หน้าแรก การเมือง 6 หน่วย 5 จัง...

6 หน่วย 5 จังหวัด กาบัตรใหม่ พรรคเล็ก-ใหญ่ไล่เก็บแต้ม

6.04.19 | 08:13 น.

ที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติสั่งนับคะแนนใหม่ 2 หน่วย ใน จ.ขอนแก่น เนื่องจากผลการนับคะแนนไม่ตรงกับจำนวนผู้มาใช้สิทธิและบัตรเลือกตั้ง คือ หน่วยเลือกตั้งที่ 1 หมู่ 1 ต.บัวใหญ่ อ.น้ำพอง และหน่วยเลือกตั้งที่ 5 หมู่ 5 ต.ม่วงหวาน อ.น้ำพอง


นอกจากนี้ ยังสั่งเลือกตั้งใหม่ 6 หน่วย จ.ลำปาง เขต 4 (2 หน่วย)/จ.ยโสธร เขต 2 (1 หน่วย)/จ.เพชรบูรณ์ เขต 1 (1 หน่วย)/จ.พิษณุโลก เขต 2 (1 หน่วย)/กรุงเทพฯ เขต 13 (1 หน่วย) จากกรณีการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา โดย กกต.ระบุว่า การเลือกตั้งใหม่จะต้องรีบดำเนินการ เนื่องจากต้องประกาศผลก่อนวันที่ 9 พ.ค. สำหรับการนับคะแนนใหม่ กกต. ระบุว่าเป็นรายงานที่มาจากคณะกรรมการเขต นั้นๆ แจ้งมาว่า การแสดงตนมาใช้สิทธิ บัตรที่ใช้ไปและผลรวมคะแนนไม่ตรงกัน ดังนั้นกรรมการเขตจึงมีดุลพินิจให้มีการนับคะแนนใหม่

ที่ จ.เพชรบูรณ์ กกต.มีมติสั่งเลือกตั้ง ใหม่ 1 หน่วยเลือกตั้ง ได้แก่ หน่วย เลือกตั้งที่ 12 เพชรบูรณ์เขต 1 ต.เข็กน้อย อ.เขาค้อ เนื่องจากคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งไม่สามารถชี้แจงได้ว่าเหตุใดจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งและจำนวนบัตรเลือกตั้งไม่ตรงกัน สำหรับหน่วยเลือกตั้งหมู่ 12 แห่งนี้มีประชากรที่มีสิทธิจำนวน 1,371 คน

นายไมตรี มีหล้า ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดเพชรบูรณ์ ชี้แจงว่า ตามบัญชีผู้มีสิทธิลงคะแนนที่หน่วย เลือกตั้งนี้มีจำนวนทั้งสิ้น 1,371 คน เมื่อวันที่ 24 มีนาคม มีประชาชนมาใช้สิทธิลงคะแนนทั้งหมด 955 คน บัตรดี 844 ใบ, บัตรเสีย 92 ใบ, ไม่ประสงค์เลือกใคร 18 ใบ และเมื่อรวมยอดปรากฏว่าได้เพียง 954 ใบเท่านั้น แม้จะตรวจนับทบทวนหลายครั้งก็ยังไม่ทราบสาเหตุทำไมบัตรขาดหายไป 1 ใบ ทาง กปน.จึงมีการบันทึกไว้ ส่วนการลงคะแนนตลอดจนการนับคะแนน นอกจากจะราบรื่นเป็นปกติแล้ว ในการนับคะแนนยังไม่มีการทักท้วงและไม่มีเหตุการณ์ผิดปกติแต่อย่างใด

Advertisement

ผลการนับคะแนนนายศิรวิทย์ ทองคำ พรรคอนาคตใหม่ เบอร์ 8 ได้คะแนน 217 คะแนน นายชัยณรงค์ สืบสุรีย์กุล พรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 3 ได้ 144 คะแนน น.ส.พิมพ์พร พรพฤฒิพันธุ์ พรรคพลังประชารัฐ เบอร์ 12 ได้ 121 คะแนน นายวิจิตร พรพฤฒิพันธุ์ พรรคชาติไทยพัฒนา เบอร์ 4 ได้ 117 คะแนน และนายสุทัศน์ จันทร์แสงศรี พรรคเพื่อไทย เบอร์ 10 ได้ 92 คะแนน

