‘เจ้าสัววิชัย’เปิดใจไม่คิดตั้งพรรค ปัดผนึก”บิ๊กป้อม”ยึดภูมิใจไทย หนีการเมือง-มุ่งธุรกิจ

แฟ้มภาพ

คิง เพาเวอร์แจงทำธุรกิจโปร่งใส

นายวิชัย ศรีวัฒนประภา ประธานกรรมการกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ และประธานสโมสรเลสเตอร์ซิตี้ แชมป์พรีเมียร์ลีกปีล่าสุด ให้สัมภาษณ์ปฏิเสธกระแสข่าวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ทั้งกรณีคณะอนุกรรมการศึกษาเสนอมาตรการและกลไกในการปราบปรามทุจริตและประพฤติมิชอบ สปท. เปิดประเด็นการตรวจสอบเหตุทุจริตของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) กับคิง เพาเวอร์ ในการจำหน่ายสินค้าปลอดภาษีที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ การกระทำผิดสัญญาการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินงานในกิจการของรัฐ รวมถึงล่าสุดกระแสข่าวยึดพรรคภูมิใจไทย หรือแม้แต่กล่าวหาคิง เพาเวอร์ มีพฤติกรรมลักลอบขายสินค้าปลอดภาษีในดิวตี้ฟรี โดยมี ทอท.รู้เห็น

นายวิชัยกล่าวว่า ได้ชี้แจงหลายครั้งแล้ว แต่ถ้าต้องการให้ชี้แจงอีก ก็ขอยืนยันเช่นเดิม คือเรื่องนี้ได้ผ่านการตรวจสอบจากผู้บริหาร ทอท. มาทุกยุคทุกสมัย ซึ่งไม่สามารถเอาผิดได้เนื่องจากไม่มีการทำผิดแต่อย่างใด ทางคิง เพาเวอร์ ดำเนินกิจการที่โปร่งใสตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน และยินดีให้ตรวจสอบทุกครั้งที่ผ่านมา ในวันนี้จะขอเว้นเรื่องการชี้แจงในรายละเอียดแต่ยินดีตอบคำถามทุกคำถามสำหรับผู้ข้องใจ ทางบริษัทคิง เพาเวอร์ ดำเนินธุรกิจในเมืองไทยด้านดิวตี้ฟรีเพียงอย่างเดียวจึงกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญในกิจการประเภทนี้ ที่เข้าใจลักษณะธุรกิจเป็นอย่างดี

“ในส่วนการร่วมงานกับ ทอท. เป็นไปในรูปแบบของผู้ได้สัมปทานก็จริง แต่วิธีการทำงาน คิง เพาเวอร์จะหาแนวทางร่วมกันเพื่อนำประโยชน์สูงสุดตอบแทนรัฐ และเมื่อใดก็ตามที่ ทอท.มีมติให้ปรับเปลี่ยนเรื่องใดๆ ที่ ทอท. คิดว่าเพื่อผลประโยชน์รัฐ ทางคิง เพาเวอร์ แม้สูญเสียผลประโยชน์แต่ก็ดำเนินการให้โดยตลอด อาทิ ในยุคสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็ขอพื้นที่คืนในหลายพื้นที่ที่เป็นทำเลการค้าสำคัญ ทางบริษัทแม้เสียหายแต่ก็คืนกลับให้ทาง ทอท. และการที่จัดให้ประมูลใหม่ที่สนามบินดอนเมืองเพื่อหวังให้มีกลุ่มธุรกิจอื่นเข้ามาแทนที่ แต่ผลสรุปก็คือกลุ่มบริษัทคิง เพาเวอร์ให้ผลประโยชน์สูงสุดขาดลอยเหนือคู่แข่งขัน ทำให้ชนะการประมูลครั้งนั้นอย่างโปร่งใส” นายวิชัยกล่าว และว่า ดังนั้น ถ้าจะบอกว่าบริษัทมีสายสัมพันธ์กับทุกนักการเมือง ถ้าเป็นจริงคงไม่น่ามีเหตุการณ์เช่นนี้แน่นอน ตอนนี้ทีมกฎหมายได้ดำเนินการฟ้องร้องผู้ที่ให้ข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงก่อให้สาธารณชนเข้าใจผิดและถูกดูหมิ่นเหยียดหยามอย่างถึงที่สุดในขั้นตอนของกฎหมาย

