หมายเหตุ – นักการเมือง สมาชิกวุฒิสภา และนักวิชาการแสดงความคิดเห็นต่อ 250 ส.ว.ที่ได้รับการแต่งตั้ง โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ในฐานะหัวหน้า คสช.คัดจากการคัดเลือก ส.ว.ตามกลุ่มอาชีพทั่วประเทศของกกต.จำนวน 200 คน ให้เหลือ 50 คน ส่วน ส.ว.อีก 194 คน พล.อ.ประยุทธ์ คัดเลือกจากรายชื่อที่คณะกรรมการสรรหา ส.ว.เสนอมาทั้งหมด 400 คน รวมกับ ส.ว.โดยตำแหน่ง 6 คน ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงกลาโหม ผบ.ทสส. ผบ.ทบ. ผบ.ทร. ผบ.ทอ. และผบ.ตร.
ชูศักดิ์ ศิรินิล
ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย (พท.)

ทางพรรค พท.สอบถามไปยัง กกต.หาความชัดเจนว่ากรรมการสรรหา ส.ว.ที่รัฐธรรมนูญบอกให้ตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิ มีประสบการณ์ด้านต่างๆ มีความเป็นกลางทางการเมือง 9-12 คน มีใครบ้าง ก็ไม่มีคำตอบ ผู้มีอำนาจบอกเปิดเผยไม่ได้ กลัวว่าจะมีการวิ่งเต้น ล่าสุดให้ไปถามเลขาธิการ คสช.ว่ากรรมการสรรหามีใครบ้าง สรรหามา 400 คน เพื่อให้ คสช.เลือก 194 คน มีใครบ้าง เราบอกสรรหาไม่ชอบ แต่ไม่มีคำตอบ
ยังได้รู้จากสื่อแต่เพียงว่าประธานสรรหาเป็น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และกรรมการสรรหาก็เป็น คสช.ส่วนใหญ่ แต่เห็น คสช.หลายคนที่เป็นกรรมการสรรหา มาเป็น ส.ว.แล้วไม่เรียกว่าขัดกันแห่งผลประโยชน์หรือ
เมื่อดูรายชื่อ ส.ว.แล้ว ไตร่ตรองค้นหากันดีๆ คงแยกแยะกันได้ว่าสายไหน ใครบ้าง คนเหล่านี้แหละจะมาร่วมเลือกนายกฯ คนหนึ่งในคนที่จะเลือกเป็นนายกฯเป็นคนที่เลือกท่านเหล่านี้มาเป็น ส.ว.คนร่างรัฐธรรมนูญ ไม่เคยคิดเลยหรือว่านี่คือผลประโยชน์ทับซ้อนหลายชั้น อย่าบอกนะว่าเป็นปาฏิหาริย์กฎหมาย และรัฐธรรมนูญนี้ผ่านประชามติ
คนเหล่านี้เป็น ส.ว.ไป 5 ปี แปลว่าเลือกนายกฯได้ 2 สมัย เพราะสมัยของนายกฯมี 4 ปี คิดดูดีๆ ว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าจะเป็นอย่างไร และนี่คือการไม่เสียของเช่นนั้นหรือ การไม่เสียของแลกกับอำนาจของคนกลุ่มหนึ่งที่ไม่ได้มาจากประชาชน เห็นได้ชัดเจนว่ารัฐธรรมนูญนี้ไม่ศักดิ์สิทธิ์ ซ่อนเงื่อน ต้องการสืบทอดอำนาจ
เราจึงเสนอให้แก้รัฐธรรมนูญ ขอฝากถึงพรรคการเมืองทั้งหลาย ส.ส.ทั้งหลายที่อ้างว่าเป็นตัวแทนปวงชน มาจากประชาชนว่าเราจะทำอย่างไรดี
วันชัย สอนศิริ
สมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.)