อย่างไรก็ตาม ในการหย่อนบัตรครั้งใหม่ ด้วยจำนวนประชากรที่มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมดจำนวน 1,371 คน แม้จะเทให้ ผู้สมัครรายใดรายหนึ่งก็ตามก็ไม่ส่งผลทำให้ผลการเลือกตั้งเกิดความเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่นได้ เนื่องจาก น.ส.พิมพ์พร พรพฤฒิพันธุ์ ผู้สมัครพรรคพลังประชารัฐ เบอร์ 12 ได้คะแนนสูงสุดถึง 37,011 คะแนน ทิ้งห่างนายชัยณรงค์ สืบสุรีย์กุล ผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ ที่ได้เพียง 15,119 คะแนน ซึ่งรั้งในอันดับ 2 กว่า 1 เท่าตัว

ขณะที่ น.ส.พิมพ์พร พรพฤฒิพันธุ์ ผู้สมัครพรรคพลังประชารัฐ และว่าที่ ส.ส.เพชรบูรณ์ เขต 1 กล่าวว่า ไม่ได้คิดอะไรมากซึ่งหน่วยเลือกตั้งนี้ตนเองได้คะแนนเป็นอันดับ 3 คะแนนจากหน่วยเลือกตั้งนี้คงไม่มีผลทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอะไร

ส่วน จ.ลำปาง มี 2 หน่วยเลือกตั้ง อยู่ในเขตเลือกตั้งที่ 4 ของ จ.ลำปาง ได้แก่ หน่วยเลือกตั้งที่ 6 หมู่ 5 ต.ลำปางหลวง อ.เกาะคา และหน่วยเลือกตั้งที่ 3 หมู่ 2 ต.ศาลา อ.เกาะคา จ.ลำปาง โดยนายเชาว์ทวีพัฒน์ ดนัยนันท์ ประธาน กกต.เขตเลือกตั้งที่ 4 ของ จ.ลำปาง เปิดเผยว่า สาเหตุที่ทั้ง 2 หน่วยที่ต้องมีการเลือกตั้งใหม่นั้น เนื่องจากการเลือกตั้งที่ผ่านมาพบว่าทั้ง 2 หน่วย มีจำนวนบัตรลงคะแนนน้อยกว่าจำนวนผู้มาใช้สิทธิจำนวน 2 และ 3 บัตร ซึ่งไม่ทราบว่าเกิดจากอะไร สำหรับการเลือกตั้งใหม่นี้เชื่อว่าจะไม่กระทบกับคะแนน ส่วนเรื่องการออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งใหม่ของประชาชนทั้ง 2 หน่วยนั้น คาดว่าอาจจะน้อยลง เพราะทุกคนทราบผลการ เลือกตั้งทั้งหมดแล้ว จึงอาจจะทำให้ประชาชนคิดว่าไม่จำเป็นต้องไปลงคะแนนอีก

ขณะที่ จ.พิษณุโลก พ.ต.ท.วัชรินทร์ พิมพ์กะภีร์ ผู้อำนวยการ กกต.พิษณุโลก หน่วยเลือกตั้งที่ 6 เขตเลือกตั้งที่ 2 หมู่ 6 ต.มะตูม อ.พรหมพิราม มีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 366 คน มีผู้มาแสดงตนขอใช้สิทธิเลือกตั้ง 269 คน แต่ว่ามีบัตรในหีบเลือกตั้ง 268 ใบน้อยกว่าผู้มาใช้สิทธิ 1 ใบ ในขณะที่จำนวนบัตรทั้งหมดนั้นยังอยู่ครบจำนวน 366 ใบ อาจจะเป็นไปได้ว่าประชาชนที่มารอใช้สิทธิ มาลงชื่อแล้วไม่ได้รับบัตรเลือกตั้ง หรือที่เราเรียกกันว่าบัตรเขย่ง

การเลือกตั้งใหม่ไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงคะแนนของผู้สมัคร ส.ส.ที่ได้รับคะแนนสูงสุด โดยเขตเลือกตั้งที่ 2 ผู้ที่ได้รับคะแนนอันดับ 1 คือ นายนพพล เหลืองทองนารา พรรคเพื่อไทย ได้คะแนน 32,965 คะแนน อันดับสองคือ จ.ส.อ.พัฒณปกรณ์ ดอนตุ้มไพร พรรคพลังประชารัฐ ได้ 27,603 คะแนน

