หน้าแรก การเมือง ทวี ชี้ กรณีก...

ทวี ชี้ กรณีกกต.ฟ้องหมิ่น ‘แม่น้องเกด-จ่านิว-เพนกวิน’ สะท้อนชัด ใช้กม.กดทับเสรีภาพปชช.

26.04.19 | 18:27 น.

‘ทวี’ ชี้ กรณีกกต.ฟ้องหมิ่น ‘แม่น้องเกด-จ่านิว-เพนกวิน’ สะท้อนชัด ใช้กม.กดทับเสรีภาพปชช.

วันนี้ (26 เม.ย.) พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก Tawee Sodsong – พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ถึงกรณีที่ กกต.ฟ้องหมิ่นประมาท นางพะเยาว์ อัคฮาด มารดาของ น.ส.กมนเกด อัคฮาด พยาบาลอาสาที่ถูกยิงเสียชีวิตในวัดปทุมวนาราม จากเหตุการณ์สลายการชุมนุมกลุ่ม นปช. เมื่อปี 2553สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว นักเคลื่อนไหวประชาธิปไตย และนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน แนวร่วมกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง

โดยระบุว่า “ถือว่ารัฐไม่ธำรงไว้ซึ่งหลักนิติธรรมและเลือกปฏิบัติหรือไม่?” เมื่อ 9 ปีที่แล้ว นางพะเยาว์ อัคฮาด ได้สูญเสียน้องเกด หรือกมนเกด อัคฮาด ลูกสาวผู้เป็นที่รักจากเหตุการณ์สลายการชุมนุม เมื่อปี 2553 ที่วัดปทุมวนาราม ซึ่งเธอได้พยายามต่อสู้เพื่อความยุติธรรมให้ลูกสาวของเธอมาตลอด และคราวนี้เธอยังคงเป็นนักสู้เพื่อความยุติธรรม โดยได้ร่วมกิจกรรมล่ารายชื่อถอดถอนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อวันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา เพราะเธอมองว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมานั้นไม่ยุติธรรมโปร่งใส แต่เธอกลับถูกฟ้องจากรัฐ

ซึ่งล่าสุด เธอได้โพสต์ภาพและข้อความบนเฟซบุ๊ก ‘Phayaw Akkahad’ ระบุว่า ตนได้รับหมายเรียกจาก สน.พญาไท ผู้กล่าวหาคือ พินิจ จันทร์ฉาย หนึ่งใน กกต. มีผู้ถูกร้องทุกข์เอาผิดรวม 3 คน ในข้อหาร่วมกันหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ซึ่งถูกเรียกให้ไปรายงานตัวตามหมายเรียกในวันที่ 30 เม.ย.นี้ เวลา 10.00 น. ซึ่งนางพะเยาว์ยืนยันว่า ตนไม่เคยให้ร้ายใคร

กรณีข้างต้นถือว่า “กกต.ไม่ยึดหลักนิติธรรมและเลือกปฏิบัติหรือไม่” เพราะการกระทำของทั้ง 2 ท่าน ถือว่าได้พยายามต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ ให้เป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐ รวมถึงองค์กรอิสระ ซึ่งผู้ที่น่าจะกระทำไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและกฎหมายคือรัฐ ในที่นี้หมายถึง กกต.และตำรวจ เพราะประชาชนมีรัฐธรรมนูญคุ้มครองอยู่ แม้แต่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันที่ไม่ได้มาจากหลักการประชาธิปไตย ยังบัญญัติให้ความคุ้มครองไว้ ดังนี้

Advertisement

หมวด 3 สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย
มาตรา 25 สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย นอกจากที่บัญญัติคุ้มครองไว้เป็นการเฉพาะ ในรัฐธรรมนูญแล้ว การใดที่มิได้ห้ามหรือจํากัดไว้ในรัฐธรรมนูญหรือในกฎหมายอื่น บุคคลย่อมมีสิทธิและเสรีภาพที่จะทําการนั้นได้ และได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ ตราบเท่าที่การใช้สิทธิหรือเสรีภาพเช่นว่านั้นไม่กระทบกระเทือนหรือเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของรัฐ ความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน และไม่ละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น

