09.00 INDEX โดมิโน ธนาธร อนาคตใหม่ สะเทือนถึงพลังประชารัฐ

1.05.19 | 08:50 น.

หากจับจากสภาพของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ภายหลังใช้เวลา 4 ชั่วโมงในการชี้แจงกับคณะกรรมการไต่สวนของกกต. เด่นชัดว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ กำลังสะบักสบอม

ถูกรุกในทางการเมืองอย่างต่อเนื่องจากกกต.

แต่หากดูการเคลื่อนไหวอย่างเงียบๆจากพรรคเพื่อไทย

ไม่ว่าจะเป็นการลงนามของ นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรค มอบหมายให้คณะทำงานฝ่ายกฎหมายที่มี นายชู ศักดิ์ ศิรินิล

ดำเนินการกล่าวหา นายชาญวิทย์ วิภูศิริ ว่าที่ส.ส.เขต 15 กทม. พรรคพลังประชารัฐ ว่ามีลักษณะต้องห้าม

Advertisement

ก็ทำให้การเมืองทวีความร้อนแรงมากยิ่งขึ้น

เหมือนกับจังหวะก้าวของพรรคเพื่อไทยไม่มีอะไรสัมพันธ์กับพรรคอนาคตใหม่เลย เพราะว่าเป้าหมายของพรรคเพื่อไทยคือว่าที่ส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐ

แต่อย่าลืมบทบาทของ นายชาญวิทย์ วิภูศิริ อย่างเด็ดขาด

นายชาญวิทย์ วิภูศิริ ไม่เพียงแต่เป็นว่าที่ส.ส.เขต 15 กทม.หากแต่ที่สำคัญยังเป็นกรรมการบริหาร พรรคพลังประชารัฐ

หากแต่ที่สำคัญเขาเพิ่งยอมรับว่าเป็นผู้ถือหุ้นอยู่ในบริษัทสื่อ ไม่ว่าจะเป็นสื่อวิทยุกระจายเสียง ไม่ว่าจะเป็นสื่อโทรทัศน์ ไม่ว่าจะเป็นสื่อหนังสือพิมพ์

ทั้งมิได้เป็นผู้ถือหุ้นอย่างธรรมดาหากแต่ยังดำรงตำแหน่งบริหารภายในบริษัทอีกด้วย

นี่ย่อมเข้าข่าย”ลักษณะต้องห้าม”

อาจผิดรัฐธรรมนูญมาตรา 98(3) อาจผิดพรป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.มาตรา 42(3)

นายชาญวิทย์ วิภูศิริ เป็นใครจึงมิได้เป็นความลับ พรรคพลังประชารัฐสำคัญอย่างไร กกต.ย่อมรู้อยู่เป็นอย่างดี

จังหวะก้าวของพรรคเพื่อไทยแม้มิได้เป็นการช่วยพรรคอนาคตใหม่โดยตรง แต่กรณีของ นายชาญวิทย์ วิภูศิริ ก็นำไปสู่การเทียบ เคียงกับกรณีของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

นี่ย่อมเป็น “โดมิโน” ทางการเมืองอันแหลมคมยิ่ง

ยิ่ง นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ระบุว่า มีรายชื่อว่าที่ส.ส.พรรคอื่นไม่น้อยกว่า 30 คนที่มีหุ้นเหมือนกัน

ยิ่งชวนให้สยดสยองว่า”โดมิโน”จะไปไกลเพียงใด