จ.ยโสธร เขตเลือกตั้งที่ 2 หน่วยเรื่องตั้งหมู่ 6 ต.หัวเมือง อ.มหาชนะชัย ต้องจัดเลือกตั้งใหม่เนื่องจากผลการนับคะแนนไม่ตรงกับจำนวนผู้มาใช้สิทธิ นายฉวี โรมพันธ์ ประธานกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง กล่าวว่า หน่วยเลือกตั้งที่ 6 มีผู้มีสิทธิ 400 คน และมีผู้มาแสดงตัวใช้สิทธิจริงจำนวน 288 คน แต่บัตรเลือกตั้งที่ใช้ไปจำนวน 287 ใบ บัตรหายไป 1 ใบ จึงไม่ทราบว่าบัตรหายไปได้อย่างไร ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องมีการเลือกตั้งใหม่ มองว่าอาจจะไม่คุ้มค่ากับงบประมาณที่จะจัดเลือกตั้งใหม่ และที่สำคัญผู้มีสิทธิอาจจะเดินทางไปลงคะแนนน้อยกว่าเดิม คงจะไม่เสียเวลาเสียเงินค่ารถเดินทางกลับมาเลือกตั้งใหม่อย่างแน่นอน

ผลการนับคะแนนผู้ที่ได้คะแนนอันดับ 1 คือ นายบุญแก้ว สมวงศ์ จากพรรคเพื่อไทย ได้ 50,584 คะแนน อันดับ 2 คือ นายรณฤทธิชัย คานเขต พรรคพลังประชารัฐ ได้ 14,292 คะแนน

นายบุญแก้ว สมวงศ์ ว่าที่ ส.ส.ยโสธรเขต 2 พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ทำไมไม่ตรวจนับใหม่อีกครั้ง ซึ่งเลือกตั้งใหม่จะเสียงบประมาณโดยใช่เหตุ เชื่อว่าประชาชนในพื้นที่มาใช้สิทธิน้อยลงเนื่องจากหลายรายเข้าไปทำงานในกรุงเทพฯและไม่สามารถเดินทางกลับมาลงคะแนนได้

สำหรับกรุงเทพฯต้องเลือกตั้งใหม่ในเขตเลือกตั้งที่ 13 หน่วยเลือกตั้งที่ 32 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ นั้น น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ ว่าที่ ส.ส.กทม.เขต 13 พรรคพลังประชารัฐ ระบุว่า ไม่กังวลเพราะเชื่อว่าคะแนนที่ได้รับเป็นคะแนนบริสุทธิ์จากประชาชนที่มอบให้ และตอนที่ไม่มีการเลือกตั้ง บิดาที่เป็น ส.ก.มาก่อนได้ทำงานในพื้นที่มาตลอด ตอนเลือกตั้งก็ชูนโยบายเรื่องความสงบ ต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับมาเป็น นายกฯอีกครั้ง ดังนั้น หาก กกต.เห็นว่าควรเลือกตั้งใหม่หรือมีข้อผิดพลาดอะไร เคารพในดุลพินิจ และพร้อมจะดำเนินการตามที่ กกต.กำหนดทุกอย่าง 

“ผลการนับคะแนนในหน่วยเลือกตั้งดังกล่าว มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งประมาณ 700 คน ดิฉันมีคะแนนมาเป็นอันดับ 1 พรรคอนาคตใหม่อันดับ 2 พรรคเพื่อไทยอันดับ 3 และพรรคประชาธิปัตย์อันดับ 4 ส่วนคะแนนรวมในเขตเลือกตั้ง 13 ดิฉันมีคะแนนมากกว่าอันดับ 2 ประมาณ 3 พันคะแนน จึงเชื่อมั่นในคะแนนบริสุทธิ์ของประชาชนแม้ต้องเลือกตั้งใหม่ และมองว่าเป็นเรื่องดีหากจะทำให้หมดข้อสงสัยและหมดข้อคาใจ”Ž น.ส.ฐิติภัสร์กล่าว

จับตาเลือกตั้งใหม่พรรคเล็ก-ใหญ่ไล่เก็บคะแนน…