หมายเหตุ – เป็นความเห็นของนักวิชาการและฝ่ายการเมือง กรณีการแต่งตั้งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ซึ่งมีรายชื่อเป็นบุคคลใกล้ชิดกับรัฐบาลปัจจุบัน รวมถึงรัฐมนตรีหลายกระทรวง ทยอยลาออกจากตำแหน่งเพื่อไปรับตำแหน่ง ส.ว.จะส่งผลกระทบในทางการเมืองอย่างไร
ผศ.ดร.ธนศักดิ์ สายจำปา
อาจารย์ประจำสาขาวิชารัฐศาสตร์
ม.สุโขทัยธรรมาธิราช
หากจะพูดถึงความเหมาะสม คงไม่ค่อยเหมาะสมอยู่แล้ว เสมือนวงจรที่วนเวียนไปมา เนื่องจากตัวรัฐมนตรีก็ได้รับการแต่งตั้งมา เมื่อลาออกไปเป็น ส.ว.ย่อมต้องทำหน้าที่ หนึ่งในนั้นคือการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ในแง่ของความเหมาะสมอาจจะเอื้อประโยชน์ต่อกัน โดยหลักทางวิชาการหรือการเมืองก็ไม่มีใครทำแบบนี้ เป็นภาพที่ไม่ค่อยดีเท่าไร
ขณะเดียวกันคงหาความเป็นกลางลำบาก เพราะ ส.ว.ทั้งชุดมาจากการแต่งตั้ง ซึ่งคนชี้ขาดก็เป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯคนปัจจุบัน ทำให้เรื่องความเป็นกลางดูยากอยู่แล้ว เวลาเราพูดถึง ส.ว. หน้าที่ที่อยากให้ ส.ว.ทำ คือเข้ามาเป็นกลไกในการตรวจสอบการทำหน้าที่ของรัฐบาล สิ่งนี้เป็นภาพที่ออกมาไม่เป็นกลางตั้งแต่ต้น โดยกระบวนการของมันเอง
อย่างไรก็ตาม คงทำอะไรไม่ได้กับจุดนี้แล้ว เนื่องจากผ่านความเห็นชอบจากประชามติมาแล้วในคำถามพ่วง ในรอบนี้กลับไปทำอะไรไม่ได้แล้ว กระบวนการต้องเดินไปตามทางที่ถูกกำหนดมาแบบนี้ เข้าใจว่ากระบวนการนี้พยายามจะสืบทอดอำนาจอย่างที่หลายคนวิจารณ์ เพราะกระบวนการเป็นแบบนี้อยู่แล้ว ดังนั้น ถ้าอยากให้กระบวนการเป็นปกติ ควรกลับไปแก้ที่รัฐธรรมนูญ เพื่อหาความเป็นกลางทางการเมืองต่อไป
ตอนนี้คงต้องยอมรับผลแบบนี้ เพราะกระบวนการประชามติรองรับในสิ่งนี้ รวมทั้งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เอง คงอ้างได้ว่าประชาชนได้ให้ความเห็นชอบในการให้ ส.ว.โหวตเลือกนายกฯ เพราะมีประชามติยอมรับ แต่โดยกลไกทางการเมืองจริงๆ แล้วเป็นเรื่องไม่ปกติและไม่สวยงามเท่าไร
รศ.ดร.อนุสรณ์ อุณโณ
คณบดีคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ม.ธรรมศาสตร์
การลาออกจากตำแหน่งเพื่อไปเป็น ส.ว.ทำหน้าที่โหวตเลือกนายกฯเป็นเรื่องเข้าใจได้ เพราะเป็นการวางหมากมาตั้งแต่ต้น เราเห็นการเขียนกติกาแบบนี้ เห็นการดึงคนเข้ามา โดยเป็นเครือข่ายของพวกเดียวกัน เมื่อถึงเวลาคนเหล่านี้ก็เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ที่ถูกจัดวางไว้ ซึ่งไม่ได้ผิดความคาดหมายแต่อย่างใด เพียงแต่ไม่คิดว่าจะทำในลักษณะเอิกเกริกเช่นนี้ ท่ามกลางสภาวะที่สังคมจับตาเรื่องความถูกต้อง ชอบธรรม ความเป็นกลาง แม้จะเขียนเอาไว้ว่าทำเรื่องนั้นได้ อย่างน้อยที่สุดควรมีหิริโอตตัปปะ ความละอาย เกรงกลัวต่อบาปบ้าง แต่การทำแบบนี้คือไม่มีความละอายแต่อย่างใด สามารถปรับเปลี่ยนสถานะเพื่อเข้าไปสู่กลไกที่วางไว้เพื่อทำให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯต่อ
สิ่งที่เกิดขึ้นคงไม่ต้องถามเรื่องความเป็นกลาง เพราะถูกออกแบบมาให้ คสช.ได้สืบทอดต่อไปในสนามที่ดูเหมือนว่าเป็นการเมืองแบบปกติ แต่ความจริงแล้วจะเห็นว่าการออกแบบกติกาที่ไม่มีความเป็นประชาธิปไตย เราไม่เห็นถึงสิ่งที่เรียกว่าความเป็นตัวแทน หรือสิ่งที่เป็นความยึดโยงกับประชาชนของ ที่สำคัญ ส.ว.เหล่านี้มีบทบาทอำนาจหน้าที่กว้างขวางนอกเหนือจากการโหวตเลือกนายกฯแล้ว ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมหนึ่ง
นอกจากนี้ ส.ว.ยังสามารถโหวตเรื่องกฎหมายเกี่ยวกับการปฏิรูปได้อีก นี่เป็นช่องทางหนึ่งที่เขาอาจอาศัยมาใช้ประโยชน์ ถ้าหากไม่สามารถผ่านกฎหมายบางข้อหรือบางฉบับได้ โดยอาศัยเสียงจำนวนหนึ่งจากสภา
