อนาคตใหม่แจง กต. ยัน ‘ยูเอ็น-อียู-สถานทูต’ ขอมาสังเกตการณ์เอง

โฆษก อนค.ยัน ยูเอ็น-สถานทูตขอมาสังเกตการณ์เอง บอกถ้าไม่สำคัญ เชิญยังไงก็ไม่มา แจงไม่เคยใช้ยุทธศาสตร์โลกล้อมไทยกดดัน แต่เป็นข้อเท็จจริง

เมื่อวันที่ 8 เมษายน น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกระทรวงการต่างประเทศออกมาระบุว่าไม่ได้เป็นคนเชิญทูตมาสังเกตการณ์การเข้ารายงานตัวของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ที่ สน. ปทุมวัน แต่นายธนาธรเป็นผู้เชิญด้วยตัวเองนั้นว่า คดีนี้ทางสถานทูตติดต่อสอบถามเข้ามาตั้งแต่แรก ซึ่งทางพรรคอนาคตใหม่มีสัมพันธ์ที่ดีกับหลายๆ สถานทูต โดยเฉพาะทางยุโรปและยูเอ็น ซึ่งสถานทูตมีความกังวล เพราะข้อหายุยงปลุกปั่นในทางสากลเป็นข้อหาร้ายแรง และการนำพลเรือนขึ้นศาลทหาร จึงแจ้งความจำนงว่าอยากมาสังเกตการณ์

“ถามว่าเราเป็นคนเชิญมาไหม ของแบบนี้ก็ต้องบอกว่าถ้าทางสถานทูตไม่เห็นความสำคัญต่อให้เชิญยังไงเขาก็ไม่มา อย่างทางยูเอ็นโทรมาบอกเราเองว่าจะไป และส่งหนังสือไปบอก สน.ปทุมวันแล้วว่ายูเอ็นจะไป ถ้าไปถาม สน.ปทุมวันจะทราบว่ายูเอ็นส่งหนังสือไปเองเลย ว่าจะขอไปสังเกตการณ์ สถานทูตอื่นก็เช่นเดียวกัน ถามว่าเราติดต่อสถานทูตไว้ล่วงหน้า รู้ล่วงหน้าหรือไม่ เรารู้เพราะเราต้องเช็กและเตรียมเจ้าหน้าที่ไว้รับรอง แต่เรื่องแบบนี้ตามธรรมเนียมทางการทูตถ้าเขาไม่เห็นความสำคัญเขาไม่ไปอยู่แล้ว ไม่เกี่ยวว่าใครเชิญไม่เชิญ” น.ส.พรรณิการ์กล่าว

เมื่อถามว่า มีข้อสังเกตว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นการใช้ยุทธศาสตร์โลกล้อมไทยเพื่อกดดันกระบวนการยุติธรรม น.ส.พรรณิการ์กล่าวว่า ถ้ากระบวนการยุติธรรมไทยบริสุทธิ์ยุติธรรมก็ไม่มีอะไรต้องกังวล เราเองก็บอกมาตลอดว่าเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม อย่างการเข้ารายงานตัวเมื่อวันที่ 6 เมษายนที่ผ่านมา นายธนาธรก็ได้ยืนยันกับสื่อและสถานทูตว่า เป็นกระบวนการตามปกติไม่ได้มีการกลั่นแกล้งหรือไม่ชอบมาพากล ส่วนจะเกี่ยวกับโลกล้อมไทยหรือไม่นั้น ตอนนี้ไทยไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวในโลกแน่นอน และโลกก็ล้อมไทยอยู่แล้ว ฉะนั้น การทำตัวให้ขึ้นอยู่กับมาตรฐานสากลเป็นวิถีทางที่ทำให้เราอยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรี ไม่ใช่การใช้ยุทธศาสตร์แต่เป็นข้อเท็จจริง

เมื่อถามว่า กรณี คสช.ออกมาระบุว่าการดำเนินคดีกับนายธนาธรไม่ได้ใช้กระบวนการยุติธรรมเพื่อปิดปากฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองนั้น น.ส.พรรณิการ์กล่าวว่า เป็นสิทธิที่ คสช.จะพูดและเป็นวิจารณญาณของประชาชนว่าจะเชื่อแบบไหน เชื่อว่าประชาชนจะมองออก เพราะอย่างที่บอกคดีเกิดขึ้นเมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว แต่มาดำเนินการในช่วงหลังเลือกตั้งเพียงแค่ 1 สัปดาห์ ก็ค่อนข้างชัดเจน รวมถึงจะมีการดำเนินคดีกับนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มารดาของนายธนาธรด้วย แต่พรรคและนายธนาธรจะสู้ไปตามกระบวนการยุติธรรม และเชื่อว่ากระบวนการยุติธรรมจะดำรงไว้ซึ่งความยุติธรรม

บทความก่อนหน้านี้ระทึก! งูจงอางยาว 3 เมตร นอนขดบนตู้เสื้อผ้า หน่วยกู้ภัยจังหวัดตากช่วยเหลือ
บทความถัดไป“สุสานหอย”กระบี่ทรุดโทรมหนัก ฟอสซิลถูกคลื่นซัดพังเสียหาย นักท่องเที่ยวผิดหวัง-ขอค่าเข้าชมคืน