การแปรเปลี่ยนจากข้อเสนอว่าด้วย”รัฐบาลแห่งชาติ”มาเป็น”รัฐบาลปรองดอง” ไม่เพียงแต่สะท้อนให้เห็นภาวะอับตันด้วยหนทางของ “รัฐบาลแห่งชาติ”เท่านั้น
หากที่สำคัญเป็นอย่างมากก็คือ การปฏิเสธอย่างแข็งขันจาก 3 ปัจจัยหลัก
1 พรรคเพื่อไทย 1 พรรคพลังประชารัฐ
และที่สำคัญเป็นอย่างมาก 1 คือ บทสรุปของพรรคอนาคตใหม่ที่ว่า ขัดรัฐธรรมนูญ ขัดประชาธิปไตย และขัดกับจุดยืนของพรรค
เมื่อ 3 พรรคอันดับ 1 อันดับ 2 และอันดับ 3 ไม่เห็นด้วยแล้วก็เท่ากับเป็นการปิดประตู”รัฐบาลแห่งชาติ”อย่างสิ้นเชิง
ความเป็นจริงทางการเมืองเช่นนี้น่าศึกษา
น่าศึกษา 1 คือรากที่มาของความคิดว่าด้วยรัฐบาลแห่งชาติ ว่า ด้วยรัฐบาลปรองดอง เกิดขึ้นได้อย่างไร
คำตอบ มาจากความห่วงใยในทางการเมือง
ไม่ว่าก่อนหน้านี้จะเสนอโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ว่าก่อนหน้านี้จะเสนอโดย นายเสนาะ เทียนทอง เพราะประเมินว่าบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญจะทำให้เกิด”เดดล็อก การเมือง”
เป็นเดดล็อกอย่างที่เห็นผ่านกระบวนการปฏิบัติของกกต. เป็นเดดล็อกอย่างที่เห็นผ่านกระบวนการเลือกตั้ง
น่าศึกษา 1 ยังมีความคิดแบบ”มาตรา 7″ดำรงอยู่
ไม่ว่าที่เคยเสนอโดยพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ไม่ว่าที่เคยเสนอโดยกปปส.
มีเป้าหมายเพื่อทำลาย”รูป”ของรัฐบาลที่”บริหาร”อยู่
ผลจากข้อเสนอเช่นนี้เองนำไปสู่รัฐประหารเดือนกันยายน 2549 นำไปสู่รัฐประหารเดือนพฤษภาคม 2557 กลายเป็นล็อกในทางการเมืองในห้วง 1 ทศวรรษ
ข้อเสนอ”รัฐบาลแห่งชาติ”จึงมักตามมาด้วย”รัฐประหาร”
ไม่จำเป็นต้องเรียกร้องให้คสช.ตระหนัก ไม่จำเป็นต้องเรียกร้องให้พรรคพลังประชารัฐสังวร ไม่จำเป็นต้องเรียกร้องให้พรรคเพื่อไทยทบทวน
พรรคประชาธิปัตย์นั่นแหละจำเป็นต้องจริงจังในเรื่องนี้
จริงจังว่าเป็นเพราะปัญหาภายในพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่จึงนำไปสู่ข้อเรียกร้องในเรื่อง”รัฐบาลแห่งชาติ”
หรือว่านี่คือทางออกในเชิงเขาวงกตทางการเมืองของไทย

