สูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อหรือปาร์ตี้ลิสต์ ที่มีความเห็นแตกต่างกันนั้น มีความพยายามที่จะหาข้อสรุป โดยหวังพึ่งพาศาลรัฐธรรมนูญในการวินิจฉัย
กกต.ที่มีอำนาจและหน้าที่โดยตรง ก็ไม่มั่นใจว่า จะใช้สูตรไหน หลังเกิดการถกเถียงกันกว้างขวาง จึงส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย แต่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติไม่รับคำร้อง
ล่าสุด ผู้ตรวจการแผ่นดินได้พิจารณาคำร้องของนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) และนายวิรัตน์ กัลยาศิริ ผู้สมัคร ส.ส.สงขลา เขต 3 พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แล้วมีมติเป็นเอกฉันท์ว่า จะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่า พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 128 มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 91 หรือไม่
โดยข้อสงสัยของผู้ตรวจการแผ่นดินคือ รัฐธรรมนูญ มาตรา 91 กำหนดวิธีการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อไว้ 5 อนุมาตรา แต่ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 128 มีการขยายข้อความเพิ่มเป็น 8 อนุมาตรา ที่เพิ่มมาคือ อนุ 4, อนุ 6 และอนุ 7 ซึ่งประเมินกันว่า ศาลรัฐธรรมนูญ จะมีคำวินิจฉัยใน 3 แนวทาง
1.ไม่รับคำร้อง ซ้ำรอยกับคำร้องของ กกต.
2.รับคำร้อง แต่วินิจฉัยว่า พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 128 ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 91
3.รับคำร้อง และวินิจฉัยว่า พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 128 ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 91
ถ้าคำวินิจฉัยออกในแนวทางที่ 1 หรือแนวทางที่ 2 กกต.ก็ต้องหาข้อสรุปเองว่า จะไช้สูตรไหน และไม่ว่า จะใช้สูตร ส.ส.พึงมี หรือสูตรแจกพรรคเล็ก ก็เชื่อว่า จะมีการยื่นฟ้อง กกต.แน่นอน
แต่หากมีคำวินิจฉัยในแนวทางที่ 3 ก็จะทำให้ข้อความในพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ที่ขัดรัฐธรรมนูญตกไป หรือใช้บังคับไม่ได้
ที่สำคัญคือ จะส่งผลถึงชื่อเสียงของ “มีชัย ฤชุพันธุ์” ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่ได้ชื่อว่า เป็นหนึ่งในปรมาจารย์ด้านกฎหมาย และ กรธ.ทั้งคณะ ที่ยกร่างรัฐธรรมนูญ และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.รวมทั้ง สนช.ที่โหวตเห็นชอบร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.

