นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รวม.พลังงาน เปิดเผยว่า อยากขอเตือนพรรคการเมืองทุกพรรค โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคภูมิใจไทย ให้รักษาคำมั่นสัญญาที่ให้กับประชาชนก่อนการเลือกตั้ง ที่เคยบอกไว้ว่าไม่เห็นด้วยกับการสืบทอดอำนาจเผด็จการ และไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีหลังการเลือกตั้ง ก็อยากให้ทำจริง พรรคการเมืองที่มีฐานประชาชนขนาดใหญ่ ควรจะทราบดีว่า ประชาชนเลือกพรรคของตนมาเพราะเหตุใด ตลอด 5 ปีที่ผ่านมาได้รับบทเรียนอะไรบ้าง ประเทศไทยเสียหายทางเศรษฐกิจมากมายขนาดไหนแล้ว ถ้ายังคิดสนับสนุนการสืบทอดอำนาจ ในอนาคตจะมีหน้าไปหาเสียงกับประชาชนว่าอย่างไร แล้วจะบอกลูกหลานอย่างไรเมื่อประเทศยังคงย่ำแย่ลงต่อไปอีกในอนาคต พรรคประชาธิปัตย์น่าจะเรียนรู้บทเรียนได้ดีที่สุดจากการที่สมาชิกพรรคร่วมกันเป่านกหวีตจนต่อมาเกิดการปฏิวัติรัฐประหาร และถูกแช่แข็งมากว่า 5 ปี พอเลือกตั้งเสร็จพรรคที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ก็เอาทั้งบุคลากรและคะแนนเสียงไปเกือบหมดจนพรรคประชาธิปัตย์ต้องประสบความล้มเหลวอย่างหนักครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของพรรค แม้แต่ ส.ส.ใน กทม.ก็ยังไม่ได้ซักคน ทั้งนี้เพราะประชาชนสมัยนี้จำได้ดีว่าพรรคการเมืองใดทำอะไรไว้บ้าง และหากพรรคประชาธิปัตย์ยังพลิกลิ้นยอมไปร่วมรัฐบาลกับ พล.อ.ประยุทธ์ อนาคตของพรรคประชาธิปัตย์อาจจะถึงกับหมดสิ้นได้ ซึ่งก็ต้องคอยดูว่าจะเป็นจริงไหม ซึ่งหากจำกันได้ ตนเป็นคนแรกๆ เลยที่บอกว่าพรรคประชาธิปัตย์จะล้มเหลวและจะเป็นพรรคต่ำร้อย โดยที่เตือนนี้ก็เพราะอยากเห็นพรรคประชาธิปัตย์สามารถฟื้นฟูพรรคของตัวเองกลับมาได้อีกครั้งเหมือนในสมัยของนายชวน หลีกภัย หลังจากที่กลุ่ม 10 มกราแยกตัวไป
นายพิชัยกล่าวต่อว่า ส่วนพรรคภูมิใจไทยนั้น ส่วนตัวแล้วเห็นว่ามีโอกาสสูงที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล จะได้เป็นนายกรัฐมนตรี และก็เหมาะสมอย่างยิ่ง หากนายอนุทินจะรักษาคำพูดของตนที่ให้ไว้ก่อนการเลือกตั้ง และยอมร่วมรัฐบาลกับฝั่งประชาธิปไตย หยุดยั้งการสืบทอดอำนาจ โดยอยากให้นายอนุทินได้ฟังเสียงของประชาชนจริงๆ ตามที่ได้ประกาศไว้ ซึ่งเป็นจังหวะที่เหมาะสมของนายอนุทิน และคงจะไม่มีโอกาสแบบนี้บ่อยนักในชีวิต การที่พรรคภูมิใจไทยได้เสียงเพิ่มขึ้นมาก แสดงถึงความไว้วางใจของประชาชนที่มีให้กับพรรคภูมิใจไทย เป็นจุดพลิกผันของพรรคหลังจากที่แยกตัวออกมาจากพรรคพลังประชาชน หากนายอนุทินและพรรคภูมิใจไทยรักษาภาพพจน์และคำพูดของตน โอกาสพัฒนาของพรรคภูมิใจไทยก็เป็นไปได้สูง และโอกาสที่นายอนุทินจะเป็นนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ก็เป็นไปได้อย่างมาก จึงอยากให้นายอนุทินพิจารณาให้ดี ในขณะที่พรรคเพื่อไทยเองก็ต้องกลับมาพิจารณาตนเองว่าเหตุใดพรรคจึงได้ ส.ส.ต่ำกว่าการคาดหมายมาก ในขณะที่พรรคอนาคตใหม่กลับประสบความสำเร็จอย่างมากในการเลือกตั้งครั้งนี้ ส่วนตัวแล้วเห็นว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ได้เปลี่ยนแปลงโครงสร้างการเมืองไทยไปอย่างมาก จึงอยากให้ทุกพรรคการเมืองได้ศึกษาแนวคิดของประชาชนผู้ลงคะแนนเสียงให้ดีเพื่อใช้พัฒนาพรรคการเมืองของตนเองต่อไป โดยอยากเห็นการพัฒนาของระบอบประชาธิปไตยในประเทศไทยให้ก้าวหน้าต่อไป ไม่ใช่พัฒนาระบอบเผด็จการในคราบประชาธิปไตย