เชื่อว่าคนที่เป็น ส.ว.ตามรัฐธรรมนูญได้กำหนดว่าเป็นผู้แทนของปวงชนชาวไทย ต้องฟังอย่างรอบด้านและตัดสินใจว่าใครที่เหมาะสมจะเป็นนายกฯ เสียงส่วนใหญ่และประชาชนเห็นอย่างไร ส.ว.จะตัดสินใจไปตามความต้องการของประชาชน โดยการหารือโหวตเลือกนายกฯ ยังไม่ได้มีการหารือกับใครทั้งสิ้น แต่มองว่าต้องทำงานในลักษณะหารือร่วม โหวตให้ใครต้องเป็นความเห็นพ้องของเสียงส่วนใหญ่
ส่วนที่มีการวิพากษ์วิจารณ์รายชื่อ ส.ว.ชุดนี้เหมือนสภาพี่น้องนั้น ระบอบประชาธิปไตยที่มีทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ฉะนั้น ไม่ว่าจะมาจากการเลือกตั้ง มาจากการผสมผสาน หรือมาจาก คสช.ก็ล้วนถูกวิพากษ์วิจารณ์ถือว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ทั้งหมดเมื่อประชาชนเห็นด้วยกับกติกานี้ก็ต้องเดินหน้าใช้ผลงานจะเป็นเครื่องพิสูจน์
มีการมองว่าการตั้ง ส.ว.ครั้งนี้เป็นการตอบแทนที่เคยช่วย คสช.ทำงาน แต่ผมมองว่า คนจะพิจารณาคัดเลือกคนนั้น ไม่ว่าจะตอบแทนหรือไม่ตอบแทนมีความรู้ความสามารถหรือเปล่า ถ้าตอบแทนแล้วเป็นคนที่ไม่มีความรู้ หรือไม่มีความสามารถ แบบนี้ก็น่าวิพากษ์วิจารณ์ แต่ถ้าตอบแทนแล้วเป็นคนที่มีความรู้ มีความสามารถ ถือว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะคนทำงานนั้นก็จะต้องเอาคนในลักษณะที่รู้ใจและทำงานไปด้วยกันได้ ส่วนที่มีการเคลื่อนไหวจะมีการปิดสวิตช์ ส.ว.ในการโหวตเลือกนายกฯก็เป็นลีลาปกติของฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย เพราะหากจะปิดสวิตช์จะต้องทำตั้งแต่ก่อนทำประชามติแล้ว เมื่อประชามติผ่านก็ต้องเดินต่อไป
ศ.ดร.จรัส สุวรรณมาลา
นักวิชาอิสระด้านรัฐศาสตร์

ดูจากรายชื่อ 250 ส.ว.ส่วนใหญ่เป็นข้าราชการหรือก๊วนเดียวกับฐานอำนาจในปัจจุบัน ดังนั้น การมีวุฒิสภาแบบนี้ทำให้เกิดความไม่ชอบธรรมทางการเมืองง่ายมาก เข้าใจดีว่าคนที่สรรหามานั้นคงอยากได้ ส.ว.ที่มายกมือให้และมั่นใจว่าสามารถคุมเกมการยกมือได้ง่าย ถามว่าจะทำหน้าที่ ส.ว.ในการกลั่นกรองกฎหมาย หรือให้ความเห็นแตกต่างจากกฎหมายที่เข้าสภามาได้หรือไม่ คงแทบจะหวังไม่ได้เลย
พูดง่ายๆ คือเขาเป็นฐานอำนาจเดียวกับคนที่จะมีอำนาจต่อ ดังนั้น การสรรหา ส.ว.ที่เกิดขึ้นนี้จะนำไปสู่การขาดความชอบธรรมทางการเมืองและรัฐสภาได้ง่ายมาก แม้ว่าที่ทำอยู่นี้จะได้ ส.ว.ที่จะช่วยค้ำจุนฐานอำนาจไว้ได้ ในทางกฎหมายได้ผลประโยชน์ก็จริง แต่ทางการเมืองแล้วเสียประโยชน์ แทนที่จะได้ ส.ว.ที่จะมีความชอบธรรม ก็กลายเป็นไม่ได้ ไม่รู้ว่าคิดอะไรกัน แต่ดูแล้วไม่น่าพอใจนัก
