“พรเพชร” พร้อมขึ้นแท่น ปธ.วุฒิสภา ออกตัวป้อง “บิ๊กติ๊ก” น้อง “บิ๊กตู่” โชว์ หลังโดนถล่มหนัก โดดประชุมถี่ยิบ ยกสถิติ หลังเกษียณมีพัฒนาการดีขึ้น
เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม เวลา 14.20 น. นายพรเพชร วิชิตชลชัย ส.ว. กล่าวถึงกระแสข่าวนั่งประธานวุฒิสภาว่า ทุกคนถือว่า พร้อม และมีความเหมาะสม หากตนได้รับความไว้วางใจก็พร้อมที่จะทำหน้าที่ สำหรับบทบาทหน้าที่ระหว่าง สนช.กับ ส.ว. มีความแตกต่างกัน ตอนเป็น สนช.มีหน้าที่เป็นสภาเดียว จึงพิจารณากฎหมายได้มาก แต่วุฒิสภามีหน้าที่กลั่นกรองกฎหมายให้รอบคอบ โดยเฉพาะครั้งนี้มีกฎหมายยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ อีกทั้ง ส.ว.ยังมีหน้าที่ให้ความเห็นชอบดำรงตำแหน่งสำคัญในองค์กรอิสระ และประการสุดท้ายที่ฮือฮาคือ การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งอยู่ในบทเฉพาะกาลที่ได้รับความเห็นชอบตามรัฐธรรมนูญ ส่วนก่อนที่จะโหวตเลือกนายกฯ ส.ว.จะต้องหารือกันเพื่อให้เกิดความเป็นเอกภาพหรือไม่นั้น ยังไม่มีใครเสนอว่าจะต้องมีการหารือ และไม่มีอยู่ในวาระที่จะต้องหารือ สมาชิกแต่ละท่านก็ยังไม่ได้เห็นหน้ากันเลย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากให้สัมภาษณ์เสร็จ นายพรเพชร ได้หยิบกระดาษขึ้นมา โดยระบุว่า มีเรื่องอยากชี้แจง คือ กรณีที่ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ส.ว. และน้องชาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ถูกวิพากษ์วิจารณ์สมัยที่เป็น สนช.ว่า ขาดประชุมบ่อยว่า ตนขอชี้แจงในฐานะอดีตผู้บังคับบัญชาของ พล.อ.ปรีชา ซึ่งจำนวนการประชุมของ สนช.ตั้งแต่ปี 2557-2562 จำนวนทั้งสิ้น 387 ครั้ง ซึ่ง พล.อ.ปรีชา มาประชุมทั้งสิ้น 341 ครั้ง ลาประชุม 46 ครั้ง ซึ่งการลาประชุมของ พล.อ.ปรีชา จะค่อนข้างมากในช่วงปี 2557-2559 แต่หลังจากนั้นมีพัฒนาการที่ดีขึ้น ลาประชุมน้อยมาก ส่วนการลงมติก็เช่นกัน โดย สนช.มีการลงมติ 7,085 ครั้ง คงไม่มีใครลงมติครบทุกครั้ง ในส่วนของ พล.อ.ปรีชา ลงมติ 5,091 ครั้ง ขาดไป 2,000 กว่าครั้ง ซึ่งเป็นช่วง 3 ปีแรกที่ยังมีตำแหน่งในกองทัพ หลังจากพ้นจากตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ปรีชา ก็มาลงมติเกือบเต็มจำนวน
เมื่อถามว่า การลงมติแบบนี้แสดงถึงความไม่พร้อมในการทำหน้าที่หรือไม่ นายพรเพชรกล่าวว่า ขอย้ำว่าการขาดลงมติเกิดขึ้นในช่วงแรกที่ พล.อ.ปรีชา ดำรงตำแหน่งในกองทัพอยู่ หลังจากนั้นท่านลงมติไม่ขาดเลย หลังจากนั้น พล.อ.ปรีชา มีพัฒนาการที่ดีขึ้น เข้มแข็งมากขึ้น เช่นเดียวกับคนอื่นๆ ที่ไม่ได้หยิบยกในที่นี้ ซึ่งก็ไม่ได้ลาเป็น 80-90 เปอร์เซ็นต์ และ 3 ปีหลัง พล.อ.ปรีชา ก็มาประชุมตลอด และเข้าร่วมกิจกรรมทั้งในต่างจังหวัด และต่างประเทศ ก็ขอชี้แจงให้ทราบเพื่อความเป็นธรรม
เมื่อถามว่า มีกระแสวิจารณ์ พล.อ.ปรีชา กรณีที่เป็นน้องชายพล.อ.ประยุทธ์ นายพรเพชรกล่าวเพียงว่า “ผมไม่เกี่ยว ไม่ขอชี้แจง” ถามย้ำว่า พล.อ.ประยุทธ์ ขอให้มาชี้แจงแทนใช่หรือไม่ นายพรเพชรกล่าวว่า “ไม่มีใครมาบอกให้ชี้แจง ผมเป็นอดีตประธาน สนช. และผู้ควบคุมข้อมูล ไม่ว่าเป็นคนใดก็ตาม ที่ได้รับผลกระทบแบบนี้ตนก็จะมาชี้แจง”
เมื่อถามถึง กระแสวิพากษ์วิจารณ์ในส่วนของที่มีคณะกรรมการสรรหา ส.ว.บางส่วนได้เข้ามานั่งใน ส.ว.ชุดนี้ นายพรเพชรกล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องของกระบวนการ ที่ผ่านมาส่วนตัวตนเคยเป็นคณะกรรมการสรรหาในชุดต่างๆ มาแล้วหลายชุด ซึ่งตามปกติแล้วการสรรหาบุคคลใดบุคคลหนึ่งหากเกี่ยวข้องกับตัวเรา บุคคลนั้นก็ต้องออกจากที่ประชุมในการสรรหา ซึ่งถือว่าเป็นวิธีปฏิบัติอยู่แล้ว อีกทั้งตามกฎหมายรัฐธรรมนูญก็ไม่ได้มีการระบุว่า คณะกรรมการสรรหาจะมาเป็น ส.ว.ไม่ได้ ส่วนความเหมาะสมในกรณีที่มีญาติพี่น้องของรัฐมนตรี ในรัฐบาลชุดนี้ได้เข้ามาเป็น ส.ว.ด้วยนั้น ตามกฎหมายห้ามไว้เฉพาะบุตรและบุพการีที่ถือว่าเป็นสายตรง ซึ่งเรื่องดังกล่าวก็ถือเป็นการวิพากษ์วิจารณ์ไป อย่าให้ตนต้องพูดเลยตนไม่ขอตอบ

