ด่วน! มติกกต.ฟัน ‘ธนาธร’ ต้องห้ามสมัครส.ส. ชี้ชัด บริษัท วี-ลัค ประกอบกิจการเป็นสื่อ

กกต.มีมติแจ้งข้อกล่าวหา “ธนาธร” ให้โอกาสชี้แจงภายใน 7 วัน ระบุยังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบยังไม่ถึงขั้นตัดสิน ปัดตอบมีผลโดน “ใบส้ม” หรือไม่ ต้องรอฟังข้อเท็จจริงก่อน โต้ “ปิยบุตร” ยัน กกต.มีอำนาจตรวจสอบคุณสมบัติได้

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 23 เมษายน ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายแสวง บุญมี รองเลขาธิการ กกต. แถลงหลังการประชุม กกต.ว่า กกต.มีมติให้แจ้งข้อกล่าวหานายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) เนื่องจากในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา มีผู้ร้องว่านายธนาธร ในฐานะผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ลำดับที่ 1 เป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 98(3) และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ.2561 มาตรา 42(3) อันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งและพรรคการเมือง คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนได้รวบรวมพยานหลักฐานแล้ว มีหลักฐานเบื้องต้นฟังได้ว่า นายธนาธรเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในบริษัทวี-ลัค มีเดีย จำกัด ซึ่งประกอบกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ จำนวน 675,000 หุ้น เลขหมายใบหุ้นตั้งแต่ 1350001-2025000 กกต.จึงได้มีมติให้แจ้งข้อกล่าวหาแก่นายธนาธร โดยมอบหมายให้เลขาธิการ กกต. เป็นผู้แจ้งข้อกล่าวหาและรับฟังพยานหลักฐานแทน ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยกกต. พ.ศ.2561 ข้อ 64 และให้ดำเนินการไต่สวนให้สิ้นกระแสความต่อไป ทั้งนี้ ตามข้อกล่าวหาข้างต้น นายธนาธรมีสิทธิที่จะไม่ให้ถ้อยคำหรือมีหนังสือชี้แจงแสดงพยานหลักฐานแก้ข้อกล่าวหา และมีสิทธิที่จะให้ทนายความหรือบุคคลซึ่งไว้วางใจเข้าร่วมฟังการชี้แจงแสดงหลักฐานแก้ข้อกล่าวหาได้ภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งข้อกล่าวหา

นายแสวงกล่าวต่อว่า สำหรับหนังสือแจ้งข้อกล่าวหาจะส่งถึงนายธนาธร ในวันนี้ ซึ่งขณะนี้ถือเป็นขั้นตอนการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าข้อกล่าวหามีมูลเพียงพอที่จะแจ้งข้อกล่าวหา ยังไม่ถึงขั้นตัดสินว่าทำผิดไปแล้ว หลังจากนี้ต้องรอฟังการชี้แจงของนายธนาธร ซึ่งอาจจะแก้ข้อกล่าวหาได้ และที่นายธนาธรส่งทนายมายื่นคำชี้แจงก่อนหน้านี้ทางสำนักงานก็จะมอบให้กับคณะกรรมการไต่สวนนำไปพิจารณารวมกับคำชี้แจงของนายธนาธรที่จะชี้แจง ทั้งนี้ เมื่อคณะกรรมการไต่สวนได้รับฟังคำชี้แจงจากฝั่งของนายธนาธร ก็จะนำมาสรุปผลการไต่สวนก่อนเสนอให้ที่ประชุม กกต. พิจารณาอีกครั้ง

นายแสวงปฏิเสธที่จะให้ความเห็นที่ว่าหากผลการไต่สวนพบว่านายธนาธร กระทำผิดจริง กกต.จะพิจารณาให้ใบส้มหรือไม่ เพราะขั้นตอนดังกล่าวเป็นดุลยพินิจของ กกต. ไม่ขอสมมุติ ไม่ขอให้คำตอบแทน กกต. เนื่องจากขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐาน รวมทั้งจะต้องดำเนินคดีอาญาในฐานะที่รู้อยู่แล้วว่าขาดคุณสมบัติในการลงสมัคร แต่ยังมาลงสมัครหรือไม่ และการใช้ตำแหน่งหัวหน้าพรรครับรองส่งตนเองลงสมัคร จะเข้าข่ายให้เป็นเหตุต้องยุบพรรคอนาคตใหม่หรือไม่ โดยเห็นว่าต้องไปดูข้อเท็จจริงตอนนั้น แต่ถ้าตามกฎหมายฟังได้ว่ารู้อยู่แล้วว่าตนเองไม่มีสิทธิสมัคร แต่ยังมาสมัคร หากเข้าช่องนั้นก็ต้องว่าไปตามกฎหมาย ส่วนเรื่องการส่งนายธนาธรลงสมัคร กรรมการบริหารพรรครู้เห็นแล้วเป็นเหตุให้ยุบพรรคหรือไม่นั้น ขอให้รอฟังข้อเท็จจริงก่อน เพราะยังมีประเด็นเรื่องเงื่อนเวลาก่อนหรือหลังจะต้องดำเนินการอย่างไร แต่ยอมรับว่าถ้าก่อนการประกาศรับรองผล กกต.พบว่ามีการทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตเป็นอำนาจของหน้าที่ กกต.ที่จะดำเนินการ

ส่วนกรณีที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ระบุว่า กกต.ไม่สามารถวินิจฉัยเรื่องคุณสมบัติ ได้เพราะเลยกำหนดเวลาการตรวจสอบคุณสมบัติไปแล้ว นายแสวงกล่าวว่า ไม่สามารถกล่าวแบบนั้นได้ เนื่องจากไม่ว่าก่อนเลือกตั้งหรือหลังเลือกตั้ง กกต.ก็สามารถตรวจสอบคุณสมบัติได้ เป็นอำนาจของ กกต.

เมื่อถามถึง กระแสข่าวกรณีประธานอนุกรรมการสืบสวนสอบสวนไม่พอใจขอลาออกจากหน้าที่ นายแสวงกล่าวว่า เป็นแค่ข่าว ยังไม่มีการลาออก สำหรับการตรวจสอบกรณีดังกล่าวมีคณะกรรมการ 2 ชุด ชุดแรก คือ คณะกรรมการสืบสวนไต่สวน และคณะกรรมการช่วยตรวจสอบสำนวน ซึ่งจะทำหน้าที่กลั่นกรองสำนวนจากชุดไต่สวน

บทความก่อนหน้านี้สุรเกียรติ์ เสถียรไทย ปาฐกถาเวทีนานาชาติ แนะใช้เทคโนโลยีสร้างสันติภาพในสังคมดิจิทัล
บทความถัดไปชาวสุราษฎร์ แห่ให้กำลังใจหนุ่มไชยาเดินเท้า 629 กม. ร่วมพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ที่กทม. (คลิป)