วันที่ 24 พฤษภาคม นายสัมพันธ์ ทองสมัคร อดีต ส.ส.ปชป. ได้เขียนข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงนายเชาวน์วัศ เสนพงศ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ซึ่งในข้อความได้ระบุ “นายกเทศมนตรีนคร ครับ จะประชุมเรื่องให้เอกชนผูกขาดน้ำอีกหรือ เดิมบริษัทแรกนั้นเขาบอกว่าแหล่งน้ำที่เสนอมานั้น มีสารตะกั่วมากทำอย่างไรทำให้สะอาดไม่ได้ พรรคพวกจึงตั้งบริษัทใหม่ขึ้นเพื่อเข้ามาดำเนินการผูกขาดน้ำจากเทศบาล และตอนนี้มีข่าวไม่ค่อยดีว่าคนที่ต่อต้านนายกเทศบาลนายกเมื่อวันก่อนถูกขู่ว่าจะไม่ปลอดภัย ผมว่านายกเทศบาลเลื่อนเรื่องนี้ออกไปก่อนไม่ดีหรือ เพราะแหล่งน้ำตอนนี้ไม่ได้ขาดแคลน ที่เรียนมาเพราะนายกบอกว่าผมมีอะไรจะชี้แนะบอกได้ นี่บอกแล้ว เรื่องน้ำพักไว้ก่อนเถอะนายกเทศบาล นี่บอก เตือนแล้วนะ เดี๋ยวหาว่าไม่บอกอย่าโทษกันนะครับ”
นายสัมพันธ์ ยังได้กล่าวอีกว่า ประชาชนหลายฝ่ายไปปรึกษาผมว่า ขอให้เสนอคนดี มือสะอาด พ่อแม่ ประกอบอาชีพ ตั้งอยู่ในคุณธรรมและเข้าใจการเมือง การบริหารองค์กร ให้เป็นนายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราชสักคน เป็นอดีต สส.ก็ได้ ยิ่งดี ผมเลยเรียนให้ทุกคนทราบ ผมก็บอกว่าใครๆอยากได้คนดี เพราะในสังคม ในพรรคการเมืองต่างๆนั้นมีทั้งคนดีและคนไม่ดี ทำอย่างไรอย่าให้คนไม่ดี มีตำแหน่งหน้าที่รับผิดชอบต่อสังคมไม่เช่นนั้นประชาชนจะเดือดร้อน หาผลประโยชน์จากความเดือดร้อนของประชาชนและสังคม ไม่มีวันจบ อีกไม่นานคงประกาศชื่อให้ทราบครับ คงปรึกษาอดีต สส.เมืองนครด้วยครับ
แหล่งข่าวรายหนึ่งระบุว่า ได้มีการพูดคุยกับ ส.ส.หญิง ของ ปชป. เพื่อทาบทามให้เข้ามานั่งบริหาร ทน.นครศรีธรรมราช ภายหลังที่มีการเลือกตั้ง เพื่อลดจำนวน ส.ส.ลง จะได้ไม่ต้องเกิดศึกแย่งชิงพื้นที่กัน ซึ่งในขณะนี้ ได้มีคนของ ส.ส.ปชป.ที่แยกตัวออกมาประกาศเตรียมตัวลงสมัครแข่งขันนายกเทศมนตรี ทน.นครศรีธรรมราช ส่วนนายเชาวน์วัศ เสนพงศ์ นายกฯคนปัจจุบันประกาศตัวชัดเจน หากมีการเลือกตั้ง ปี 2562 จะไม่ลงสมัครแข่งขันแต่อย่างใด ขอทำหน้าที่ 2 สมัยเท่านั้น

ขณะที่ภายในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ได้มีการขึ้นป้ายคัทเอาต์ขนาดใหญ่ ตามสี่แยกที่สำคัญๆ ภายในเขต ทน.ของกลุ่มนครธรรมาภิบาล ในการคัดค้านญัตติการให้เอกชนสัมปทานขายน้ำประปา 30 ปี มูลค่ากว่า 49,000 ล้านบาท ซึ่งจะมีการประชุมสภาเทศบาลนครนครศรีธรรมราช สมัยสามัญ สมัยที่ 2 ประจำปี 2559 ขึ้นอีกครั้งในวันที่ 27 พฤษภาคมนี้ ท่ามกลางกลุ่มประชาชนที่จะนัดรวมกันเพื่อฟังผลคำตอบจากที่ประชุมสภาอีกครั้ง

