‘โฆษกพช.’ เตือน กกต.ทำหน้าที่ตามกม. เหน็บ บิ๊กตู่ เตรียมรับผิดชอบหรือยัง ปมม.44 ปิดเหมือง

“โฆษกเพื่อชาติ” เตือน กกต.ทำหน้าที่ตาม กม. ไม่เช่นนั้นอาจถูกดำเนินคดี พร้อมถามปมค่าโง่โฮปเวลล์ “ประยุทธ์” เตรียมการรับผิดชอบที่ทำให้ ปท.เสียหายไว้หรือยัง

เมื่อวันที่ 23 เมษายน น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ (พช.) กล่าวว่า หากในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญตีเรื่องกลับมาที่ กกต. หรือแจงว่าวิธีการนับคะแนนไม่ใช่หน้าที่ของศาลจะต้องมาชี้ขาด ซึ่งในรัฐธรรมนูญ มาตรา 91(4) และมาตรา 128(5) มีความชัดเจนในตัวบริบทของ พ.ร.ป. อยู่เเล้ว ตนขอเตือน กกต.ว่าควรทำอะไรด้วยสามัญสำนึกที่ถูกต้อง ไม่ต้องเชื่อในคำพูดหรือคำสั่งของผู้ใดในทุกเรื่อง ตั้งแต่การนับการคำนวณคะแนน การให้ใบแดงใบเหลืองใบส้ม รวมทั้งการสรรหาคณะกรรมการ ส.ว.ที่ขัดรัฐธรรมนูญ เพราะหน่วยงาน กกต.เป็นองค์กรอิสระ ต้องปฏิบัติตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญ หากฝ่าฝืน กกต.อาจจะถูกดำเนินคดีได้ และที่สำคัญ ตัวอย่างในอดีตของ กกต.ก็เคยปรากฏให้เห็นมาแล้ว เมื่อปี 2549 การเลือกที่จะไม่ทำอะไรขัดรัฐธรรมนูญที่เป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ พวกคุณจะปลอดภัย ไม่ต้องไปชดใช้กรรมแทนผู้อื่นหรือแทนผู้ขอมา

น.ส.เกศปรียากล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ที่ออกแถลงการณ์เมื่อต้นเดือนว่ามีกลุ่มคนบ่อนทำลายสถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์นั้น ตนศึกษาประวัติศาสตร์การเมืองทั้งของประเทศไทยและต่างประเทศ คนที่ทำลายสถาบันหลักทั้ง 3 ของแต่ละชาติส่วนใหญ่คือกองทัพที่มีกำลังอาวุธ ด้วยการนำอาวุธออกมายึดอำนาจการปกครองจากชาติซึ่งก็คือประชาชน หรือยึดอำนาจจากสถาบันกษัตริย์ ดังนั้น เมื่อประยุทธ์รู้สึกไม่มั่นคงในการที่จะสืบทอดในอำนาจต่อ จึงใช้ยุทธการโฆษณาชวนเชื่อของทหารแบบยุคสงครามเย็นกล่าวหาประชาชนที่สืบค้นข้อมูลเอง คิดวิเคราะห์เอง ไม่คล้อยตามปฏิบัติการโฆษณาชวนเชื่อของทหารให้ประยุทธ์อยู่ในอำนาจต่อว่าเป็นผู้ทำลายสถาบันหลักของชาติ แต่แท้จริงแล้วผู้ที่นำสถาบันหลักของชาติมาอ้างเพื่อประโยชน์ของการอยู่ในอำนาจต่อของตนเองต่างหากคือผู้ทำลายสถาบันหลักของชาติตัวจริง ตัวอย่างที่เห็นชัดในการทำลายชาติคือการโฆษณาชวนเชื่อให้กลุ่มประชาชนที่ไม่ชอบค้นหาข้อมูลเองและคิดเองเชื่อ IO ของทหารที่สร้างความขัดแย้งในสังคมไทยกว่า 10 ปี ถ้าคิดเป็นมูลค่าการทำลายชาติจะมหาศาลประเมินค่าไม่ได้ ดังนั้น ถ้าประยุทธ์รักชาติมากกว่าผู้อื่นอย่างที่กล่าวอ้างต้องหยุดการเอาสถาบันหลักของชาติมาโฆษณาชวนเชื่อสร้างความขัดแย้งทำร้ายประชาชนในชาติ

น.ส.เกศปรียากล่าวอีกว่า ส่วนกรณีศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาในคดีโครงการก่อสร้างถนนและทางรถไฟยกระดับโฮปเวลล์ ซึ่งส่งผลให้รัฐบาลต้องนำภาษีของประชาชนทั้งประเทศมาจ่ายเงินให้กับบริษัทโฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นเงิน 11,888 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีโดยทันที ครม.ชวน 2 และนายสุเทพ เทือกสุบรรณรัฐมนตรีคมนาคมในขณะนั้น ลงนามเลิกสัญญาโดยที่ในสัญญาระบุว่าฝ่ายผู้ว่าจ้างจะเลิกสัญญาไม่ได้ จะรับผิดชอบอะไรให้ประเทศชาติหรือไม่ในฐานะลุงกำนันคนดีที่อ้างว่ารักชาติมากกว่าใคร อีกทั้งรัฐบาลนี้จะยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายพร้อมยึดทรัพย์สินจากคณะรัฐมนตรีในขณะนั้นหรือนายสุเทพหรือไม่ เช่นเดียวกับการฟ้องเรียกค่าเสียหายกรณีจำนำข้าว และในขณะนี้ยังมีกรณียกเลิกสัมปทานเหมืองทองอัคราฯ ที่ พล.อ.ประยุทธ์ใช้มาตรา 44 สั่งปิดเหมืองทองอัครา เมื่อปี 2559 บริษัทคิงส์เกต ผู้รับสัมปทานยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายจากไทย 3 หมื่นล้าน ถ้าผลการตัดสินออกมาว่าประเทศไทยต้องนำภาษีไปจ่ายชดเชยอีก พล.อ.ประยุทธ์ ผู้ที่ชอบบอกว่ารักชาติมากกว่าผู้ใดเตรียมความรับผิดชอบในการทำให้ชาติเสียหายไว้บ้างหรือเปล่า

บทความก่อนหน้านี้‘บอร์ด ก.ค.ศ.’ เห็นชอบเกณฑ์บรรจุครูเหตุพิเศษ 4 กรณี เกณฑ์ย้ายครูข้ามหน่วยราชการ ในสังกัด ศธ.
บทความถัดไป‘ปักกิ่ง กั๋วอัน’ พร้อมเปิดเกมบุกใส่ ‘ปราสาทสายฟ้า’ เพื่อ 3 แต้มในถิ่น