‘อ๋อย’ ชี้ หน้าที่กกต.คือทำให้คนคุยกันได้อย่างเสรี ฟันธงเวทีนักการเมืองไร้ประโยชน์

24.05.16 | 11:30 น.
แฟ้มภาพ

วันนี้ (24 พฤษภาคม) นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรีและแกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความแสดงความเห็นทางการเมืองระบุว่า
สิ่งที่ผู้มีอำนาจทั้ง พล.อ.ประยุทธ์และ พล.อ.ประวิตรพูดเกี่ยวกับการทำประชามติ ยิ่งย้ำว่าการจัดหารือของกกต.ที่ผ่านมาไม่มีประโยชน์อะไรเลย คนหนึ่งบอกว่าได้คืบจะเอาศอก อีกคนว่าไม่แก้กม.ประชามติ ก็เท่ากับทุกอย่างเหมือนเดิม คือ พูดให้รับได้ฝ่ายเดียว ฝ่ายไม่เห็นด้วยทำอะไรไม่ได้ต่อไป


ที่ว่ากกต.จะจัดเวทีให้นักการเมืองพูดเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญทั่วประเทศนั้น ต้องถามว่าให้พูดกับใคร ถ้าพูดกับกกต.ก็ไม่มีประโยชน์ เสียเวลาเปล่า นาทีนี้ต้องให้ทุกฝ่ายพูดกับประชาชนได้ ไม่ใช่ให้กกต.หรือรัฐบาลฟัง เวลาพูดจึงต้องให้สื่อฟังและรายงาน จะให้ดีต้องถ่ายทอดสดไปเลย ที่ถามว่าให้พูดหมดแล้วจะเอายังไงอีก แสดงว่าคนที่ถามยังไม่เข้าใจว่าเขากำลังเสนอกันว่าการทำประชามติต้องเสรี ให้ทุกฝ่ายได้แสดงความคิดเห็น ไม่ใช่ขอแค่ให้ได้พูดระบายอารมณ์กับกกต. ซึ่งไม่มีหน้าที่แก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ สักแต่ได้ชื่อว่าได้พูดแล้วก็พอ ประชาชนควรได้ฟังทุกฝ่าย

นายจาตุรนต์ยังระบุว่า ที่ว่าเสียสละเข้ามาทำให้คนไทยมีความสุข คงมีคนโต้แย้งอีกเยอะ แต่ผมอยากถามว่าแล้วจะเสียสละต่อไปอีกกี่ปี 5 หรือ 10 หรือ 20 ปี??

เครือข่ายนักวิชาการเสนอผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อให้เสนอศาลรัฐธรรมนูญตีความมาตรา 61 กม.ประชามติว่าขัดรัฐธรรมนูญชั่วคราว พรรคเพื่อไทยเสนอให้แก้กม. ก็คงต้องลุ้นกันต่อไปว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป การเรียกร้องให้ทุกฝ่ายมีสิทธิ์แสดงความเห็นอย่างเท่าเทียมกันก็คงต้องทำกันต่อไป ระหว่างที่ยังไม่มีการแก้ไขอะไร ผมคิดว่าการเสนอความคิดเห็นและเผยแพร่ความเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญที่ไม่ขัดม.61 ก็ยังทำได้มากและต้องยืนยันว่าทำได้

Advertisement

ส่วนการป้องกันการโกงและการรณรงค์ให้คนไปใช้สิทธิ์กันมากๆ ก็เป็นเรื่องจำเป็นและไปทางเดียวกัน ยิ่งคนไปใช้สิทธิ์มากก็ยิ่งโกงยาก
ผู้มีอำนาจนั้นต้องการชนะอย่างเดียว ไม่คำนึงว่าการทำประชามติจะเป็นธรรมหรือไม่ อันนี้ไม่ผิดความคาดหมาย แต่บทบาทกกต.น่าจะดีกว่าที่เป็นอยู่ กกต.ดูจะพูดเป็นแต่ว่าประชาชนทำอะไรไม่ได้บ้าง ทำไมไม่ยกตัวอย่างสิ่งที่ทำได้ให้มากหน่อย หรือเข้าใจว่าตนเองมีหน้าที่ช่วยทำให้ร่างผ่านกกต.มีหน้าที่จัดให้มีการลงประชามติซึ่งต้องส่งเสริมให้มีการแสดงความคิดเห็น เผยแพร่ความคิดเห็น แลกเปลี่ยนกันได้อย่างเสรี ไม่ใช่ช่วยทำให้ผ่าน

เห็นนายกฯบอกไม่ต้องทำประชามติก็ได้ บ่นเบื่อประชามติเสียแล้ว ยังไม่ทันไรเลย ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยก็ยังถูกห้ามสารพัด หรือว่าหาคนสนับสนุนไม่ได้ น่าจะเข้าใจแต่ต้นว่าการทำประชามติ คือ การให้ประชาชนแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันให้เต็มที่ ฟังทั้งข้อดีและข้อเสีย แล้วตัดสินกันด้วยเสียงข้างมาก ส่วนข้อเสนอในช่วงหลังก็มีเหตุผลทั้งนั้นและทั้งรัฐบาลและกกต.ก็เชิญผู้เสนอทั้งหลายไปร่วมเสวนาเอง พอเขาเสนอแล้วจะไปโกรธทำไม เห็นอย่างไรก็ว่าไป