วันที่ 24 พฤษภาคม เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ห้องประชุมภายในสำนักงานโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำพระเพลิง อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้ประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา, กองพลทหารราบที่ 3 ค่ายสุรนารี, สำนักงานชลประทานที่ 8, สำนักงานเกษตรจังหวัดนครราชสีมา และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 5 นครราชสีมา เป็นต้น เพื่อเตรียมความพร้อมในการต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะ คสช. ซึ่งมีกำหนดการจะเดินทางมามาตรวจเยี่ยมโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บน้ำ ผันน้ำ เขื่อนลำพระเพลิง และอ่างเก็บน้ำลำสำลาย อ.ปักธงชัย ในวันพุธที่ 25 พฤษภาคม 2559 พร้อมกันนี้ทางจังหวัดนครราชสีมา ได้เตรียมจัดกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร สารวัตรทหาร เจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด หรือหน่วย EOD ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ รวมกว่า 500 นาย เพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับนายกรัฐมนตรีในการเดินทางมาครั้งนี้ด้วย
สำหรับกำหนดการ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะ คสช. จะเดินทางมาถึงอ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา เวลา 14.00 น. หลังจากนั้นจะเข้าร่วมประชุมกับหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดนครราชสีมา และกรมชลประทาน ในการแก้ไขปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ รับฟังบรรยายสรุปผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล บรรยายสรุปโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บ-กักน้ำ ของโครงการลำพระเพลิง โครงการลำสำลาย และโครงการลำเชียงไกร ก่อนที่นายกรัฐมนตรี จะมอบนโยบายให้แก่ส่วนราชการ รับฟังรายงานผลการดำเนินงานตามมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรและประชาชนที่ประสบภัยแล้ง โดยผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา และมอบหนังสืออนุญาตให้ราษฎรทำกินตามโครงการคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ท้องที่อำเภอครบุรี และอำเภอเสิงสาง เนื้อที่ 3,100 ไร่ ให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา และผู้แทนเกษตรกร ก่อนจะเดินทางไปตรวจเยี่ยมการก่อสร้างอาคารระบายน้ำล้นเพิ่มความจุปริมาณน้ำเขื่อนลำพระเพลิงและระบบผันน้ำเขื่อนลำพระเพลิง และชมการสาธิตระบบผันน้ำจากเขื่อนลำพระเพลิงไปยังลำสำลาย และเดินทางกลับ

นายวิเชียรเปิดเผยว่า เนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์ ได้เล็งเห็นถึงสถานการณ์ภัยแล้งที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในจังหวัดนครราชสีมา จึงได้จัดสรรงบประมาณ จำนวนกว่า 400 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงระบบการบริหารจัดการน้ำของอ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง โดยดำเนินการทั้งหมด 4 โครงการ ประกอบด้วย 1.การปรับปรุงมอนิคอลี่ หรือสปิลเวย์, 2.การปรับปรุงความมั่นคงของตัวอ่างฯ เพื่อให้มีความสามารถในการเพิ่มความจุกักเก็บเพิ่มขึ้น จากเดิมที่สามารถกักเก็บน้ำได้ 110 ล้านลูกบาศก์เมตร เพิ่มขึ้นอีก 50 ล้านลูกบาศก์เมตร รวมความจุกักเก็บทั้งสิ้น 160 ล้านลูกบาศก์เมตร, 3.การขยายคลองผันน้ำ และ 4. การขุดลอกภายในอ่างเก็บน้ำลำสำลาย เพื่อสำรองปริมาณน้ำจากอ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง ซึ่งได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2557 จนขณะนี้โครงการได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว โดยจะได้รายงานผลการดำเนินการทั้งหมดให้นายกรัฐมนตรีรับทราบต่อไป นายวิเชียรกล่าว

จากภารกิจของ พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมคณะจะลงพื้นที่ตรวจราชการเพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ที่เขื่อนลำพระเพลิง อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา ในวันพรุ่งนี้ (25 พฤษภาคม) เมื่อเวลา 16.00 น. วันนี้ (24 พ.ค.) พล.ต.ต.ฐากูร นัทธีศรี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ได้สั่งการผ่านศูนย์วิทยุสื่อสารเครือข่าย “ ไชยณรงค์ ” ซึ่งดูแลและควบคุมการปฏิบัติหน้าที่ของสถานีตำรวจภูธรจำนวน 51 แห่ง ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา โดยให้ 1.หัวหน้าที่สถานี สนธิกำลังวางมาตรการป้องกันเหตุร้ายในเขตพื้นที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะเส้นทางหลัก ให้กำหนดจุดตรวจความมั่นคงและจัดกำลังปฏิบัติหน้าที่ตรวจสอบและตรวจค้นยานพาหนะทุกคันที่มีเหตุอันควรสงสัย 2.ระดมสรรพกำลังจัดกำลังเฝ้าระวังการป้องกันดูแลรักษาความปลอดภัยของสถานที่ราชการสำคัญทุกแห่ง โดยเฉพาะสถานที่เชิงสัญลักษณ์ทางการเมือง เช่น ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ลานย่าโม) ปราสาทหินพิมาย บ้านพักท่านแม่แม่ทัพหรือบ้านพักประธานองคมนตรี พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ริมถนนสืบศิริ และที่ตั้งเกี่ยวกับสาธารณูปโภค เช่น สถานีไฟฟ้า โรงประปา คลังน้ำมันสถานีบริการเชื้อเพลิง และเขตชุมชน ย่านการค้า
3.เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบวัตถุระเบิด (EOD.) ให้เตรียมพร้อมตลอด 24 ชม. สามารถออกปฏิบัติหน้าที่ได้ในทันที และ 4.ดำเนินการสืบสวนหาข่าวเคลื่อนไหวของกลุ่มมวลชน กลุ่มการเมืองทุกเฉดสี และกลุ่มนักศึกษา ที่มีความคิดเห็นต่างทางด้านการเมืองหรือต่อต้านการทำงานของรัฐบาล รวมทั้งกลุ่มผู้เรียกร้องปัญหา โดยให้จัดเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องเข้าระงับ ยับยั้ง พร้อมรับปัญหาอย่างทันท่วงที และประสานแลกเปลี่ยนข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากพบความเคลื่อนไหวให้รีบรายงานทันที โดยให้หัวหน้าที่รับผิดชอบออกตรวจ ควบคุม กำกับดูแล การปฏิบัติหน้าที่ พร้อมทั้งให้รายงานผลการปฏิบัติให้ทราบทางไลน์อย่างต่อเนื่อง

