09.00 INDEX ท่าที อนาคตใหม่ แข็งกร้าว ปริศนา ที่ยังไม่มี “คำตอบ”
คล้อยหลังวันที่ 24 มีนาคม มีความเด่นชัดยิ่งว่าเป้าหมายคสช.มี ความเด่นชัด
นั่นคือ 7 พรรคที่ร่วมลงสัตยาบัน ณ แลงคาสเตอร์
1 พรรคเพื่อไทย 1 พรรคอนาคตใหม่ 1 พรรคเสรีรวมไทย 1 พรรคประชาชาติ 1 พรรคเพื่อชาติ 1 พรรคพลังปวงชนชาวไทย 1 พรรคเศรษฐกิจใหม่
เห็นจากการให้ “ใบส้ม” ว่าที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทย เชียงใหม่
เห็นจากการติดต่อเพื่อเสกเป่า“งูเห่า”ไม่ว่าพรรคอนาคตใหม่ พรรคเสรีรวมไทย พรรคประชาชาติ พรรคเพื่อชาติ พรรคเศรษฐกิจใหม่
ยิ่งกว่านั้น คือการรุกไล่พรรคอนาคตใหม่ผ่าน นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นายปิยบุตร แสงกนกกุล
จากทั้ง 7 พรรคอันเป็นพันธมิตรต่อต้านการสืบทอดอำนาจคสช.น่าเชื่อว่าพรรคเพื่อไทย พรรคอนาคตใหม่ จะโดนหนักหน่วงที่สุด
พรรคเพื่อไทยอาจจำกัดเฉพาะส.ส.เขต
แต่พรรคอนาคตใหม่มีโอกาสโดนทั้ง ส.ส.เขต และส.ส.บัญชีรายชื่อ
เชื่อได้เลยว่าจะโดน“สอย”อย่างเป็นระบบ
กรณี วี-ลัค มีเดีย เป็นตัวอย่างให้เห็นยุทธการอย่างที่เรียกได้ว่า “สหบาทา” ไล่เรียงกันเม็ดต่อเม็ดตั้งแต่การโอนหุ้นในวันที่ 8 มกราคม กระทั่งคำถามทำไมไม่เอาเช็คไปขึ้นเงิน
ยิ่งเมื่อพรรคอนาคตใหม่ประกาศก้าวต่อไปที่จะเข้าสู่การเลือกตั้งระดับท้องถิ่นโดยเฉพาะอย่างยิ่ง อบจ. อบต. ยิ่งกลายเป็นประเด็นร้อนแรงในทางการเมือง
นั่นเท่ากับพรรคอนาคตใหม่ต้องการสร้างรากฐานระดับตำบล ระดับอำเภอ ระดับจังหวัด หากเจาะทะลวงเข้าไปได้สำเร็จเท่ากับเป็นหลักประกันงานการเมืองระดับชาติ
มีหรือที่จะปล่อยให้พรรคอนาคตใหม่เติบใหญ่ไปมากกว่านี้
คำถามก็คือ ทั้งๆที่ยุทธการสหบาทาต่อพรรคอนาคตใหม่มีความ เด่นชัดในบทบาทคสช.ตั้งแต่ที่ส่งสัญญาณผ่านสน.ปทุมวัน ผ่านบก.ปอท.
เหตุใดไม่ปรากฏอาการสยบยอมจากพรรคอนาคตใหม่
ตรงกันข้าม เมื่อเข้ารับการไต่สวนที่กกต.ทั้ง นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นายปิยบุตร แสงกนกกุล ยิ่งเดินหน้า ไม่กลัวเกรง
ตรงนี้ยังเป็น”ปัญหา”ที่ไม่สามารถมี”คำตอบ”แน่ชัดตรงเป้า