ยันทั้งชีวิตมุ่งธุรกิจอย่างเดียว

ประธานกรรมการกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ กล่าวว่า ประเด็นเรื่องคอนเน็กชั่นหรือการมีสายสัมพันธ์กับเพื่อนตามวงการต่างๆ ที่เป็นข่าวออกมานั้น เชื่อว่านักธุรกิจในเมืองไทยส่วนใหญ่ต้องให้ความสำคัญกับนักการเมืองทุกรัฐบาล และบางคนสนิทในฐานะกลุ่มเพื่อน ทั้งเพื่อนร่วมรุ่น เพื่อนรุ่นพี่รุ่นน้องที่เติบโตกันขึ้นมาแต่ละคนก็ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน มาวันนี้พวกเขาแต่ละคนต่างให้ความเคารพนับถือซึ่งกันและกัน

“สำหรับสังคมการเมืองไทยทุกยุคสมัย แม้จะเปลี่ยนแปลงไปตามปัจจัยอะไรก็แล้วแต่ แต่ความเป็นเพื่อนพี่น้องก็ไม่จำเป็นหดหายหรือเสื่อมถอยลงไปด้วย และต้องยอมรับว่าประเทศไทยพื้นฐานการพัฒนาประเทศยังเป็นแบบระบบอิงการเมืองไทย ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และการบริหารระบบราชการ หรือใครจะปฏิเสธว่าไม่จริง” นายวิชัยกล่าว

นายวิชัยได้ปฏิเสธกระแสข่าวการไปยึดพรรคภูมิใจไทย โดยยืนยันว่าทั้งชีวิตทำธุรกิจอย่างเดียว อย่างอื่นถ้ามีโอกาสก็จะทำสิ่งที่รักนั่นก็คือฟุตบอล ซึ่งฝ่าฟันมา 6 ปีจนกระทั่งเลสเตอร์ก้าวสู่แชมป์พรีเมียร์ลีก 2016 อย่างภาคภูมิใจ จนสื่อต่างชาติกล่าวถึงว่าเลสเตอร์ไม่ใช่แค่ทีมของคนไทยหรือของอังกฤษแต่เป็นทีมของคนทั้งโลก เป็นตัวอย่างและแรงบันดาลใจให้กับคนทั่วโลกที่ท้อถอยแล้วกลับมาสู้ นับเป็นอีกหนึ่งตำนานฟุตบอลโลกก็ว่าได้

“เรื่องดีๆ แบบนี้ทำให้คนไทยหลายคนภูมิใจ แต่กลับมีบางคนที่สูญเสียประโยชน์และได้เขียนบทความให้เป็นลบจนได้ ทั้งที่เป็นเรื่องเล็กน้อย เช่นกล่าวหาว่านักเตะดื่มเหล้าวันวิสาขบูชา ซึ่งไม่เป็นเรื่องจริง เพราะในภาพที่ส่งไปเป็นภาพกลุ่มนักเตะคุยกันในสระว่ายน้ำ ในมือถือแก้วน้ำใส่น้ำอัดลมสีน้ำตาลเข้มยี่ห้อหนึ่งอยู่ หรือกล่าวว่าเมืองไทยจัดขบวนต้อนรับหน้าม้า เพราะรู้กันว่าตอนนี้มีข่าวอะไรนิดเดียวไม่ว่าจะเป็นข่าวในหน้ากระดาษหรือในหน้าโซเชียล นักข่าวต่างชาติจะแปลทันที เพราะโลกอยากรับรู้ความเคลื่อนไหวของทีมเลสเตอร์ โดยเฉพาะข่าวเสียหายขายได้เสมอ คุณสำนึกถึงความเป็นคนไทยบ้างหรือไม่ ประเทศกำลังมีภาพลักษณ์ที่ดี มีคนสนใจมาเที่ยว ก็มีพวก ไม่หวังดีมาทำลายเพราะสูญเสียรายได้ส่วนตัวเล็กน้อยถ้าเทียบกับสิ่งที่ภาพลักษณ์ประเทศเสียหาย แล้วทำมาประกาศว่าตัวเองลุกขึ้นมาปกป้องชาติ ก็ดูเหมือนทุกขบวนการมีนัยยะซ่อนเร้นเสมอ” นายวิชัยกล่าว

