บริบทพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นพื้นที่ที่มีอัตลักษณ์แตกต่างจากภูมิภาคอื่น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การพัฒนาพื้นที่ภาคใต้มีอัตราการเติบโต
ไม่เป็นไปตามเป้าประสงค์ของรัฐบาล
และสิ่งที่หลายฝ่ายเห็นพ้องตรงกันนั่นก็คือ ความจำเป็นของการออกแบบระบบการศึกษาในพื้นที่ เพื่อสร้างโอกาสการเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม ทั่วถึง โดยคำนึงถึงบริบทความเป็นพหุสังคมในพื้นที่เป็นหลัก
ห้วงเวลา 4 ปีผ่านมา กระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง โดยน้อมนำยุทธศาสตร์พระราชทาน เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา
เป็นหัวใจของการทำงานเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์เป็นรูปธรรม
โดย พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มอบหมายให้ศูนย์ประสานงานและบริหารการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศปบ.จชต.) เป็น “หัวเรือใหญ่” บูรณาการเชื่อมโยงแผนงาน/โครงการและงบประมาณ
รวมทั้งปฏิบัติงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับ 6 หน่วยงานการศึกษาหลักของประเทศ ประกอบด้วย สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา เพื่อให้เกิดเอกภาพในการขับเคลื่อนนโยบายด้านการศึกษา ให้เกิดประสิทธิภาพ ก่อประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนในพื้นที่
“บทบาทของ ศปบ.จชต. จะทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมประสานกับหน่วยงานด้านการศึกษาที่เกี่ยวข้องขับเคลื่อนโครงการ/กิจกรรมต่างๆ เพื่อให้เยาวชนและประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้รับการศึกษาและเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ ดำรงชีวิตอย่างเป็นสุขในสังคมพหุวัฒนธรรม สอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการเปลี่ยนแปลงของโลกในศตวรรษที่ 21 และไม่ทับซ้อนกับบทบาทหรือขอบเขต งานหลักของหน่วยงานด้านการศึกษาที่มีอยู่แต่อย่างใด” เป็นคำยืนยันถึงบทบาท และเข็มทิศจาก “วาทิต มีสนุ่น” ผู้อำนวยการ ศปบ.จชต.
โดยผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรมกับการพัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวัยและการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ ตั้งเป้าในปี พ.ศ.2562 เด็กนักเรียนชั้น ป.1-3 ที่มีทักษะการอ่าน การเขียนภาษาไทย ระดับปรับปรุงจะต้องเหลือไม่เกินร้อยละ 30 จากผลการประเมิน ในปี 2561 ที่มีอยู่ที่ร้อยละ 50 หลังจากนั้นได้ดำเนินการพัฒนาครูภาษาไทยให้จัดกระบวนการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาคุณภาพภาษาไทยด้านทักษะการสื่อสารทั้งการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน และจัดการสอบประเมินเมื่อต้นปี 2562 ผลปรากฏว่าเหลือจำนวนเด็กในระดับที่ต้องปรับปรุงร้อยละ 10.23 เท่านั้น
ถือว่าเกินเป้าหมายที่ได้ตั้งไว้อย่างมีนัยสำคัญ!?
นอกจากนี้การติดตามประชากรวัยเรียนที่อยู่นอกระบบการศึกษา หรือออกกลางคันกลับเข้าสู่ระบบ สามารถติดตามเด็กพิการ เด็กออกกลางคัน เด็กปกติที่ไม่ได้เรียน และเด็กจบการศึกษาภาคบังคับ เพื่อกลับเข้าศึกษาต่อในระบบได้ถึงร้อยละ 90
ส่วนการส่งเสริมการเรียนในสายอาชีพนั้น ในปี 2560 และ 2561 พบว่าระดับ ปวช.1 เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.92 ส่วนระดับ ปวส.1 เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.08 นับเป็นอีกหนึ่งของความสำเร็จ
นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรม
โดยเป้าหมายในการผลักดันนโยบายรัฐบาล เพื่อการพัฒนาประเทศไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน คงอยู่ไม่ไกล!?!
ศุกร์มังกร

