมาก ทำให้เราล่ารายชื่อได้อย่างไม่เต็มที่นัก ซึ่งขณะนี้ยังไม่ถึง 1 ล้านรายชื่อ แต่ถึงแม้จะปิดการล่ารายชื่อยื่นแบบถอดถอนในวันนี้ ในเว็บไซต์จะยังไม่ยุติ จึงเชิญชวนให้ร่วมลงรายชื่อในเว็บไซต์ให้ถึง 1 ล้าน ซึ่งเราจะแนบประกอบเพื่อกดดันให้ ป.ป.ช. ดำเนินการโดยเร็วและนำไปสู่กระบวนการตามมาตรา 235 ที่ต้องยื่นต่อศาลฎีกาเพื่อยุติการทำหน้าที่ชั่วคราวระหว่างการพิจารณาถอดถอนแล้วเห็นว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งชื่อปัจจุบันทั้ง 7 คน เพื่อไม่ให้การเลือกตั้งทั้งหมดมีผลประโยชน์ได้เสียต่อคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ และพรรคการเมืองที่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจทั้งหมด

โดยมีข้อกล่าวหาดังนี้ 1.มาตรา 114 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรปี 2561 ที่ปฏิบัติละเว้นหน้าที่ไม่ชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อประชาชนที่มีสัญชาติไทยซึ่งมีสิทธิเลือกตั้งในต่างประเทศ คือประเทศนิวซีแลนด์ และ 2.เป็นการกระทำผิดตามมาตราประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560 ตามมาตรา 69 โดยจะใช้ช่องทางตามรัฐธรรมนูญมาตรา 234 และ 235 ซึ่งจะยื่นต่อคณะกรรมการปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สนามบินน้ำ จ.นนทบุรี ในวันที่ 11 เมษายน เวลา 10.30 น. เนื่องจากวันที่ 10 เมษายน ยังติดขัดปัญหาหลายอย่าง

จากนั้นทางกลุ่มฯได้ย้ายโต๊ะล่ารายชื่อไปตั้งบริเวณบริเวณใต้สะพานลอย หอศิลป์ฯ เนื่องจากช่วงบ่ายที่ผ่านั้นได้ชี้แจงกับทางหอศิลป์ฯ ว่ามาหลบแดด เมื่อแดดหมดแล้วจึงย้ายกลับตามที่ตกลงกันไว้

บทความก่อนหน้านี้1 ส.ค.ยกระดับ 6 ศาลจังหวัดตั้งอธิบดีผู้พิพากษาคุม
บทความถัดไปดร.บัญชา ผู้เขียน ‘เล่มนี้มีเมฆมาก’ เยี่ยมบูธ ‘มติชน’ ยิ่งค่ำคนยิ่งแน่น