หนังผีสยองขวัญคอการเมืองเรื่องเก่าเริ่มแผ่ว แต่หนังผีแนวเดิมเรื่องใหม่ก็ถูก “ผลิตซ้ำ”
ธนาธร-อนาคตใหม่-ปิยบุตร
ชัยชนะทางการเมืองของ “อนาคตใหม่” พรรคการเมืองน้องใหม่เหนือความคาดหมาย มีคะแนนมาเป็นอันดับ 3 รองจากขาใหญ่ “เพื่อไทย-พลังประชารัฐ”
ฝ่ายความมั่นคง (ส่วนบุคคล) ถึงกับตื่นตระหนกและประเมินสถานการณ์ใหม่
“คสช.” เปิดหน้าส่งตัวแทนเข้าแจ้งความทั้งกับ “ธนาธร” และ “พรรคอนาคตใหม่” ในข้อหาชวนงง
ร่วมกันยุยงปลุกปั่นให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่อง
ส่วน “กกต.” รับลูกจาก นายศรีสุวรรณ จรรยา ที่ร้องว่า “ธนาธร” ถือหุ้นในธุรกิจสื่อ เข้าข่าย “ต้องห้าม” ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. อาจถึงขั้นระงับสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของธนาธรไว้ชั่วคราว 1 ปี
นั่นเท่ากับว่า จะไม่มีชื่อธนาธรในสภา !
แต่เมื่อได้รับฟังคำอธิบายอย่างละเอียดพร้อมหลักฐานและวัตถุพยานจาก ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ “ไม้ตาย” ที่หมายจะสกัดกั้นยับยั้งเส้นทาง “ธนาธร” สู่สภาผู้แทนราษฎรอันทรงเกียรติครั้งนี้ก็น่าจะใช้ไม่ได้
กระนั้นก็มีคำถามที่กระพืออย่างรวดเร็วในโลกโซเชียลว่า “ผู้มีหน้าที่ตรวจสอบและถ่วงดุลการใช้อำนาจรัฐ กำลังทำอะไรกัน”
เหตุใดจึงไม่มีปรากฏการตรวจสอบ “ผู้มีอำนาจรัฐ” ด้วยมาตรการที่เข้มข้นและจริงจัง
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็น “เจ้าหน้าที่รัฐ” หรือไม่
ถ้ารู้เท่าทัน “วิกฤตการณ์” จะไม่เกิดขึ้นซ้ำรอย
ความไม่มีมาตรฐาน ความไม่ยุติธรรม การกลั่นแกล้ง รังแก การบิดเบือน สร้างหลักฐานเท็จ ใส่ร้าย ป้ายสี สาดโคลนทำลายคู่แข่งขันทางการเมือง เป็นพฤติการณ์ที่สร้างปัญหา
บุคคลใดประพฤติก็จะเป็นตัวก่อปัญหา นั่นคือ สิ่งที่เคยเรียกกันว่า “แนวร่วมมุมกลับ”
คล้ายๆ กับก่อนเกิดเหตุ 6 ตุลา 2519 ที่ฝ่ายหนึ่งมีการจัดตั้งคนและจัดเตรียมแผน ก่อนที่จะ “ล้อมฆ่า” กันกลางเมือง
คล้ายๆ กับการอาศัยช่องโอกาสจังหวะทำลาย “ไทยรักไทย-พลังประชาชน-เพื่อไทย” ต่างกันไปตามวาระสุดแต่ว่าจะมี “เหตุพิเศษ” เรื่องใดหยิบยื่นให้ทันท่วงที
ใช้ “ผีตัวเดิม” หากินมากว่า 1 ทศวรรษแล้ว วันนี้ได้เวลา ปลุกผีตัวใหม่
นี่คือลักษณะเฉพาะสังคมไทย ?
เพียงแตกต่างกันทางความคิดก็ถึงกับ “ต้องกำจัดมัน” !?!!

