เมื่อพรรคอันดับ 1 อย่างเพื่อไทย พรรคอันดับ 2 อย่างพลังประชารัฐ และพรรคอันดับ 3 อย่างอนาคตใหม่ ไม่เห็นด้วยเสียแล้ว ข้อเสนอ “รัฐบาลแห่งชาติ”จากภายในพรรคประชาธิปัตย์
ก็มีโอกาส “แท้ง” ยากเป็นอย่างยิ่งที่จะสามารถเดินหน้าต่อไปได้
ความฝันที่จะได้นายกรัฐมนตรี “คนนอก”
ไม่ว่าจะเป็น พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ไม่ว่าจะเป็น นายพลากร สุวรรณรัฐ ไม่ว่าจะเป็น นายศุภชัย พานิชภักดิ์ ไม่ว่าจะเป็น นายชวน หลีกภัย
ก็สลายกลายเป็น”อากาศธาตุ”ไปโดยอัตโนมัติ
เหมือนกับข้อเสนอ”รัฐบาลแห่งชาติ”จะเลื่อนลอย กระนั้น นี่ก็ช่วยสะท้อนปัญหาอันหนักหน่วงที่ดำรงอยู่ภายหลังการเลือกตั้ง
ถามว่ารัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 เกิดขึ้นจากเป้าทาง การเมืองอย่างไร
คำตอบ 1 ก็เช่นเดียวกับรัฐประหารเดือนกันยายน 2549
เพียงแต่เมื่อเดือนกันยายน 2549 คือ นายทักษิณ ชินวัตร ขณะที่เดือนพฤษภาคม 2557 คือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
เพราะเห็นว่ารัฐประหาร 2549 เสียของ
คำตอบ 1 ก็ดำเนินไปตามสโลแกนของกปปส.หรือมวลมหาประชาชนในห้วงเดือนตุลาคม 2556-เดือนพฤษภาคม 2557
นั่นก็คือ “ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง”
ถามว่าทั้ง 2 เป้าหมายของคสช.และเครือข่ายประสบความสำเร็จผ่านรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 หรือไม่
ไม่ว่าพรรคพลังประชารัฐ ไม่ว่าพรรครวมพลังประชาชาติไทย ไม่ว่าพรรคประชาชนปฏิรูป ไม่ว่าพรรคพลังท้องถิ่นไท คงสามารถตอบได้เป็นอย่างดี
เมื่อสัมผัสได้กับชัยชนะของพรรคเพื่อไทยและพันธมิตร เมื่อสัมผัสได้กับชัยชนะของพรรคอนาคตใหม่
วิกฤตที่กกต.ประสบเนื่องจากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคมกระทั่งต้องยื่นประเด็นการคำนวณจำนวนส.ส.บัญชีรายชื่อต่อตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ คือตัวอย่าง 1
เป็นผลจากรัฐธรรมนูญ เป็นผลจากกฎหมายลูก
ความไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้กระทั่งต้องมีข้อเสนอว่าด้วยรัฐบาลแห่งชาติ คือ ตัวอย่าง 1
เป็นตัวอย่างที่สะท้อนโอกาสที่จะ”เสียของ”ของรัฐประหาร