สิทธิหรือเสรีภาพใดที่รัฐธรรมนูญให้เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ หรือให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กฎหมายบัญญัติ แม้ยังไม่มีการตรากฎหมายนั้นขึ้นใช้บังคับ บุคคลหรือชุมชนย่อมสามารถใช้สิทธิหรือเสรีภาพนั้นได้ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ

บุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพ ที่ได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ สามารถยกบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญเพื่อใช้สิทธิทางศาล หรือยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้คดีในศาลได้

บุคคลซึ่งได้รับความเสียหายจากการถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพ หรือจากการกระทําความผิดอาญาของบุคคลอื่น ย่อมมีสิทธิที่จะได้รับการเยียวยาหรือช่วยเหลือจากรัฐตามที่กฎหมายบัญญัติ

หมวด 4 หน้าที่ของปวงชนชาวไทย
มาตรา 50 (10) ไม่ร่วมมือหรือสนับสนุนการทุจริตและประพฤติมิชอบทุกรูปแบบ

หมวด 5 หน้าที่ของรัฐ
มาตรา 63 รัฐต้องส่งเสริม สนับสนุน และให้ความรู้แก่ประชาชนถึงอันตรายที่เกิดจากการทุจริตและประพฤติมิชอบทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน และจัดให้มีมาตรการและกลไกที่มีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันและขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบดังกล่าวอย่างเข้มงวด รวมทั้งกลไกในการส่งเสริมให้ประชาชนรวมตัวกันเพื่อมีส่วนร่วมในการรณรงค์ให้ความรู้ ต่อต้าน หรือชี้เบาะแส โดยได้รับความคุ้มครองจากรัฐตามที่กฎหมายบัญญัติ

ประกอบกับมาตรา 51 การใดที่รัฐธรรมนูญบัญญัติให้เป็นหน้าที่ของรัฐตามหมวดนี้ ถ้าการนั้น เป็นการทําเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนโดยตรง ย่อมเป็นสิทธิของประชาชนและชุมชนที่จะติดตามและเร่งรัดให้รัฐดําเนินการ รวมตลอดทั้งฟ้องร้องหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดให้ประชาชน หรือชุมชนได้รับประโยชน์นั้นตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กฎหมายบัญญัติ

ที่สำคัญคือศักดิ์ของกฎหมายที่ระบุให้รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด อยู่ในมาตรา 5 ที่ว่า รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ บทบัญญัติใดของกฎหมาย กฎ หรือข้อบังคับ หรือการกระทําใด ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ บทบัญญัติหรือการกระทํานั้นเป็นอันใช้บังคับมิได้

กรณีที่เกิดกับคุณพะเยาว์ อัคฮาด หรือแม่น้องเกด กับน้องเพนกวิน เป็นสภาพความเป็นจริงทางสังคมที่ไม่เป็นประชาธิปไตย โครงสร้างและบริบททางสังคม จะสะท้อนออกผ่านการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่รัฐ ในการบังคับใช้กฎหมาย ระหว่าง “การรักษาความสงบเรียบร้อยทางสังคม” กับ “การแสวงหาอำนาจและผลประโยชน์ของผู้ปกครอง” ซึ่งดูได้จากการการปฏิบัติว่า มีการบังคับใช้กฎหมายกับบุคคลทุกคนอย่างเสมอภาคเท่าเทียมกันหรือไม่?

กฎหมายรัฐธรรมนูญมีศักดิ์สูงกว่ากฎหมายใดๆ หรือไม่? และมีการธำรงไว้ถึงหลักนิติธรรม คือ สิทธิ เสรีภาพ และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์จะละเมิดไม่ได้ แม้แต่กฎหมาย (เว้นแต่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ) หรือไม่? ถ้าคำตอบคือ “ไม่” กฎหมายก็จะเป็นเพียงเครื่องมือของผู้ปกครองที่ใช้เอาเปรียบและกดทับเสรีชน และคนไร้อำนาจ เพื่อแสวงหาและคงไว้ซึ่งอำนาจของผู้ปกครองเป็นหลักนั้นเอง