วินธัยโต้ พท.ชี้ ประมง-การบิน เป็นปัญหานานหลายปี ยันคสช.คือผู้เข้ามาแก้ไข

พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

“คสช.” โต้ “วัฒนา-วรชัย” ปมจุ้นผลงาน 2 ปี “คสช.” อัดใช้อารมณ์ความรู้สึก

เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณี นายวรชัย เหมะ ให้ความเห็นต่อการทำงานในรอบ 2 ปี คสช.ว่า เนื้อหาคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง โดยเฉพาะการที่นายวรชัยระบุ คสช.ไล่บี้เฉพาะพรรคใดพรรคหนึ่ง หรือกลุ่มคนเสื้อสีใดสีหนึ่งนั้น เป็นการแสดงความเห็นที่ไม่สร้างสรรค์ และเป็นมุมมองส่วนบุคคล ซึ่งเชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่พอจับทางเจตนาได้ การดำเนินการในทางกฎหมายย่อมขึ้นอยู่กับพฤติกรรมบุคคลนั้นๆ เป็นหลัก ไม่ใช่เป็นพรรคนั้นพรรคนี้ หรือกลุ่มนั้นกลุ่มนี้ อย่างไรก็ตามการแสดงความเห็นควรหลีกเลี่ยงการใช้จินตนาการที่แสดงถึงการแบ่งแยก เพื่อพาประเทศกลับไปสู่ความขัดแย้งอีก เนื่องจากคสช. และรัฐบาลพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้สังคมเกิดความสงบปรองดอง ขณะนี้สังคมเริ่มมองว่าสิ่งที่เป็นอุปสรรคต่อการปรองดองคงไม่ใช่ คสช. แต่อาจจะเป็นความมีอคติของบุคคลบางกลุ่มบางคนมากกว่า

พ.อ.วันธัย กล่าวต่อว่า สำหรับการหยิบยกข้อมูลมาพูดถึงประเทศไทยโดนแซงก์ซั่นเรื่องประมง และเรื่องการบิน เพราะการเข้ามาบริหารประเทศของคสช. ก็เป็นเรื่องเท็จ เพราะประเทศไทยถูกองค์การระหว่างประเทศเตือนทั้งเรื่องการประมงที่ผิดกฎหมาย และมาตรฐานการบินมานานหลายปีแล้ว แต่ผู้ที่รับผิดชอบในช่วงที่ผ่านมาอาจละเลยขาดความใส่ใจ และไม่คิดแก้ปัญหาจริงจัง จน คสช. เข้ามา ว่าเรื่องดังกล่าวจะมีผลเสียหายต่อทั้งระบบเศรษฐกิจ และภาพลักษณ์ ประเทศอย่างมาก จึงลงมือแก้ปัญหาอย่างจริงจัง และเป็นระบบภายใต้การถูกขีดเงื่อนเวลาที่จำกัด เชื่อใครที่ติดตามจริงจังจะได้เห็นพัฒนาการในเชิงบวกที่ดูผิดหูผิดตาไปมากจากอดีต ขณะเดียวกันการกล่าวอ้างว่าเศรษฐกิจไทยติดลบ ก็ไม่เป็นความจริง เพราะแม้เศรษฐกิจโลกจะยังชะลอตัว แต่เศรษฐกิจไทยมีอัตราการขยายตัวต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2557 จนถึงปัจจุบัน โดยไตรมาส 1 ของปี 2559 เศรษฐกิจขยายตัว ร้อยละ 3.2 มากกว่า สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น สิงคโปร์ เสียอีก ไม่ได้ติดลบอย่างที่นายวรชัยเข้าใจ

“ขอสังคมมั่นใจ คสช. และรัฐบาลไม่ใช่คู่ขัดแย้งกับใคร แต่จำเป็นต้องรักษากฎกติกาให้สังคม สำหรับกลุ่มที่พยายามสร้างความไม่เรียบร้อยให้กับประเทศด้วยกลวิธีด้วยรูปแบบต่างๆ เชื่อว่าพี่น้องประชาชนที่ติดตามข่าวสารมาตลอดจะเข้าใจ สามารถแยกแยะได้ว่า อะไรเป็นเรื่องจริงอะไรเป็นเรื่องเท็จที่แฝงด้วยผลลัพธ์และนัยยะในทางการเมือง” พ.อ.วินธัย กล่าว

โฆษก คสช.กล่าวต่อว่า สำหรับกรณีนายวัฒนานั้น เป็นการให้ความเห็นด้านลบทุกเรื่องอยู่แล้ว ซึ่งเชื่อว่าสังคมเริ่มคุ้นชิน สามารถคาดเดาคำตอบได้อยู่แล้ว เพราะเนื้อหาส่วนใหญ่เป็นเพียงความรู้สึกทางอารมณ์ส่วนตัว ที่มีกับ คสช. ซึ่งคนอ่านสามารถเข้าใจได้ เช่น มีการกล่าวว่าเกิดความเสียหายกับประเทศแทบทุกด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ การทุจริตในภาครัฐ ความแตกแยกในสังคม การละเมิดสิทธิมนุษยชน รวมไปถึงการบริหารงานที่ขาดวิสัยทัศน์ โดยทั้งหมดไม่ตรงกับข้อเท็จจริงที่เป็นอยู่ปัจจุบัน

พ.อ.วินธัย กล่าวต่อว่า สำหรับเรื่องอื่นๆ ที่พยายามหยิบมาอ้างเป็นประเด็น เพื่อชี้นำความรู้สึกถึงความไม่เชื่อมั่น คสช.ในมุมต่างๆ หน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง ได้มีคำอธิบายให้สังคมไปหมดแล้ว ส่วนบางเนื้อหามีไปพาดพิงเชิงกล่าวหา ดูหมิ่นดูแคลน กระทบชื่อองค์กรหน่วยงาน ในขณะที่ยังไม่มีข้อพิสูจน์ตามระบบ ตนจึงอยากให้การแสดงความเห็นด้วยความระมัดระวัง ในฐานะผู้ใหญ่ ทั้งเพื่อรักษาบรรยากาศของการแสดงความคิดเห็นให้อยู่ภายใต้กรอบที่เหมาะสม และไม่ถูกมองว่า เป็นเรื่องของการเมืองตามสไตล์เดิม

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon