หน้าแรก การเมือง “จุรินทร์-เฉล...

“จุรินทร์-เฉลิมชัย” แทคทีม ขอนำปชป.นั่งในใจปชช.อีกครั้ง

6.05.19 | 17:54 น.

“จุรินทร์-เฉลิมชัย” แทคทีม พาปชป.นั่งในใจปชช.อีกครั้ง เชื่อสร้างความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันได้ ผสมผสานคนทุกรุ่นทำงานให้พรรค


เมื่อวันที่ 6 พ.ค.นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ผู้ลงชิงหัวหน้าพรรคคนใหม่ กล่าวว่า การที่เลือกนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ มาเป็นเลขาธิการพรรคในทีม คิดว่าสามารถทำงานให้พรรคเดินไปข้างหน้าได้ ในทิศทางที่มีความเห็นสอดคล้องกัน แต่ยังไม่มีโอกาสและจังหวะในการที่จะได้ทำงานร่วมกันอย่างที่เป็นอยู่ ซึ่งมั่นใจว่าถ้าได้ทำงานร่วมกับนายเฉลิมชัยก็จะสามารถนำพาพรรคไปได้ เพราะได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันมาเป็นระยะแล้ว ซึ่งก็มีแนวทางตรงกัน เข้าใจปัญหาเหมือนกัน ว่าถัดจากนี้ไปการบ้านของพรรคไม่ได้มีเฉพาะข้อเดียวคือภาคอีสานแล้ว เรายังมีการบ้านเพิ่มมาอีก 4 ข้อหลังการเลือกตั้งที่ผ่านมาทั้ง กทม. ภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคใต้ เมื่อได้แลกเปลี่ยนกันได้ก็เห็นตรงกันรวมทั้งแนวทางและวิธีการที่จะพัฒนาพรรคต่อไปในวันข้างหน้าด้วยว่าจะต้องทำอย่างไร และการที่นายเฉลิมชัย เคยเป็นเลขาธิการพรรคมาก่อน ก็เป็นข้อดี เพราะช่วงเวลาที่ผ่านมาถือว่าเป็นประสบการณ์และได้ผ่านอะไรมาพอสมควร ซึ่งถือเป็นจุดแข็งของนายเฉลิมชัย และหากมีโอกาสได้รับเลือกก็จะได้ใช้จุดแข็งตรงนี้มาเป็นประโยชน์กับพรรค และหลังจากได้ประกาศชื่อออกไปเสียงตอบรับเป็นไปในทิศทางที่ดี มีเสียงตอบรับอย่างกว้างขวางในทุกภาค และตนเชื่อว่าถ้านายเฉลิมชัยได้มีโอกาสเข้ามาทำหน้าที่เลขาธิการพรรคอีกครั้งก็สามารถประสานงานและทำงานร่วมกับสมาชิกทุกภาคได้เป็นอย่างดี

เมื่อถามว่า การปรับปรุงพรรคให้ดีขึ้นไม่ให้เกิดความขัดแย้งในสายตาคนนอกพรรค นายจุรินทร์ กล่าวว่า ตนคิดว่าไม่ได้มีอะไรยาก เพราะตนเชื่อมั่นว่าสมาชิกพรรคทุกคนมีความปรารถนาเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันอยู่แล้วที่อยากเห็นพรรคกลมเกลียวสมัครสมานสามัคคีกันในการที่จะเดินไปข้างหน้าต่อไป เพราฉะนั้นตรงนี้ก็เป็นปัจจัยส่งที่ทำให้ทุกอย่างสามารถที่จะสร้างความเป็นหนึ่งเดียวกันงายขึ้น เพียงแต่ในเรื่องของการแข่งขันหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหาพรรคชุดใหม่ เป็นเรื่องปกติของพรรคการเมืองในระบอบประชาธิปไตย และเป็นวัฒนธรรมทางการเมืองของพรรค หลังการแข่งขันเสร็จสิ้นแล้วตนมั่นใจว่าทุกฝ่ายพร้อมที่จะร่วมมือร่วมใจกัน

