การตัดสินใจส่งเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีคำนวณเพื่อจัดสรรจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อที่แต่ละพรรคการเมืองพึงมีได้ ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ถือเป็นทางออก ทางแก้ปัญหาที่ดีที่สุดสำหรับ กกต.
ทั้งนี้ กกต.ขอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยใน 2 ประเด็น
1.การคำนวณที่อาจทำให้พรรคการเมืองบางพรรคที่มีจำนวน ส.ส.ที่พึงจะมีได้ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ส.ส.พึงมีได้ 1 คน
กกต.จะดำเนินการได้หรือไม่
2.การดำเนินการดังกล่าวนี้ ชอบด้วยรัฐธรรมนูญมาตรา 91 หรือไม่
ที่ว่า กกต.ตัดสินใจถูกแล้ว ก็เนื่องจากหากตัดสินใจเองเลือกใช้สูตรคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์สูตรใดสูตรหนึ่ง เรื่องก็ไม่จบอยู่ดี
กล่าวคือ หากเลือกใช้สูตรปาร์ตี้ลิสต์ คิดคำนวณตามแบบที่สำนักงาน กกต.ยืนยัน พรรคการเมืองบางพรรคที่มีจำนวน ส.ส.ที่พึงจะมีได้ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 71,065 คะแนน ได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ 1 เก้าอี้
พรรคการเมืองขนาดใหญ่ ก็ต้องดำเนินการยื่นร้องศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความอย่างแน่นอน
เนื่องจากมีความเห็นในมุมมองกฎหมายที่แตกต่างออกไปซึ่งจะไม่ขอกล่าวในรายละเอียดในที่นี้
อีกทั้งยังส่งผลได้-ผลเสีย ต่อการรวบรวมเสียงชิงจัดตั้งรัฐบาล
แต่หากยึดอีกสูตรคำนวณโดยที่พรรคการเมืองขนาดเล็กเสียประโยชน์พรรคการเมืองที่ได้คะแนนเสียงรวมทั่วประเทศต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 71,065 คะแนน ชวดเก้าอี้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ
หรือสูตรที่ต่างกับของสำนักงาน กกต.
พรรคเล็กก็ต้องยื่นร้องศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยอยู่ดีว่าชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่
เลือกสูตรใดก็เป็นปัญหาสุ่มเสี่ยงขัดต่อรัฐธรรมนูญทั้งสิ้น
วิธีปลอดภัยที่สุดก่อนประกาศผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการคือส่งศาลรัฐธรรมนูญซึ่งคำตัดสินถือเป็นข้อยุติที่เป็นที่สุด
เมื่อเป็นที่สุด-ถึงที่สุด กกต.ก็ไม่ต้องรับผิดชอบทางใดทางหนึ่ง ไม่มีความเสี่ยงเหมือนกับการเลือกคำนวณตามสูตรใดสูตรหนึ่ง แล้วประกาศรับรองผลการเลือกตั้งต่อมาภายหลังหากศาลตีความว่าขัดรัฐธรรมนูญ อาจถูกร้องดำเนินคดีฐานกระทำการขัดรัฐธรรมนูญหรือโดยกระบวนการอื่น ซึ่งอาจกระทบต่อสถานภาพการเป็น กกต.
อีกทั้งหากประกาศรับรองผลเลือกตั้งเป็นทางการก่อนได้ข้อยุติที่ถูกต้องตาม พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส.และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
เมื่อมีผู้ยื่นร้องต่อศาลขอให้ตีความ การดำเนินการจัดตั้งรัฐบาลก็สะดุด หยุดอยู่ซึ่งไม่เป็นผลดีแน่ เนื่องจากขณะนี้ภาคธุรกิจ ภาคส่วนต่างๆ บ่นพึมรออยู่
ต้องรอศาลมีคำวินิจฉัยก่อน ซึ่งอาจกินเวลา
เนิ่นนานออกไป นับจาก 9 พฤษภาคม
เป็นความจริงอยู่ที่ว่า เรื่องนี้ศาลอาจใช้เวลาไม่นานนักก็ได้
เนื่องจากข้อมูลค่อนข้างนิ่งมากพอวินิจฉัยได้ เจตนารมณ์บันทึกการประชุมในชั้นการร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มีอยู่พร้อม เรียกได้ทันที แต่ก็เสมอเพียงการคาดการณ์
แต่การยื่่นศาลในขณะที่ยังพอมีเวลา ก่อนถึงเส้นตายต้องประกาศรับรองผลตามกฎหมายในวันที่ 9 พฤษภาคม ย่อมดีกว่าอย่างไม่ต้องสงสัย
หากเป็นเรื่องเร่งด่วน เนื่องจากมีกรอบเวลาบังคับไว้ การตัดสินอาจมีขึ้นก่อนก็เป็นได้
การยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความจึงน่าจะเป็นทางเลือกทางออกที่ดีที่สุดของ กกต.ในขณะนี้
เนื่องจากคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญนั้น ผูกพันทุกองค์กรและถึงที่สุด
วินิจฉัยแล้วจบทุกอย่างในกระบวนการทางกฎหมาย
แม้เรื่องในทางการเมือง มหากาพย์การต่อสู้ไม่จบง่ายๆ ก็ตาม
เรื่องใหม่ในฉากเก่า ปะทุขึ้นอีกครั้ง!?