ประเด็นที่มีคนตั้งข้อสังเกตว่าโฉมหน้าสภานี้เหมือนสภาเครือญาติ ส่วนตัวแล้วไม่มีข้อมูลนั้น ไม่ทราบว่าใครเป็นพี่น้องกับใครหรือสามีภรรยาของใคร แต่เห็นที่มาของเขาเหล่านั้นว่าส่วนใหญ่เป็นข้าราชการประจำ เป็นอดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) อดีตคณะรัฐมนตรี (ครม.) หากมองในแง่ของตัวคน การที่คนจำนวนหนึ่งไปทำหน้าที่ใน สนช. หรือทำหน้าที่ในฝ่ายบริหารของรัฐบาลมาเป็นเวลา 4 ปีแล้ว ควรจะหยุดทำหน้าที่ได้แล้วเมื่อมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ทว่า คนเหล่านี้ยังอยู่ในอำนาจกันเหมือนเดิม เสมือนอยากได้ตำแหน่งแห่งที่มากไปหน่อย น่าจะถึงเวลาปรับเปลี่ยนให้คนที่มีความสามารถและไม่ถือเป็นพวกเดียวกับฐานอำนาจในปัจจุบันเข้ามาทำหน้าที่บ้าง
ตอนนี้จะเห็นว่าเรายังเห็นคนหน้าเดิมๆ แต่ถึงเวลาที่คนบอกว่าสืบทอดอำนาจกลับไม่ชอบใจนัก
ทวิสันต์ โลณานุรักษ์
นักวิชาการอิสระจังหวัดนครราชสีมา

ส.ว.จำนวน 250 คน นี้ มีชื่อบุคคลที่สมัครรับการคัดเลือกตามกลุ่มสาขาอาชีพในจังหวัดนครราชสีมา 2 คน คือ นางทัศนา ยุวานนท์ มารดาของนางณัฏฐินีภรณ์ จันทรโณทัย นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครราชสีมา ที่เป็นภรรยานายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ส่วนอีกคนนายออน กาจกระโทก อดีตข้าราชการครูนักต่อสู้แห่งอำเภอครบุรี เป็นอดีตประธานสหกรณ์ออมทรัพย์ครูนครราชสีมา จำกัด ทั้ง 2 คนนี้ ได้รับการคัดเลือกในโควต้าของจังหวัดที่เปิดรับสมัครคัดเลือกตั้งแต่ระดับอำเภอ จังหวัด จนถึงระดับประเทศ จึงมองได้ว่ามาตามกระบวนการถูกต้องตามขั้นตอนสรรหา ไม่ได้มีความเกี่ยวโยงอะไรกับกลุ่มการเมือง จึงพอรับได้บ้าง
หากดูรายชื่อ ส.ว.จำนวน 250 คนทั้งหมด พบว่า บุคคลที่ได้รับการคัดเลือกส่วนหนึ่งเป็นอดีตผู้ว่าฯ นครราชสีมา และอดีตข้าราชการที่เคยปฏิบัติหน้าที่ในจังหวัดนครราชสีมา อาทิ นายสมบูรณ์ งามลักษณ์ อดีตผู้ว่าฯนครราชสีมา นายสุธี มากบุญ อดีตผู้ว่าฯนครราชสีมา และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และ พล.อ.สนธยา ศรีเจริญ อดีตแม่ทัพน้อยที่ 2
แต่ประเด็นสำคัญคือภาพรวมของ ส.ว.ทั้งประเทศ มีสัดส่วนที่ไม่หลากหลาย มีอดีตข้าราชการทหาร ตำรวจ และอดีตรัฐมนตรี ตบเท้าเข้าไปเป็น ส.ว.จำนวนมากอาจจะเรียกได้ว่าเป็นสภาความมั่นคงไปแล้ว มีแต่สัดส่วนของฝ่ายความมั่นคงเข้าไป ถ้าเป็นเช่นนี้ไม่น่าจะต้องใช้เงินงบประมาณกว่า 1,300 ล้านบาท เพื่อสรรหาให้สิ้นเปลืองเสียเปล่า แม้แต่คณะกรรมการสรรหาก็ยังไม่ปรากฏชื่อให้เห็นเลย ทำให้ ส.ว.ชุดนี้ เข้ามาอย่างไม่สง่างามนัก แม้คนที่ได้รับการสรรหาเข้าไปด้วยความสุจริตใจ หวังทำงานให้ประเทศชาติอย่างเต็มที่ แต่เมื่อไปเจอเสียงส่วนใหญ่ชักจูงไปในทิศทางไม่ชอบธรรม ก็อาจจะเสียศูนย์ได้ ดังนั้นจึงเป็นความโชคดีในโชคร้ายของ ส.ว.ชุดนี้เลยก็ว่าได้
