ย้อนอ่าน คำกล่าวแสดงวิสัยทัศน์ ‘จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์’ ก่อนคว้าชัย

จากการที่ พรรคประชาธิปัตย์ จัดการประชุมใหญ่วิสามัญ เพื่อเลือกหัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ชุดใหม่ นายจุรินทร์มีคะแนนรวม เป็นที่ 1  คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ รวม 50.5  นายพีระพันธุ์ ได้คะแนน 37.2  นายกรณ์ ได้แคะแนน 8.4 และนายอภิรักษ์ ได้คะแนน 8.4 ทำให้นาย จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์กลายเป็น หัวหน้าพรรคคนใหม่ของพรรค

ทั้งนี้ ในขั้นตอนก่อนการเลือกตั้ง ได้มีการเปิดให้กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ต่อที่ประชุมคนละ 15 นาที สำหรับเนื้อหา รายละเอียดที่นายจุรินทร์ พูด มีดังนี้

ตนร่วมอุดมการณ์กับพรรคมาอย่างน้อย 33 ปี ตนเคยเป็นเลขานุการนายชวน หลีกภัย ขณะเป็น รมว.สาธารสุข นอกจากนี้ ตนได้เป็นรัฐมนตรีหลายกระทรวง และยังทำหน้าที่ประธานวิปรัฐบาลและประธานวิปฝ่ายค้าน รวมถึงเป็นรองหัวหน้าพรรคตั้งแต่ปี 2546 ที่บอกสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เพราะเก่งหรือดี เพราะตนมีโอกาส จึงทำให้ตนตระหนักว่าโอกาสคือสิ่งที่มีคุณค่าสำหรับทุกคน ดังนั้น ถ้าตนได้รับโอกาสเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะหยิบยื่นโอกาสให้ทุกคนที่ตั้งใจทำงานทุ่มเทเสียสละให้พรรคโดยไม่จำเป็นว่าต้องอยู่ฝ่ายไหน หรือเป็นเด็กของใคร นี่เป็นคำสัญญาที่ขอให้ไว้

นอกจากนี้ พรรคประชาธิปัตย์ถึงเวลาต้องเปลี่ยนอย่างมีวุฒิภาวะ อะไรดีต้องรักษาไว้ อะไรสมควรเปลี่ยนก็ต้องเปลี่ยน แต่สิ่งที่ต้องไม่เปลี่ยนคืออุดมการณ์ระบอบประชาธิปไตย ระบบรัฐสภา อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และการทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต

ส่วนสิ่งที่ต้องเปลี่ยนคือ นโยบายวิสัยทัศน์ ต้องเปลี่ยนให้เท่าทันโลกเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันที่เกิดขึ้นทั้งทางเศรษฐกิจ และการเมือง รวมถึงต้องเปลี่ยนระบบบริหารจัดการ ต้องนำระบบเทคโนโลยีมาใช้ในรวบรวมข้อมูลวิเคราะห์ สังเคราะห์ประกอบการตัดสินใจทางการเมือง เดินหน้าสู่ความทันสมัยในอนาคต บุคลากรต้องเปลี่ยน

“หมดยุคซุปเปอร์แมน ยุคต่อไปต้องเป็นยุคของอเวนเจอร์ ซุปเปอร์ฮีโร่ของพรรค ต้องจับมือเป็นทีมอเวนเจอร์ประชาธิปัตย์ นำทัพเดินไปข้างหน้า นายกรณ์ นายอภิรักษ์ และนายพีระพันธุ์ จะเป็นหนึ่งในทีมอเวนเจอร์ของพรรค แต่แค่นี้ไม่พอ เพราะวันนี้ประชาธิปัตย์เหลือแค่ 52 คน หัวหน้าพรรคต้องคิดทำอย่างไรให้เพิ่มจนมากกว่า 200 คน ในอนาคต ซึ่งมีคำตอบอยู่แล้วคือ ประชาธิปัตย์ต้องมีความเป็นเอกภาพ ภายใต้ความร่วมมือร่วมใจของทุกคน มั่นใจว่าประชาธิปัตย์สามารถก้าวเดินไปสู่อนาคตที่ดีขึ้นได้ ผมมายืนตรงนี้เพื่อขอโอกาสกับทุกคน และยืนยันมั่นใจกับทุกคนว่าการให้โอกาสผมคือการให้โอกาสประชาธิปัตย์ ผมพร้อมจับมือร่วมแรงร่วมใจกับทุกคนที่มุ่งมั่นทุ่มเทเพื่อพรรค พาพรรคก้าวสู่ความเป็นหนึ่ง และพาพรรคประชาธิปัตย์ไปเป็นที่หนึ่งในหัวใจประชาชนในอนาคต ผมหวังว่าจะได้รับโอกาสจากทุกคน” นายจุรินทร์กล่าว

บทความก่อนหน้านี้โพลกีฬา ‘มติชน’ ขอถามท่านว่า คิดว่าทีม ‘ช้างศึก’ มีความพร้อมกับภารกิจทวงแชมป์คิงส์คัพหรือยัง…?
บทความถัดไปจันทบุรีพร้อมแล้วจัดจักรยาน ‘คิงส์ภูมิพล’ + เสือภูเขาชิงถ้วยพระราชทาน ร.10