
ปลัดฯชาญเชาวน์ นำคณะถกงานยุติธรรมโลก ย้ำจุดยืนประเทศไทย ให้ความสำคัญกระบวนการยุติธรรมทางอาญา-หลักนิติธรรม-ต่อต้านการก่อการร้าย
เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม ที่ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ กรุงเวียนนา สาธารณรัฐออสเตรีย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม ที่ผ่านมา นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทย เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมาธิการว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา สมัยที่ 25 ระหว่างวันที่ 23-27 พฤษภาคม 2559 ทั้งนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม และด้านต่างประเทศของประเทศไทยเข้าร่วมประชุม อาทิ กระทรวงยุติธรรม สำนักงานศาลยุติธรรม สำนักงานอัยการสูงสุด กระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงยุติธรรม และสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย หรือทีไอเจ
นายชาญเชาวน์ ได้กล่าวต่อที่ประชุมโดยแสดงเจตนารมณ์และท่าทีของกระทรวงยุติธรรมและประเทศไทยในการให้การสนับสนุน UNODC ต่อการดำเนินยุทธศาสตร์และแนวทางการพัฒนาโดยมุ่งไปสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ. 2030 ของสหประชาชาติ ประเทศไทย ได้ให้ความสำคัญกับกระบวนการยุติธรรมทางอาญา ในฐานะเครื่องมือสำหรับการป้องกันและปราบปรามการก่อการร้ายและภัยคุกคามที่เกี่ยวข้อง อาทิ อาชญากรรมข้ามชาติที่จัดตั้งในลักษณะองค์กร การลักลอบค้ายาเสพติด การสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และการปราบปรามการคอร์รัปชัน เป็นต้น นอกจากนี้ยังได้ใช้โอกาสนี้ แสดงจุดยืนในการให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ต่อปฏิญญาโดฮา ประกอบกับเผยแพร่บทบาทและความพยายามของประเทศไทยการส่งเสริมและขับเคลื่อนการนำข้อกำหนดกรุงเทพว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิง ไปใช้ปฏิบัติ

นายชาญเชาวน์ ยังระบุว่า การประชุมนี้เป็นเป็นเวทีระหว่างประเทศที่กระทรวงยุติธรรมและประเทศไทยจะได้แสดงบทบาทเจตนารมณ์อันแน่วแน่ในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม และแสดงความมุ่งมั่นที่จะร่วมมือกับนานาประเทศในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรม รวมถึงจะได้ร่วมกันพิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมและส่งเสริมความยุติธรรมทางอาญาในหลากหลายมิติ อีกทั้งประเทศไทยยังมีบทบาทสร้างสรรค์ในการผลักดันร่างข้อมติในประเด็นต่างๆ ที่สำคัญมาโดยตลอด อาทิ การต่อต้านความรุนแรงต่อเด็ก การปรับปรุงมาตรฐานการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง และการยกระดับวาระงานของที่ประชุมในการส่งเสริมความเชื่อมโยงระหว่างหลักนิติธรรม การป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญาในวารการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ. 2030 ของสหประชาชาติ เป็นต้น
นายชาญเชาวน์ กล่าวด้วยว่า ในการประชุมครั้งนี้มีหัวข้ออภิปรายหลัก (Thematic discussion) คือ “กระบวนการยุติธรรมทางอาญาที่ตอบสนองต่อการป้องกันและต่อต้านการก่อการร้ายในทุกรูปแบบ ซึ่งรวมถึงการระดมทุนเพื่อการก่อการร้าย และการให้ความช่วยเหลือทางวิชาการเพื่อสนับสนุนการอนุวัติตามอนุสัญญาและพิธีสารที่เกี่ยวข้อง” ซึ่งการเข้าร่วมการประชุมดังกล่าวจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อภารกิจของกระทรวงยุติธรรม และดำเนินการตามนโยบายในด้านการต่อต้านก่อการร้ายของรัฐบาลไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชาญเชาวน์ยังได้ร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่าง สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) กับ UNODC ในการเข้าเป็นสถาบันเครือข่ายของสหประชาชาติ The United Nations Programme Network Institutes : PNI) ของ TIJ ในวันที่ 24 พฤษภาคม 2559 โดยมีนายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ผอ.สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย เดินทางมาร่วมลงนามในครั้งนี้ด้วย

