‘มิ่งขวัญ’ แถลงชัด ไม่ร่วมพปชร. ส่วนบุคคลภายนอกครอบงำไม่มี!

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 19 เมษายน ที่ทำการพรรคเศรษฐกิจใหม่ นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ หัวหน้าพรรค พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารพรรค นายสุภดิช อากาศฤกษ์ รองหัวหน้าพรรคคนที่ 1 นายภาสกร เงินเจริญกุล เลขาธิการพรรค นายอภิวัฒน์ อากาศฤกษ์ นายทะเบียนสมาชิกพรรค นายประพันธ์ เอี่ยมศิริ โฆษกพรรค และนายบุญเลิศ เหลียงกอบกิจ กรรมการบริหารอื่นของพรรค ร่วมกันแถลงข่าว กรณีผู้สื่อข่าวมีผู้สมัคร ส.ส.ยื่นหนังสือถึงประธาน กกต. ขอให้ยุบพรรคเศรษฐกิจใหม่ และระงับการประกาศผลการเลือกตั้ง ส.ส.ของพรรคเศรษฐกิจใหม่

นายสุภดิช กล่าวถึงเรื่องที่มีบุคคลภายนอกมาครอบงำสมาชิกพรรคนั้น ยืนยันว่าไม่จริง เพราะบุคคลที่อ้างว่าเป็นคนครอบงำพรรคนั้นเป็นเพื่อนของตนที่ร่วมก่อตั้งพรรค และเป็นสมาชิกพรรคเมื่อวันที่ 10 ม.ค.ที่ผ่านมา ส่วนพี่ชายเขาก็เป็นผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อด้วย และที่ผ่านมาพรรคมีการจัดประชุมผู้สมัครส.ส. นายมิ่งขวัญเข้ามาอบรมแบ่งเป็นเป็นภาค และไม่ได้คุยกับคนที่ยื่นจดหมาย เขาทำผิดข้อบังคับพรรค ขอดูเรื่องกฎหมายก่อนว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป เมื่อถามว่า เรื่องมีเบื้องหน้าเบื้องหลัง จะส่งผลให้เกิดรอยร้าวในพรรคหรือไม่ นายสุภดิช กล่าวว่า ยังตอบไม่ได้ พรรคนี้ไม่มีรอยร้าวแน่นอน

เมื่อถามถึงจุดยืนว่า จะไปร่วมกับ พปชร.หรือไม่ นายมิ่งขวัญ กล่าวว่า ไม่ร่วม นับจากวันที่ 23 มี.ค.ก่อนเลือกตั้ง มีสำนักข่าวหนึ่ง บอกว่า ตนจะไปร่วมกับพรรคนั้นพรรคนี้ร่วมตั้งรัฐบาล ตนจึงขออ่านแถลงการณ์ครั้งนั้นทวนอีกครั้งว่า สูตรการจัดตั้งรัฐบาลเป็นวิจารณญาณของแต่ละท่าน แต่อาจก่อให้เข้าใจคลาดเคลื่อน

“พรรคเศรษฐกิจใหม่ใหม่จึงขอแถลงจุดยืนว่า ไม่อาจร่วม พชปร.ได้ เพราะอุดมการณ์ทางการเมืองต่างกัน และประกาศจุดยืนมาทุกเวที ขอยืนยันว่า จุดยืนและอุดมการณ์ดังกล่าว จะไม่เปลี่ยนแปลงใดๆทั้งสิ้น ขอทำงานร่วมกับฝั่งประชาธิปไตยและคำนึงถึงความซื่อสัตย์สุจริตและผลประโยชน์ของชาวไทย ถ้ามีการกล่าวอ้างถึงประชาธิปไตย แต่ทำงานไม่ซื่อสัตย์จะขอถอนตัวออกมาทันที ลงวันที่ 23 มี.ค. ก่อนเลือกตั้ง 1 วัน ต่อมาเราก็ออกแถลงการณ์อีก เรื่องการเจรจาจัดตั้งรัฐบาล เพราะมีข่าวปล่อยออกมาเป็นตุเป็นตะว่า จะร่วมกับ พปชร. โดยตนเจรจาต่อรองตำแหน่ง ก็ระบุว่า ข่าวดังกล่าวไม่เป็นจริง ตัวผมเองไม่เคยเจรจาทางการเมือง ลงวันที่ 13 เม.ย.”

“ผมไม่ได้ต้องการ ผมไม่มีความสุขกับแฮชแท็ก ลุงมิ่งโป๊ะแตก จนแซงแบล็กพิงค์ จึงต้องออกมาบอกว่า ไม่ก็คือไม่ 1.ผมไม่ได้มีความรังเกียจ หรือโกรธ อะไรกับพปชร. เป็นคนรู้จักพี่น้องเพื่อนฝูงกันทั้งวงการ 2. อดมการณ์ทางการเมืองแตกต่างกัน ผมก็บอกไม่ และ3.หลายคนบอกเดี๋ยวเปลี่ยน เป็นงูเห่าตลอดเวลา ผมก็บอกว่า ไม่ ในวันลงนามสัตยาบันนั้น ตนไม่ได้ไปเพราะมีนัดผู้ใหญ่ขอดูคะแนนดิบ แต่เขามาเจรจากันตอนกลางคืน ก็บอกไปว่า จะเสียผู้ใหญ่ถ้าไม่ไป ก็ไม่มีอะไร” นายมิ่งขวัญกล่าว

เมื่อถามว่า จุดยืนยังอยู่กับพรรคเพื่อไทยใช่หรือไม่ นายมิ่งขวัญ กล่าวว่า ชัดเจน ไม่เปลี่ยนแปลง ตั้งแต่ต้นจนจบ

บทความก่อนหน้านี้‘พ่อโจ’ เคลื่อนไหว! ทวีตโต้โซเชียล “ถ้าคนชั่วด่าเราต้องกระหยิ่มใจ-ภูมิใจ” ชี้เตรียมดำเนินคดี
บทความถัดไป10 สาเหตุของความล้มเหลวในการทำ Digital Transformation ขององค์กร