ส่องการบ้าน‘จุรินทร์’ ฝ่า2โจทย์ใหญ่-กอบกู้‘ปชป.’

17.05.19 | 11:35 น.

หมายเหตุ – พรรคประชาธิปัตย์ประชุมใหญ่วิสามัญเพื่อลงคะแนนเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ ผลการโหวตได้เลือกนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เป็นหัวหน้าพรรค จากนี้เป็นความเห็นของนายฐิติวุฒิ บุญยวงศ์วิวัชร อาจารย์คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ถึงทิศทางของพรรคประชาธิปัตย์ภายใต้การนำของนายจุรินทร์ในเรื่องการตัดสินใจทางการเมืองและการกอบกู้พรรค


ฐิติวุฒิ บุญยวงศ์วิวัชร
คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

หากมองนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ในฐานะของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) มีความสนิทใกล้ชิดกับนายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรีค่อนข้างสูง ดังนั้น การขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคด้วยลักษณะของคนที่อยู่ในพรรคมานาน ตลอดจนการดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคมานาน อาจมีวิธีการคิดในเรื่องความบริสุทธิ์ ความสะอาดในการทำงานโดยยึดวิธีการของนายชวนอยู่ ส่วนนโยบายการบริหารนายจุรินทร์มีลักษณะการประนีประนอม หาก ปชป.ยังใช้วิธีการแบบเดิม ไม่สามารถคิดหรือผลิตวิธีการใหม่ๆ หรือนโบายที่สามารถตอบโจทย์อะไรได้บางส่วน นี่อาจเป็นโจทย์ใหญ่ของนายจุรินทร์ต่อไปในอนาคต

ส่วนสำคัญต่อไปคือ รายชื่อแคนดิเดตทั้งหมดของพรรคมีความสำคัญเรื่องการจัดการความขัดแย้งภายในพรรค โดยบุคลิกนายจุรินทร์มีลักษณะก๊อบปี้นายชวน ซึ่งเป็นจุดแข็งที่น่าจะสามารถหลอมรวมความแตกแยกด้านความคิดหรือบางจุดยืนภายในพรรค จนสามารถคุยกันได้มากขึ้น แต่สิ่งที่นายจุรินทร์อาจต้องเจอคือวิธีคิดแบบใหม่ น่าคิดว่าจะมีวิธีการรองรับอย่างไร

ปัญหาใหญ่ที่จะตามมาคือ เรื่องภายนอกพรรค ในการจะร่วมหรือไม่เข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) หากดูหลายๆ ลักษณะแล้ว สิ่งที่มีผลต่อการตัดสินใจของนายจุรินทร์เรื่องนี้คือ สามารถฟื้นฟูฐานคะแนนเสียง หรือเสียงที่ขาดหายไปของ ปชป.จนเหลือ ส.ส.เพียง 52 คน ได้หรือไม่

Advertisement

ทั้งหมดยังเกี่ยวเนื่องกับความขัดแย้งภายในพรรค เนื่องจากบางกระแสไม่อยากให้มีการสืบทอดอำนาจของกลุ่มอำนาจในปัจจุบัน ดังนั้น หากคุยกันว่าจะร่วมหรือไม่เข้าร่วมรัฐบาล นายจุรินทร์จะเลือกจุดยืนของ ปชป.ตรงไหน ถ้าเลือกตอบโจทย์ข้อแรก (เข้าร่วมรัฐบาลกับ พปชร.) ฐานเสียงได้ ลักษณะความแตกแยกภายในพรรคอาจลดลง แต่ถ้าเลือกพลาด ไม่แน่ว่าความแตกแยกในพรรคอาจจะมากขึ้น ฐานเสียงอาจลดลง นี่คือความท้าทายประการหนึ่งของคุณจุรินทร์ในฐานะหัวหน้าพรรคคนใหม่

อย่าลืมว่าในเรื่องจุดยืนด้านการเมือง คนสามารถหาเหตุผลเพื่อตอบสนองซึ่งเรียกว่าการสร้างความชอบธรรมทางการเมืองได้ แต่เรื่องยากของนายจุรินทร์คือต้องดูในพรรคว่า 1.จุดยืนในอนาคตภายในพรรคเป็นอย่างไร 2.ความแตกแยกภายในพรรคที่มีอยู่ และ 3.ฐานเสียง ทั้งหมดนี้มีโจทย์ที่ต้องคิดเยอะ จนอาจบอกได้ว่า ปชป.มีปัญหาหนักกว่าพรรคอื่นๆ และจำเป็นต้องคิดถึงการร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาล เพราะมีปัจจัยเยอะพอสมควร

ปัจจัยแบบนี้ของพรรคประชาธิปัตย์มีข้อสังเกตว่ามีความสำคัญมาก เนื่องจากพรรคประชาธิปัตย์ได้ชื่อว่าเป็นพรรคการเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ในแง่ของรัฐศาสตร์แล้วมีการพัฒนาด้านสถาบันการเมืองอย่างต่อเนื่อง วงจรของพรรคมีทั้งขึ้นและลง ดังนั้น การขึ้นมาของนายจุรินทร์ในตอนนี้น่าสนใจว่า จะทำให้พรรค ปชป.กลายเป็นสถาบันด้านการเมืองที่สมบูรณ์ได้หรือไม่

เข้าใจว่าพรรค ปชป.มีคลังสมองหรือ Think Thank ในการผลิตนโยบายพรรคอยู่แล้ว ดังนั้น การจะได้ฐานเสียงมากหรือน้อย คลังสมองต้องผลิตนโยบายที่มีความเข้มแข็งขึ้น สำหรับพรรค ปชป.เอง ครึ่งหนึ่งคือได้หัวหน้าพรรคคนใหม่คือนายจุรินทร์ แต่อีกครึ่งหนึ่งคือการตอบโจทย์การเลือกตั้งต่อไปในอนาคต โดยจุดอ่อนหนึ่งของพรรค ปชป. คือนโยบายที่มีทั้งจุดแข็งและจุดอ่อน ดูเหมือนว่าบางนโยบาย บางเรื่องจะมีวุฒิภาวะ แต่กลับไม่หวือหวา ไม่สามารถดึงดูดใจผู้คนให้ลงคะแนนเสียงได้ ดังนั้น ในอนาคตของคลังสมองพรรคต้องกลับไปแก้โจทย์นี้