‘สมชัย’สั่งสนง.รวมข้อมูลกลุ่มปชต.ใหม่แล้ว ฮึ่ม! สื่อเสนอข่าว ผิดหรือไม่ขอดูเจตนา

24.05.16 | 19:07 น.

“สมชัย” หนุน นปช.ตั้งศูนย์ปราบโกงฯ ช่วยจับตาประชามติ พร้อมสั่ง สนง.รวบรวมข้อมูลการเคลื่อนไหวของกลุ่มประชาธิปไตยใหม่ ย้ำสื่อนำเสนอข่าวผิด กม.หรือไม่ ดูเจตนาเป็นหลัก


เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการ กกต.ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ประกาศที่จะจัดตั้งศูนย์ปราบโกงประชามตินั้น ว่า ถือเป็นเรื่องที่ดีที่ประชาชนทุกกลุ่มทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็น นปช. หรือ กปปส. จะช่วยจับตาการออกเสียงประชามติในครั้งนี้ แต่ก็ต้องระวังด้วยว่าต้องไม่เข้าข่ายเป็นการรณรงค์ที่จะนำไปสู่การเชิญชวนให้ประชาชนออกเสียงไปในทิศทางใดทางหนึ่ง โดย กกต.พร้อมให้ความร่วมมือว่าเราจะช่วยเหลือท่านได้อย่างไรบ้าง และอยากให้ท่านช่วยเหลือเรา โดยการโหลดแอพพลิเคชั่นตาสับปะรด เพื่อเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการแจ้งเหตุมายัง กกต.ได้ อย่างไรก็ตาม หากประชาชนที่ไม่สะดวกโหลดแอพพลิเคชั่นดังกล่าวก็สามารถแจ้งเหตุที่สำนักงาน กกต.จังหวัดได้

นายสมชัยกล่าวถึงความเคลื่อนไหวของกลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ ว่า ขณะนี้ยังไม่พบว่าเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ แต่ได้สั่งให้สำนักงานไปรวบรวมข้อมูลข้อเท็จจริงโดยเร็ว ใน 4 ประเด็น คือ 1.การจัดอภิปรายมีหน่วยงานของรัฐ หน่วยงานด้านการศึกษา และสื่อเป็นเจ้าภาพร่วมในการจัดสัมมนาอภิปรายหรือไม่ ถ้าไม่มีก็ถือว่าผิด 2.การขายเสื้อที่มีข้อความว่า “Vote no ไม่รับ กับอนาคตที่ไม่ได้เลือก” นำไปสู่การรณรงค์เพื่อให้การออกเสียงเป็นไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง หรือปลุกระดมให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองหรือไม่ 3.การแจกสติ๊กเกอร์เข้าข่ายเป็นการให้สิ่งของที่มูลค่าเพื่อจูงใจให้ไปออกเสียงหรือไม่ และ 4.การเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นการกระทำที่เข้าข่ายเป็นคณะบุคคลเกินกว่า 5 คนขึ้นไปหรือไม่ ทั้งนี้ เมื่อสำนักงานหาคำตอบจาก 4 ประเด็นนี้แล้วก็จะตอบได้ว่าเข้าข่ายความผิดหรือไม่

นายสมชัยกล่าวอีกว่า ส่วนการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวโหวตโนของกลุ่มต่างๆ นั้น ขอย้ำว่า สื่อสามารถเสนอข่าวได้ เพียงแต่ต้องไม่มีเจตนาหรือจงใจปลุกระดม หรือไปขยายความให้เกิดความวุ่นวายหรือความขัดแย้ง ยกตัวอย่างเช่น การนำเสนอข่าวของกลุ่มที่เคลื่อนไหวขนาดเล็กให้เป็นข่าวใหญ่ หรือการนำเสนอข่าว หรือการนำเสนอข่าวการเคลื่อนไหวของบุคคลแบบต่อเนื่องเป็นเวลาหลายวัน เป็นต้น ซึ่งการจะรู้ว่าสื่อทำผิดหรือไม่ทำผิด ก็คงต้องดูที่เจตนาเป็นหลัก

Advertisement