ถามว่าการเดินทางไปยังศูนย์วัฒนธรรมผู้ไทย กาฬสินธุ์ ของ น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็น”การเมือง”หรือไม่
แล้วแต่”ใคร”จะเป็นคน”ตอบ”
เหมือนๆกับการเดินทางไปขึ้นศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในคดีโครงการรับจำนำข้าวเป็น”การ เมือง”หรือไม่
เพียงแต่คดีโครงการรับจำนำข้าว “ชัด”
ขณะที่การเดินทางไปยัง “ศูนย์วัฒนธรรมผู้ไทย” ไม่ค่อยชัด
เพราะเป็นไปเหมือนกับก่อนหน้านี้ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไปเป็นประธานฝ่ายฆราวาสในพิธีกวนข้าวมธุปายาส(ข้าวทิพย์)ที่วัดพิชัยญาติการามวรวิหาร
นั่นก็คือ เป็นเรื่องทาง”ศาสนา” เป็นเรื่องทาง”วัฒนธรรม”
การไปจังหวัดกาฬสินธุ์ครั้งนี้ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็เป็นไปตาม”โครงการ” 1 ที่ประกาศไว้ล่วงหน้า
นั่นก็คือ
โครงการ 5 เหตุผลที่นายกฯยิ่งลักษณ์ต้องมาจังหวัดฉัน
ต้องยอมรับว่า กิจกรรมของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มิได้มีแต่เพียงปลูกผักปลอดสารพิษ
หากแต่มีเปิดรับ”แฟนเพจ”
ปรากฏว่า ล่าสุดแฟนเพจของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ทะลุหลัก 5 ล้านไปแล้ว
และโครงการนี้คือโครงการร่วมกับ “แฟนเพจ”
ปรากฏว่า กาฬสินธุ์เป็น 1 ในจังหวัดที่ได้รับการโหวตสูงสุดจาก 10 จังหวัด
เป้าหมายของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จึงเป็น
ศูนย์วัฒนธรรมผู้ไทย ผ้าไหมแพรวา ต.บ้านโพน อ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์
เป็นเรื่องในทาง “วัฒนธรรม”
เป็นวัฒนธรรมอันสัมพันธ์กับ “ผ้าไหม” แนบแน่นอยู่กับความชมชอบของ “สตรี”
ในฐานะ”อดีต”นายกรัฐมนตรี”สตรี”
ถามว่าคะแนนและความนิยมต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นอย่างไร
หลัง “ตกงาน”เพราะ”รัฐประหาร”
ทั้งๆที่ถูกรุกไล่ในทาง “การเมือง” ผ่าน “คดีความ”อย่างแสนสาหัส
แต่ดูเหมือนว่า “เรตติ้ง” ยังดีไม่มี “ตก”
ไม่ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะเดินทางไปปรากฏตัว ณ ที่ใด ปรากฎว่า แฟน “ตรึม”
ลำพังแฟนเพจที่ทะลุเกินหลัก 5,000,000 ก็เป็นตัวเลขที่สดใสกาววาวอย่างยิ่ง
แสดงว่า ข้อกล่าวหาทาง”การเมือง”ทำอะไรไม่ได้
ยิ่งทำ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ยิ่งเด่น ในสายตา “มวลชน”

