พลันที่มีแถลงการณ์ปฏิเสธจาก นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ข่าวอันมาจากพรรคพลังประชารัฐก็ “กร่อย”
แน่ชัดที่ว่ากำลังมีการเจรจาเสมอเพียงตีปลาหน้าไซ
อาศัยท่วงทำนองกำกวมของ นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ มาเป็นเครื่องมือ
ขณะที่ทางด้าน 35 เสียงจากพรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่ชัด
ข่าวอัน “หลุด” มาจากพรรคพลังประชารัฐจึงเท่ากับเป็นการ สร้างบรรยากาศในห้วงแห่งเทศกาลสงกรานต์ ทำให้การสาดน้ำใส่กันมีความคึกคักมากยิ่งขึ้น
เพราะที่มีความมั่นใจมากที่สุดไม่ใช่ 35 จากพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ใช่ 5 จากพรรคเศรษฐกิจใหม่
หากแต่เป็น 12 ส.ส.จาก 12 พรรคการเมือง
ข่าวปล่อยอันอ้างอิงแหล่งข่าวจากพรรคพลังประชารัฐจึงทำท่าว่า อาจกลายเป็น “ดาบ 2 คม”
คม 1 สร้างความหวั่นไหว
เป็นความหวั่นไหวภายในพันธมิตรแห่งแนวร่วมต่อต้านการ สืบทอดอำนาจของคสช.
แต่เมื่อมีความมั่นใจเป็นอย่างสูง ไม่ว่าจะมาจากพรรคเพื่อ ไทย ไม่ว่าจะมาจากพรรคอนาคตใหม่ และในที่สุดก็คือการเสริม ความมั่นใจจากพรรคเศรษฐกิจใหม่
อีกคม 1 ของดาบก็ย้อนกลับเข้าหาพรรคพลังประชารัฐ
ทุกคำพูดอันเคยออกมาจากแกนนำพรรคพลังประชารัฐภาย หลัง”สัตยาบัน แลงคาสเตอร์”ที่กล่าวหาต่อพรรคเพื่อไทย พรรคอนาคตใหม่ล้วนย้อนกลับ
ความไม่แน่นอนในทางการเมืองก็ยังดำรงอยู่ต่อไปแม้กระทั่งจำนวน 35 ส.ส.จากพรรคประชาธิปัตย์ก็ตาม
นี่ย่อมเป็น”สงครามน้ำลาย”จากพรรคพลังประชารัฐโดยแท้
1 วันผ่านไปมีการขับเคลื่อนอย่างจริงจังในเชิงปฏิเสธดังมาจากภายในพรรคเศรษฐกิจใหม่ มีความหงุดหงิดสะท้อนออกจากภาย ในพรรคประชาธิปัตย์
นี่ย่อมเป็น “เป้าหมาย” ที่นอกเหนือความคาดหมาย
ทั้งยังเป็น “เสียงเงียบ” อันดำรงอยู่ภายในพรรคภูมิใจไทย ภายในพรรคชาติไทยพัฒนา
สภาวะก้ำกึ่งก็ยังดำรงอยู่แม้ว่าจะไม่ต้องการก็ตาม

