ไม่ว่าข้อเสนอว่าด้วย “รัฐบาลแห่งชาติ” ไม่ว่าข้อเสนอที่พัฒนาไปสู่ “รัฐบาลปรองดองแห่งชาติ”
ล้วนมากด้วยความละเอียดและอ่อนไหว
เพราะว่าเมื่อเป็น “รัฐบาลแห่งชาติ” รายชื่อผู้สมควรดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี 4 คน
1 พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท องคมนตรี 1 นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี 1 นายศุภชัย พานิชภักดิ์ อดีตเลขาธิการอังค์ถัดแห่งสหประชาชาติ 1 นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี
ขณะที่เมื่อพัฒนาเป็น “รัฐบาลปรองดองแห่งชาติ” ก็เพิ่มชื่อ 1 พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี 1 นายอำพน กิตติอำพน องคมนตรี 1 นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ อดีตปลัดกระทรวงสำคัญ
ถามว่าความละเอียด อ่อนไหว อยู่ตรงไหน
ความละเอียด อ่อนไหว 1 อยู่ตรงที่นับจากวันที่ 24 มีนาคมเป็นต้นมา ความเชื่อมั่นต่อประสิทธิภาพและการบริหารจัดการเลือกตั้งของ กกต.ทรุดเสื่อมลงเป็นลำดับ
กลายเป็น “วิกฤตศรัทธา” ความชอบธรรมถูกบั่นทอนรอนลงในอัตราเร่ง
ความละเอียด อ่อนไหว 1 มาจากกระบวนการของ “นักร้อง”
ไม่ว่าจะเป็นการร้องของบรรดาผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. ไม่ว่าจะเป็นการร้องของภาคประชาชน เป้าหมายพุ่งเข้าต่อบุคคลในเชิงปัจเจก แต่ที่สุดแล้วก็ดำเนินไปอย่างมีลักษณะรวมศูนย์
รวมศูนย์ไปยังประสิทธิภาพในการบริหารจัดการของ กกต. รวมศูนย์ไปยังการเกิดขึ้นของรัฐธรรมนูญ ในที่สุดก็รวมศูนย์ไปยัง คสช.
ความละเอียด อ่อนไหว 1 ซึ่งละเอียดและอ่อนไหวอย่างยิ่งก็คือ รายชื่อทั้ง 7 ไม่มีชื่อของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อันเท่ากับแย้งต่อเจตนาและความต้องการโดยพื้นฐานของ คสช.
การไม่มีชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จึงเป็นเรื่องร้ายแรง
ร้ายแรงเพราะว่า พรรคพลังประชารัฐ มีการนำเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี และทุกการเคลื่อนไหวของพรรคพลังประชารัฐก็เพื่อเป้าหมายนี้
เป้าหมายเพื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ข้อเสนอว่าด้วย “รัฐบาลแห่งชาติ” และที่พัฒนาเป็น “รัฐบาลปรองดองแห่งชาติ” ต้องการสวนกับข้อเสนอนี้
ทั้งๆ ที่ข้อเสนอของพรรคพลังประชารัฐคือข้อเสนอของ คสช.

