09.00 INDEX ​​​ระเบิดจากการถือครองสื่อ ​​​สะเทือน ประกาศรับรองส.ส.

3.05.19 | 08:47 น.

ทั้งๆที่ในข้อความที่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ค ส่วนตัว เมื่อเวลา 20.39 น.ของวันที่ 1 พฤษภาคม

​เริ่มต้นด้วยประโยคที่ว่า

“ไม่ควรมีนักการเมืองคนใดถูกตัดสิทธิ์เพราะถือหุ้นในบริษัทที่ไม่ได้ผลิตสื่อจริง”

​อันเป็นการยืมมาจากของ สฤณี อาชวานันทกุล

​กระนั้น หากสัมผัสกับความหงุดหงิดอันสำแดงจาก นายณัฎฐพล ทีปสุวรรณ พรรคพลังประชารัฐ นายพิบูลย์ รัชกิจประ การ พรรคภูมิใจไทย และ นายสาธิต ปิตุเดชะ พรรคประชาธิปัตย์

​สะท้อนว่าการโปรยด้วยประโยค”ไม่ควรมีนักการเมืองคนใดถูกตัดสิทธิ์เพราะถือหุ้นในบริษัทที่ไม่ได้ผลิตสื่อจริง”

Advertisement

​ไม่ WORK

คล้ายกับว่าการโพสต์ข้อความของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม จะเป็นการปกป้องตนเองในกรณีถูกตรวจสอบ จากการถือหุ้น วี-ลัค มีเดีย

​ทั้งๆที่ในความเป็นจริง เป็นการยึดเอาบรรทัดฐานมาจากกรณีของ นายภูเบศวร์ เห็นหลอด

​ตามคำวินิจฉัยของศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง

​เพราะในความเป็นจริง นายภูเบศวร์ เห็นหลอด มิได้เป็นเจ้าของสื่อ มิได้ผลิตสื่อ หากแต่บริษัทของเขามีเป้าหมายหลักอยู่ที่การรับเหมาก่อสร้าง

​ถามว่าเหตุใดเจตนาดีของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ จึงถูกมองว่าเป็นเรื่องร้าย

​คำตอบ 1 เพราะว่าเป็น นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

​คำตอบ 1 เพราะว่าพร้อมๆกับการโพสต์นั้นระบุว่า นายณัฎฐพล ทีปสุวรรณ นายพิบูลย์ รัชกิจประการ

นายสาธิต ปิตุเดชะ ก็เป็นเช่นเดียวกับ นายภูเบศวร์ เห็นหลอด

​บรรทัดฐานของศาลฎีกาเด่นชัดว่าไม่น่าจะรอด

กรณีที่มีการบริษัทอันระบุวัตถุประสงค์ไปยังการประกอบกิจการสื่อไม่ว่า วิทยุ ไม่ว่าโทรทัศน์ ไม่ว่าหนังสือพิมพ์ ไม่ว่าการประชาสัมพันธ์ กำลังจะก่อสภาพโกลาหล

​เป็นความโกลาหลจากการร้องเรียนอย่างคึกคัก

​ไม่ใช่จาก นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หากแต่จากบรรดา”นักร้อง” เจ้าประจำทั้งหลาย

​นี่คือเครื่องฉุดรั้งการประกาศผลในวันที่ 9 พฤษภาคม