ไฟการเมือง? : วรศักดิ์ ประยูรศุข

18.04.19 | 13:29 น.

กลับจากสงกรานต์มาสู่ความจริงของการเมืองกันต่อไป

ในครึ่งหลังของเดือน เม.ย. จะได้ทราบกันว่า สูตรในการคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์คืออย่างไรกันแน่

พรรคที่จะได้อานิสงส์จะมีกี่พรรคแน่

ตัวเลขนี้จะมีผลอย่างมากต่อการจัดรัฐบาล ในสภาพที่ 2 ขั้วต่างมีเสียงปริ่มน้ำ

เป็นเสียงปริ่มน้ำเฉพาะในสภาผู้แทนฯ แต่ถ้าเป็นที่ประชุม 2 สภาหรือที่ประชุมรัฐสภาเมื่อไหร่ จะมีขั้วหนึ่งโผล่ตระหง่านพ้นน้ำทันที

Advertisement

เพราะมีเสียง 250 ส.ว.มาเป็นตัวช่วย

ปัญหาคือ มีเรื่องสำคัญหลายเรื่อง รัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดให้วุฒิสภา หรือ 250 ส.ว.เข้าประชุมด้วย

การประชุมเพื่อโหวตรับรองนายกรัฐมนตรีนั้นชัดเจน บทเฉพาะกาลให้ 250 ส.ว.เข้าร่วมด้วย

แต่การประชุมอย่างการพิจารณาญัตติไม่ไว้วางใจ, การพิจารณา พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี เป็นงานของสภาผู้แทนฯ

กลายเป็นจุดล่อแหลมสำหรับรัฐบาลที่มีเสียงปริ่มน้ำในสภาผู้แทนฯ

จึงมีว่าที่ ส.ส.ออกมาเสนอทางออกให้ใช้รัฐธรรมนูญ มาตรา 270 มาเทียบเคียง

จะใช้ได้จริงหรือไม่ คงต้องถกเถียงกันอีกยาว

ในเดือน เม.ย.ยังเป็นเรื่องของการพิจารณาเรื่องร้องเรียนจากการเลือกตั้ง

จะมีว่าที่ ส.ส.คนไหน มากน้อยเท่าไหร่ ต้องออกจากสนามแข่งขันหรือไม่ เป็นประเด็นสำคัญ เพราะอาจกระทบต่อดุลเสียงของทั้ง 2 ขั้ว

แล้วก็จะไปสรุปกันในภายใน 9 พ.ค. หรือต้นเดือนหน้า อันเป็นเส้นตายที่ กกต.ต้องรับรองผลการเลือกตั้ง

250 ส.ว.ที่จะมารับบท “ตำรวจดับเพลิง” ช่วยดับไฟการเมือง และร่วมกำหนดตัวนายกฯ จะเป็นใครบ้าง จะได้เห็นหน้าเห็นหนวดกันหลังจากนั้น

ประเด็นที่จะเกิดขึ้นหลังจากมีสภาผู้แทนฯ มีวุฒิสภา ได้แก่ ใครจะมาเป็น “ประธานสภาผู้แทนฯ” และ “ประธานวุฒิสภา”

วุฒิสภามาจากแหล่งเดียวกัน คงตกลงกันได้ไม่ยาก ส่วนประธานสภาผู้แทนฯ จะเป็นการประลองกำลังยกแรกๆ ของการเมือง 2 ขั้ว

คาดว่าจะเป็นการต่อสู้ระหว่างตัวแทนจากขั้วเพื่อไทยกับขั้วพลังประชารัฐ ส่งประกวด

การลงมติเลือกของแต่ละพรรค จะบ่งบอกว่าใครยืนฝั่งไหน

ประธานสภาผู้แทนฯที่ได้รับเลือก จะไปทำหน้าที่สำคัญมาก นั่นคือเป็นประธานรัฐสภา ในวันประชุมร่วมสองสภาเพื่อลงมติรับรองนายกฯ

ปลายเดือน พ.ค.หรือต้นเดือน มิ.ย. คงจะได้ตัวนายกรัฐมนตรี ไปจัดตั้งรัฐบาล

แคนดิเดตในบัญชีนายกฯพรรคไหนจะได้นั่งเก้าอี้ผู้นำรัฐบาลยังเป็นเรื่องที่จะต้องลุ้นกันตัวโก่งอีก แม้จะดูเหมือน “นอนมา” ตามที่ดีไซน์ไว้

แต่ในการเมือง มีความไม่แน่ไม่นอนเป็นสัดส่วนสำคัญมาตลอด

ครั้งนี้ก็เช่นกัน ไม่น่าจะหนีพ้นจากกฎเกณฑ์ที่ว่า

วรศักดิ์ ประยูรศุข