แม้จะมีความมั่นใจกระทั่งบางคนของพรรคพลังประชารัฐถึงกับออกโรงคุยโว โอ้อวด ถึงความเป็นไปได้ที่จะรวบรวม 251 เสียงมาอยู่ในร่มเงา
แต่ก็มีสถานการณ์อย่างน้อย 3 สถานการณ์ที่บั่นรอนความ น่าเชื่อถือของคำคุยโวลงไปโดยอัตโนมัติ
1 คือการเล่นเกมทะลวงเข้าไปข่มขู่พรรคเศรษฐกิจใหม่
1 คือการเล่นบทขยายกรอบแห่งบทเฉพาะกาล มาตรา 270 ของรัฐธรรมนูญให้ ส.ว.เข้าร่วมประชุมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี
1 คือการพยายามคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อให้ครอบคลุมไปถึง 12 พรรคการเมืองขนาดเล็ก
นี่คือ อาการจากโรค”รัฐธรรมนูญ อักเสบ”
หากมีความมั่นใจต่อ 251 เสียงในมือของพรรคพลังประชารัฐจะต้องเล่นบทตีเมืองขึ้นโดยทะลวงเข้าไปยังเม็ดใน ของพรรคเศรษฐกิจใหม่ ทำไม
หากมีความมั่นใจต่อ 251 เสียงจะต้องคิดสูตรคำนวณหกคะเมนตีลังกาไปยัง 12 ส.ส. 12 พรรคการเมืองเล็กทำไม
นี่ย่อมเท่ากับเอากุ้งฝอยตกปลากะพงโดยแท้
หากมีความมั่นใจต่อ 251 เสียงทำไมจะต้องผลักหัวหน้าพรรคการเมืองในเครือข่ายออกมาเล่นบทการประชุมขยายวงของรัฐสภาอย่างพร่ำเพรื่อไม่รู้จบ
โดยกระทำในนามของ “การปฏิรูป”
นั่นก็คือ หวังจะพึ่งพา 250 ส.ว.มาเป็นหลักประกันให้กับการเห็นชอบต่อร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีอันมีโอกาสสูงยิ่งที่ไม่ผ่านในเดือนกันยายน 2562 นี้ด้วยซ้ำ
ทั้งหมดนี้ล้วนสะท้อนให้เห็นภาวะอับจนของคสช.และของ พรรคพลังประชารัฐ
เป็นอาการ “ดิ้น”อย่างกระเสือกกระสนอย่างเด่นชัด
ในที่สุดโดยหมากกลที่ “รัฐธรรมนูญฉบับนี้ DESIGN มาเพื่อพวกเรา” พรรคพลังประชารัฐสามารถอาศัยพลังของ 250 ส.ว.จัดตั้งรัฐบาลได้อย่างแน่นอน
แต่ก็เป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย
รัฐบาลเช่นนี้แม้กระทั่งหัวหน้าพรรคอันพร้อมเข้าร่วมอยู่แล้วยังทำนายล่วงหน้าเลยว่าจะเป็นรัฐบาลระยะสั้น
โอกาสที่จะเลือกตั้งใหม่ในปลายปี 2562 มีสูงอย่างยิ่ง

