เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เปิดเผยว่า กกต.มีหนังสือด่วนที่สุด 2 ฉบับ โดยส่งโทรสารมาเชิญไปให้ถ้อยคำกรณีที่ตนได้ยื่นคำร้องขอให้ตรวจสอบผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบบัญชีรายชื่อ และแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง รวม 25 ราย ขาดคุณสมบัติ เพราะเป็นเจ้าของ หรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์ หรือสื่อมวลชนใดๆ โดยขอให้ไปให้ถ้อยคำในวันที่ 17 พฤษภาคมนี้ เวลา 13.00 น.เป็นต้นไป โดยตนจะไปให้ถ้อยคำตามวันเวลาดังกล่าว และในวันที่ 17 พฤษภาคม ช่วงเช้าจะไปยื่นหนังสือร้องขอให้ตรวจสอบ ร.ม.ว.จัตุมงคล โสณกุล ในฐานะเป็นผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 พรรครวมพลังประชาชาติไทย ว่าขาดคุณสมบัติตามความในรัฐธรรมนูญ มาตรา 98 (15) หรือไม่
นายเรืองไกรกล่าวต่อว่า ทั้งนี้ เนื่องจาก ม.ร.ว.จัตุมงคล เป็นกรรมการกฤษฎีกาในลำดับที่ 21 ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องแต่งตั้งกรรมการกฤษฎีกา ณ วันที่ 24 พฤศจิกายน 2558 แต่ต่อมา ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องแต่งตั้งกรรมการกฤษฎีกา เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2562 กลับไม่มีชื่อ ม.ร.ว.จัตุมงคล เป็นกรรมการกฤษฎีกาอีกต่อไป จึงมีเหตุอันควรตรวจสอบว่า ม.ร.ว.จัตุมงคล เป็นกรรมการกฤษฎีกามาโดยตลอดจนถึงวันที่สมัครเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ หรือไม่ เรื่องนี้จึงมีข้อสังเกตว่าการที่ไม่มีชื่อ ม.ร.ว.จัตุมงคล เป็นกรรมการกฤษฎีกาอีกนั้น อาจเป็นเพราะจะเข้าข่ายเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ ตามความในรัฐธรรมนูญ มาตรา 98 (15) ดังนั้น กรณี ม.ร.ว.จัตุมงคล จึงอาจเข้าข่ายขาดคุณสมบัติที่จะเป็นผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อได้
“นอกจากนี้ ผมจะไปติดตามเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งมีหลายกรณีที่ กกต.ยังไม่ได้ดำเนินการให้เสร็จสิ้น ทั้งที่บางเรื่องควรส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าควรยุบพรรคดังกล่าวหรือไม่ แต่สงสัยว่าทำไม กกต.จึงไม่รีบดำเนินการสรุปเรื่องเพื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญ ดังนั้น ในช่วงเช้าวันที่ 17 พฤษภาคม เวลา 10.30 น.ผมจะไปยื่นเรื่องขอให้ กกต.ตรวจสอบกรณีของ ม.ร.ว.จัตุมงคล พร้อมทั้งยื่นเรื่องเพิ่มเติม เพื่อทวงถามกรณีที่มีการร้องตรวจสอบพรรคพลังประชารัฐกรณีต่างๆ ด้วย หลังจากนั้นในช่วงบ่ายก็จะเข้าให้ถ้อยคำกรณี 25 คนถือหุ้นสื่อต่อไป” นายเรืองไกร กล่าว

