หน้าแรก การเมือง บทนำ : รัฐบาล...

บทนำ : รัฐบาลช่วยด้วย

2.05.19 | 09:00 น.

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจสถานภาพแรงงานไทย พบว่าแรงงานไทยกลุ่มตัวอย่างกว่า 95% ยังมีหนี้สินเพื่อนำมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เฉลี่ยอยู่ที่ 158,855 บาทต่อครัวเรือน ถือเป็นจำนวนที่สูงที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา โดยแยกเป็นหนี้ในระบบ 58.2% และนอกระบบ 41.8% ทั้งนี้แรงงานไทยกลุ่มตัวอย่างกว่า 80.3% ผิดนัดชำระหนี้ เนื่องจากรายได้ไม่พอจ่าย ขาดสภาพคล่องและค่าครองชีพสูง เช่น การขึ้นอัตราค่าโดยสารรถสาธารณะ เป็นต้น ส่งผลให้ในช่วงวันแรงงานไทยปีนี้ มีเงินสะพัดอยู่ที่ 2,232 ล้านบาท ขยายตัวเพียง 1.8% ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวที่ต่ำสุดในรอบ 3 ปี


นอกจากนี้นายธนวรรธน์ยังให้ความเห็นถึงกรณีธนาคารโลก หรือเวิลด์แบงก์ ปรับลดจีดีพีไทยโตเหลือ 3.8% ในปีนี้ว่า หากเศรษฐกิจยังมีแนวโน้มซึมลง คาดว่าการส่งออกอาจปรับลดลง 2-3% ทั้งนี้ ศูนย์คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยช่วงครึ่งปีแรกจะโตที่ 3.2-3.3% และคาดว่าในช่วงครึ่งปีหลังจะโตประมาณ 3.7-3.8% ทั้งปีคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะโตประมาณ 3.5-3.6% ซึ่งถ้าเศรษฐกิจไทยโตเพียง 3.6% จะทำให้ต่างชาติมองว่าเศรษฐกิจซึม และหากยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องของการจัดตั้งรัฐบาล รวมถึงความต่อเนื่องของโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) จะยิ่งส่งผลให้นักลงทุนชะลอการลงทุนออกไป

อาการเศรษฐกิจซึมเช่นนี้ ภาคเอกชน ส่งสัญญาณมาพักใหญ่ อาทิ ว่าที่ ร.อ.จิตร์ ศิรธรานนท์ ประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจภาคกลาง หอการค้าไทย ที่ระบุว่า การปรับลดจีดีพีมาจากภาคการส่งออกไทยชะลอตัวและการจัดตั้งรัฐบาลใหม่มีความล่าช้า ทำให้นักลงทุนต่างชาติชะลอการลงทุน ส่งผลให้เม็ดเงินที่จะไหลเข้าไทยในช่วงนี้หายไปบางส่วน ดังนั้น รัฐบาลใหม่ควรเร่งเดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างประเทศ รวมทั้งมีแผนดำเนินการที่ต่อเนื่องและชัดเจน

ข้อเรียกร้องดังกล่าวแม้จะหวังให้รัฐบาลหน้า บทดำเนินการ แต่ด้วยสภาวการณ์ปัจจุบันซึ่งยังไม่มีการประกาศผลการเลือกตั้ง กว่าจะรอรัฐบาลใหม่ทำงาน ประชาชนอาจได้รับความเดือดร้อนเพราะมีรายได้ไม่เพียงพอ รัฐบาลปัจจุบันจึงต้องเร่งดำเนินการกระตุ้นเศรษฐกิจ และผลักดันให้ประชาชนอยู่ดีมีสุขไปจนกว่ารัฐบาลใหม่จะเริ่มปฏิบัติงานได้ การรอให้รัฐบาลใหม่มาดำเนินการอาจช้าเกินไป

Advertisement