อัษฎางค์ ปาณิกบุตร
อดีตคณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง

การแต่งตั้ง 250 ส.ว.เป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมและไม่ถูกต้องทางรัฐธรรมนูญ เป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบ รวมทั้งรายชื่อคณะกรรมการสรรหา ส.ว.ก็ไม่ประกาศ รัฐธรรมนูญเขียนว่า กรรมการสรรหาจำนวน 9-12 คน ต้องเป็นผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสาขาวิชาชีพ มีความเป็นกลางทางการเมือง นอกจากนี้ยังใช้ระบบพรรคพวกอย่างน่าเกลียด เป็นการดูถูกประชาชนอย่างยิ่ง แน่นอนว่าคุณมีอำนาจ แต่กลับใช้อำนาจเหยียบหัวประชาชน ทั้งที่ในความเป็นจริง เงินเดือนของบรรดา ส.ว.ก็มาจากภาษีประชาชน ดังนั้น คณะกรรมการสรรหาต้องมาจากผู้ทรงคุณวุฒิจากสาขาวิชาการต่างๆ อย่างแท้จริง มีการคัดเลือกที่ยุติธรรม ซึ่งความชอบธรรมจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมีการคัดเลือกอย่างยุติธรรมและเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ
สำหรับ 50 รายชื่อบุคคลในบัญชีสำรองนั้น เชื่อว่าการมีไว้แบบนี้เพราะมีเทคนิคทางการเมืองหลายเรื่อง เช่น แต่งตั้งได้ก็ปลดได้ใช่หรือไม่ รวมทั้งในขณะเลือกนายกรัฐมนตรีมาตรา 44 ก็ยังอยู่ ฉะนั้น การมีรายชื่อในบัญชีสำรองก็เพื่อเคลียร์คนที่ไม่ทำตามตัวเองออกไปมากกว่า
จะเห็นได้ว่าโฉมหน้าสภาในตอนนี้เสมือนเป็นญาติพี่น้อง ระบบพรรคพวก ระบบอุปถัมภ์ที่เป็นกลุ่มอำนาจเดียวกัน เป็นกลุ่มที่ช่วยกันยึดอำนาจประชาธิปไตยของประชาชน แต่การเป็นผู้แทนที่แท้จริงต้องมาจากการเลือกตั้งที่ได้รับอำนาจประชาธิปไตยจากประชาชน จึงจะสามารถออกกฎหมาย หรือทำอะไรได้หลายอย่างตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด แต่การที่รัฐธรรมนูญกำหนดได้หลายอย่างโดยที่ไม่เห็นหัวประชาชนคิดว่าไม่ใช่เลย ไม่มีความชอบธรรมทางการเมืองแน่นอน
โอกาสปิดสวิตช์ ส.ว.ไม่ให้ยกมือเลือกนายกฯนั้นในระบบอุปถัมภ์ของไทยเป็นไปได้ยากหรือเกือบเป็นไปไม่ได้ เว้นแต่มีอำนาจอื่นใดเหนือกว่ามาเปลี่ยนแปลง ก็หวังให้เป็นอย่างนั้น อยากวิงวอนประชาชนคนไทยให้ต่อสู้เอาอำนาจประชาธิปไตยกลับคืนมาด้วยประการใดๆ ก็ได้ แต่ต้องพร้อมเพรียงกัน คิดว่าประเทศนี้เป็นของเราไม่ใช่ใครอื่น หากไม่ต่อสู้ก็จะโดนเหยียบหัวไปตลอด การเอาเปรียบทางสังคมจะสูงขึ้นไปเรื่อยๆ คนกลุ่มนี้เวลามีอำนาจเต็มที่ยังทำไม่ได้เลย ถ้าอยู่ในระบอบประชาธิปไตยจริงจะแก้ปัญหาบ้านเมืองได้อย่างไร