ไม่ยุ่งการเมือง-หนีมาทั้งชีวิต

สำหรับเรื่องการเมืองนั้น นายวิชัยกล่าวว่า “ชีวิตวันนี้ยุ่งมากพอแล้วที่จะไปทำอะไรในสิ่งที่ตัวเองไม่เคยสนใจหรือชอบหรือไม่เข้าใจแม้แต่น้อย นั่นคือเรื่องการเมือง จะไปยึดพรรคภูมิใจไทย พรรคอยู่ไหนผมยังไม่รู้จักเลย แล้วตำแหน่งหัวหน้าพรรคจะเอาไปทำอะไร เพราะผมไม่มีความต้องการที่จะมีตำแหน่งในการเมือง ถ้าอยากได้ ผมทำไปนานแล้ว ไม่ต้องคอยวันนี้ครับ เพราะมีโอกาสวิ่งเข้ามาชนหลายที่ ผมได้แต่วิ่งหนีทุกครั้ง

“มาครั้งนี้หนักไปกับผมมาก นำผมไปพาดพิงกับ พล.อ.ประวิตร ว่าเป็นจิ๊กซอว์สำคัญที่อาจนำไปสู่การตั้งพรรคใหม่ ซึ่งท่านเป็นผู้ใหญ่ที่ดีมาก ท่านทำคุณประโยชน์ให้ประเทศไทยอย่างมาก ผมเคารพท่านมาตั้งนานแล้ว ก่อนท่านจะมามีตำแหน่งทางการเมืองแถมมีข่าวว่าผมเข้าไปรู้จักท่านเพราะคุณเนวิน (ชิดชอบ) แนะนำ อันนี้ยิ่งหนักไปกันใหญ่ เพราะไม่เกี่ยวข้องกันแต่อย่างใด หรือเพียงแค่เห็นคิง เพาเวอร์ ประสบความสำเร็จในธุรกิจขายสินค้าปลอดภาษี และขณะนี้ทั่วโลกรู้จักคิง เพาเวอร์มากขึ้นไปอีกในฐานะเจ้าของสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ซิตี้ ทีมของคนไทยหนึ่งเดียวในสโมสรพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ที่ต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกถึงตำนานความเป็นไปที่ประสบความสำเร็จแบบการใช้กระบวนยุทธ์ที่ไม่เหมือนใคร และด้วยต้นทุนที่แบบไม่มีใครทำได้มาก่อน จึงได้แต่อยากบอกว่าต้องทำใจมองอีกนัยยะหนึ่งคือ คนที่ประสบความสำเร็จมีชื่อเสียงโด่งดังมากมักจะต้องมีมารผจญคอยรบกวนจิตใจเสมอ” นายวิชัยกล่าว

บทความก่อนหน้านี้แต่งแล้วจ้า ‘ขุน วงมายด์’ จูงมือเจ้าสาวคนสวยเข้าพิธีแบบล้านนา สุดน่ารักและอบอุ่น!!
บทความถัดไปทุกความเชี่ยวชาญ…ที่คุณเข้าถึง 39 ปี โรงพยาบาลธนบุรี