เขาอาจรู้สึกว่าที่ผ่านมาคู่ขัดแย้งของเขาที่มีมาแต่เดิม ไม่ว่าจะพวกเสื้อเหลือง-เสื้อแดง นปช. อยุู่ในภาวะถอยร่น กระจัดกระจาย เนื่องจากมีกฎหมายกดทับไว้ รวมทั้งบรรดาแกนนำซึ่งผันตัวเองเป็นนักการเมือง เข้าสู่ระบบรัฐสภาเพื่อไปแข่งขันกัน เมื่อเข้าไปถึงตรงนั้นเขาสามารถกุมบรรดาแกนนำเหล่านั้นได้ ทำให้ความเคลื่อนไหวเหล่านี้เบาบางลงไป ไม่สามารถไปท้าทายเขาได้
สำหรับกลุ่มคนรุ่นใหม่ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้พรรคอนาคตใหม่สามารถเข้าสู่สนามการเลือกตั้ง เปลี่ยนสมรภูมิการเลือกตั้งได้ โดยที่พวกเขาไม่ได้คาดคิดตั้งแต่ต้น ขณะเดียวกันเขาสามารถใช้อภินิหารทางกฎหมาย หรือการตีความของ กกต. ทำให้ผลหรือคะแนนเสียงที่ส่งผ่านมายังพรรคอนาคตใหม่ลดความหมายลงไป โดยกลุ่มคนรุ่นใหม่เองก็ไมได้เป็นกลุ่มก้อน หรือประสานจัดองค์กรอย่างเป็นเรื่องราว ก่อให้เกิดนัยยะหรือพลังทางการเมืองที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้
ล่าสุดการประกาศรายชื่อ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เหล่านี้วางอยู่บนความมั่นใจกับสิ่งที่วางไว้ โดยไม่ได้สนใจประชาชนกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับกระบวนการที่ไม่ถูกต้องชอบธรรม ดังนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่ประชาชนต้องออกมาเปล่งเสียงให้มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ลงคะแนนให้บางพรรค แต่ด้วยวิธีการคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์เช่นนี้ ทำให้คะแนนของเขาไม่ถูกนับ โดยเฉพาะพรรคอนาคตใหม่คะแนนหายไปกว่า 6 แสนคะแนน
คนที่ลงคะแนนเหล่านี้ เมื่อรู้สึกว่าคะแนนเสียงถูกทำให้หายไปด้วยอภินิหารทางกฎหมาย หรือจากการตีความของ กกต.จำเป็นต้องลุกขึ้นมาปกป้องเสียงของตัวเอง เรียกร้องกลับคืนมาให้กลายเป็นที่ยอมรับ
ดังนั้น จึงจำเป็นต้องเดินทางไปยังองค์กรที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่ กกต.รวมถึงทวงถามความเที่ยงธรรมกับองค์กรอิสระต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ เพราะคงไม่สามารถปล่อยให้คนเหล่านี้กระทำอะไรตามอำเภอใจกับประเทศนี้ได้อีกต่อไป
ชัยเกษม นิติสิริ
อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
แกนนำพรรคเพื่อไทย
การคัดเลือก ส.ว.อยู่ที่จิตสำนึกของทั้งคนตั้งและคนที่มารับตำแหน่ง ว่ามีความเหมาะสม มีความสมควรมากแค่ไหน อย่างไร เพราะเท่าที่ติดตามกระแสข่าวรายชื่อที่ออกมาก็เหมือนเหล้าเก่าในขวดใหม่ ที่จริงก็คือเหล้าในขวดเก่าด้วยซ้ำ บางคนก็เป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ ในขณะที่ยังมีบางคนที่ไม่มีความเหมาะสม ไม่มีความรู้ความสามารถจะมาทำหน้าที่ตรงนี้ ซึ่งไม่ดีต่อการบริหารประเทศเท่าที่ควร
ในขณะเดียวกัน รัฐธรรมนูญกำหนดให้ ส.ว. จะต้องไม่เป็น บุพการี หรือ คู่สมรส หรือ บุตร ของ ส.ส. ส.ว. ข้าราชการการเมือง สมาชิกท้องถิ่น ผู้ดำรงตำแหน่งในศาลรัฐธรรมนูญ หรือองค์กรอิสระ แต่มีการตั้ง พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา น้องชาย พล.อ.ประยุทธ์มาทำหน้าที่ ส.ว. ทั้งที่เคยทำหน้าที่สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แต่ขาดประชุม 394 วัน แต่ก็ตั้งมาทำหน้าที่ส.ว.อีก การที่กรรมการสรรหาพิจารณา ส.ว. ตั้งคนตามที่ตัวเองพอใจ ไม่ดูที่ความรู้ความสามารถ มันไม่ได้
จึงอยากขอให้มีการทบทวนการสรรหา ส.ว.ก่อนที่จะมีการประกาศรายชื่อ โดยให้คัดเลือกผู้ที่ทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติบ้านเมืองจริงๆ ไม่ใช่เลือกคนที่ทำงานไม่ได้ ไม่มีความสามารถมาทำหน้าที่ เพราะจะยิ่งทำให้ประเทศไปต่อไม่ได้

