‘สมชัย’ เตือน ‘กกต.’ ระวังข้อหา’ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ’ กรณีตั้งข้อหา ‘ธนาธร’

เมื่อวันที่ 26 เมษายนที่ผ่านมา นายสมชัย ศรีสุทธิยากร สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กวิพากษ์วิจารณ์ กรณี กกต.ตั้งข้อหา นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ จากถือครองหุ้นบริษัทวี-ลัค มีเดีย จำกัด เข้าข่ายเป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามรับสมัคร ส.ส. โดยระบุว่า เรื่องดังกล่าวอาจจบลงด้วยการที่กกต.เป็นฝ่ายปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเสียเอง

โดยนายสมชัยระบุผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า

เรื่องของธนาธร อาจจบด้วย กกต.ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

บอกก่อนอีกครั้งว่า ไม่ได้เชียร์ธนาธร แต่ประเด็นธนาธรยังมีมุมที่ใครต่อใครไม่ได้นึกถึง รวมทั้ง กกต.เองด้วย

ต้องบอกว่า กม.เลือกตั้ง ส.ส.ฉบับนี้มีประเด็นที่ต้องอ่านอย่างละเอียดถึงจะเข้าใจจริงๆ และขอบคุณที่มีเรื่องโน้นเรื่องนี้ขึ้นมาทำให้ต้องอ่าน ต้องค้นคว้ากฎหมายอยู่เรื่อยๆ

ประเด็นคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครในส่วน ส.ส.บัญชีรายชื่อนั้น ให้ดูที่ มาตรา ๖๐ และ มาตรา ๖๑ ของพรป. ส.ส. โดยสรุปให้ฟังง่ายคือ

มาตรา ๖๐ กล่าวว่าหาก กกต.รับสมัครผู้สมัครบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใดแล้ว ก็ให้ประกาศรายชื่อผู้สมัครภายใน ๗ วัน นับแต่วันรับสมัคร และหากจะมีใครทักท้วง ให้ยื่นภายใน ๗ วัน นับจากวันที่ประกาศรายชื่อ (ประกาศรายชื่อ ๑๕ กุมภาพันธ์ ดังนั้นร้องได้ถึง ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒)

มาตรา ๖๑ กล่าวว่า หากก่อนวันเลือกตั้ง หาก กกต.เห็นว่าผู้สมัครรายใดขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามให้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อให้ถอนรายชื่อจากผู้สมัคร (เลือกตั้ง ๒๔ มีนาคม ดังนั้นก่อนวันเลือกตั้งวันสุดท้ายคือ ๒๓ มีนาคม ๒๕๖๒)

คำแถลงของรองเลขาธิการ กกต. เมื่อ ๒๓ เมษายน ๒๕๖๒ แจ้งว่ามีมติ กกต. ให้แจ้งข้อกล่าวหานายธนาธร เนื่องจากมี”ผู้ร้อง”ว่า นายธนาธรเป็นผู้มีลักษณะต้องห้าม

ถ้าไปค้นดูผู้ร้องคือ นายศรีสุวรรณ จรรยา มีการร้องธนาธร ๒ ครั้ง ครั้งแรกเมื่อ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ เรื่องนายธนาธรลงประวัติตัวเองเป็นเท็จเรื่องตำแหน่งประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ครั้งที่สองเมื่อ ๒๕ มีนาคม ๒๕๖๒ เรื่องการถือหุ้นสื่อ

การยื่นทั้งสองครั้ง จึงเป็นการยื่นคัดค้านคุณสมบัติตามมาตรา ๖๐ ซึ่งต้องดำเนินการภายในวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒

การยื่นที่เกินกำหนดเวลา เป็นเรื่องที่ กกต.ไม่อาจรับคำร้องมาพิจารณาได้

นี่รับ แล้วตั้งอนุกรรมการไต่สวน และมีมติแจ้งข้อกล่าวหา

ส่วน กรณีจะเป็นความปรากฏต่อ กกต.เองตามมาตรา ๖๑ ก็ต้องดำเนินการก่อนวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๒

ในกรณีที่จะใช้ มาตรา ๑๓๒ ว่าเป็นการกระทำที่ให้การเลือกตั้งไม่สุจริตและเที่ยงธรรม จนให้ใบส้ม ต้องตั้งเรื่องใหม่ ไม่สามารถนำคำร้องที่เกินกำหนดมาเป็นต้นเรื่องในการพิจารณาได้

ระวัง จะโดนข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบครับ

บทความก่อนหน้านี้ตร.คุม ‘ตั้ม ไส้แตก’ ผู้ต้องหาฆ่า ‘น้องเอ๋ย’ ไปดำเนินคดีขอนแก่น
บทความถัดไป‘หมอธีระวัฒน์’ มองรบ.นี้ใช้ ‘ประชานิยมรุนแรง’ แต่ปัญหาสุขภาพ สารเคมี กลับไม่สะทกสะท้าน