“ถ้าผมมีโอกาสให้ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าพรรค ผมก็จะถ้าว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญระดับต้น ในการที่จะต้องแสวงหาความร่วมมือ และต้องเปิดโอกาสให้ทุกคนได้มีโอกาสมีที่ยืนและมีภาระหน้าที่ความรับผิดชอบในการที่จะช่วยกันทำงานให้พรรคเจริญก้าวหน้าต่อไป และในทีมก็มีการผสมผสานคนทุกรุ่น เพราะนี่คือจุดแข็งของพรรคประชาธิปัตย์ และผมก็ต้องใช้จุดแข็งพรรคมาใช้ในการนำพาพรรคต่อไป เปิดให้คนทุกรุ่นมีโอกาสเข้ามามีส่วนร่วม มีที่ยืน มีภาระหน้าที่นำพาพรรคไปสู่ความสำเร็จ แล้วเข้าไปนั่งในหัวใจของประชาชนอีกครั้งในระยะเวลาไม่นาน ”นายจุรินทร์ กล่าว

Advertisement

ด้านนายเฉลิมชัยกล่าว่า หากได้รับเลือกให้เป็นเลขาธิการพรรค เราก็คงมาทำให้พรรคเดินไปข้างหน้าให้ได้ โดยต้องมาสร้างความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันลดความขัดแย้งด้วยการพูดจากันนี่คือเป้าหมายหลัก และเชื่อว่าทุกคนที่มาลงแข่งขันก็อยากเห็นพรรคเดินไปข้างหน้าเหมือนกัน และรักษาพรรคไว้ ซึ่งตนอยากเห็นพรรคเป็นองค์กรของประเทศ โดยการทำงานก็จะต้องมีการผสมผสานคนทุกรุ่น เพราะพรรคประชาธิปัตย์เป็นของทุกคน เราจึงมีหน้าที่ขอให้ทุกคนมาช่วยกันทำงาน เพราะการเลือกหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคหมายถึงการเป็นตัวแทนมาบริหารพรรค ดังนั้นการที่พรรคจะเดินไปได้ทุกคนต้องมาร่วมมือกันก็จะเดินไปได้ และเราจะต้องเอาอดีตมาเป็นบทเรียนที่ต้องแก้ไขปรับปรุงว่าจะทำอย่างไร

เมื่อถามว่าการที่เคยเป็นเลขาธิการพรรคมาก่อนจะช่วยให้การทำงานง่ายขึ้นหรือไม่ นายเฉลิมชัย กล่าวว่าตอนนั้นตนมีโอกาสเป็นเลขาธิการพรรคในระยะเวลาสั้น แต่ครั้งนี้ตนต้องรอดูการตอบรับของสมาชิก ถ้าสมาชิกตอบรับให้ความไว้วางใจ เราก็มีหน้าที่ทำงานการเมืองกอบกู้ประชาธิปัตย์ ให้คืนความเชื่อมั่นคือหัวใจสำคัญ และถ้าได้รับความร่วมมือก็ทำได้ ส่วนการที่จะทำให้การเลือกตั้งครั้งหน้าได้รับชัยชนะ ยังอีกยาวไป อย่างน้อยก็ต้องให้ประชาธิปัตย์เป็นที่รักของประชาชนก่อน

“เชื่อว่าสมาชิกทุกคนก็มีความคิดคล้ายผม และไม่ว่าใครจะเป็นมาหัวหน้าพรรคผมก็สามารถทำงานด้วยได้ เพราะผู้ที่เสนอตัวเป็นหัวหน้าพรรคแต่ละคนก็มีคุณสมบัติเป็นหัวหน้าพรรคทั้งหมด เพียงแต่ในโลกนี้คงไม่มีใครสมบูรณ์แบบ เพียงแต่ผมเข้าไปเติมเต็มให้สมบูรณ์ขึ้น และการแข่งขันก็เป็นตัวตนของประชาธิปัตย์ เชื่อว่าจะไม่เกิดความขัดแย้ง และตนก็คุยกับทุกคน ในการเมืองเราไม่มีศัตรู เราไม่ได้มองว่าเป็นความขัดแย้ง แต่มองว่าเป็นแนวทางที่จะช่วยนำพาพรรคไปเป็นอย่างไร”นายเฉลิมชัย กล่าว